• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

ดราม่าร้อน “เสธ.หิ” สวนคลิปผู้ว่าฯ สอนตำรวจตั้งด่าน ลั่นไม่เห็นด้วยกับการตำหนิ ชี้ต้องรู้จักให้เกียรติกัน

admin79 by admin79
January 3, 2026
in Uncategorized
0
ดราม่าร้อน “เสธ.หิ” สวนคลิปผู้ว่าฯ สอนตำรวจตั้งด่าน ลั่นไม่เห็นด้วยกับการตำหนิ ชี้ต้องรู้จักให้เกียรติกัน

ภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566: วิเคราะห์เชิงลึกรายได้ กำไร และกลยุทธ์รับมือตลาดชะลอตัว

ปี 2566 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย จากความคาดหวังที่ตั้งไว้สูงจากโมเมนตัมที่ต่อเนื่องมาจากปี 2565 กลับพบว่าตลาดกลับเข้าสู่สภาวะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งแรงกดดันนี้ได้ทอดยาวต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ในไตรมาส 4 ซึ่งปกติเป็นช่วงไฮซีซั่นของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างที่คาดหวัง และแนวโน้มในปี 2567 ก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายที่ไม่ต่างจากปีก่อนหน้ามากนัก

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 10 ปี ผมได้ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จำนวน 41 แห่งในปี 2566 เพื่อทำความเข้าใจถึงศักยภาพในการปรับตัว และกลยุทธ์ที่แต่ละบริษัทนำมาใช้รับมือกับสภาพตลาดที่ผันผวนนี้ เราจะมาเจาะลึกว่าใครคือ “ผู้ชนะตัวจริง” ในสมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ไทยปีที่ผ่านมา

ภาพรวมรายได้รวม: การหดตัวเล็กน้อยแต่กระจายตัวสู่บริษัทส่วนใหญ่

จากการรวบรวมข้อมูลของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง พบว่า รายได้รวม ในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 371,560 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำรายได้รวมไว้ที่ 376,141 ล้านบาท แม้ตัวเลขภาพรวมจะดูไม่ห่างกันมากนัก แต่เมื่อเจาะลึกในรายละเอียดจะพบว่าสถานการณ์นั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยมีถึง 25 จาก 41 บริษัท (คิดเป็นกว่า 60%) ที่มี รายได้รวมลดลง จากปีก่อนหน้า

บริษัทที่เผชิญกับรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR), และ Country Group Development (CGD) ซึ่งมีรายได้รวมติดลบมากกว่า 28% ตามมาด้วย Raimon Land (RML) ที่รายได้ลดลง 26%, Lalin Property (LPH) ที่ 23%, Major Development (MD) ที่ 22%, และ Siamese Asset (SA) ที่ 21%

แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ก็ไม่สามารถหลีกพ้นแรงกดดัน โดยมี รายได้รวมติดลบถึง 18% เป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม 10 อันดับแรกของบริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุด มีถึง 5 บริษัทที่รายได้รวมลดลงจากปี 2565 นอกจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้รวมลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) ที่ 10%, Pruksa Holding (PPH) ที่ 9%, และ Origin Property (ORI) ที่รายได้รวมลดลงประมาณ 4%

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายได้รวมสูงสุดปี 2566:

แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

เจาะลึกรายได้จากการขาย: หัวใจหลักของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

หากเราจะวัดผลการดำเนินงานที่แท้จริงของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างตรงไปตรงมา เราจำเป็นต้องพิจารณา รายได้จากการขาย เป็นหลัก เนื่องจากรายได้รวมของบางบริษัทอาจได้รับผลบวกจากการบริหารจัดการสินทรัพย์อื่น หรือการรับรู้รายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อเราโฟกัสไปที่รายได้จากการขายเพียงอย่างเดียว โฉมหน้าของ 10 อันดับแรกก็มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ

สำหรับ 41 บริษัทที่ทำการสำรวจ รายได้จากการขายรวม ในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำได้ 299,979 ล้านบาท และที่น่ากังวลคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัท (ประมาณ 73%) ที่มี รายได้จากการขายลดลง จากปีก่อนหน้า

บริษัทที่เผชิญกับรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมาก ได้แก่ Raimon Land (RML) ที่ติดลบถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) ที่เกือบ 40%, และที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ซึ่งเป็นผู้นำในกลุ่มนี้ ก็ยังพบว่ารายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ 2%

ยิ่งไปกว่านั้น ในกลุ่ม 10 อันดับแรกของบริษัทที่มี รายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงภาวะตลาดที่ท้าทายอย่างแท้จริง

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายได้จากการขายสูงสุดปี 2566:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท (เป็น 1 ใน 2 บริษัทที่มีรายได้จากการขายเติบโต 7%)
แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เป็น 1 ใน 2 บริษัทที่มีรายได้จากการขายเติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (รายได้ลดลง 24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

Central Pattana (CPN): บริษัทนี้เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ โดย รายได้จากการขาย ของ Central Pattana ในปี 2566 อยู่ที่ 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% จากปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเก็บเกี่ยวผลจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างต่อเนื่อง

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดที่สะท้อนประสิทธิภาพที่แท้จริง

แม้ว่ารายได้จะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ กำไรสุทธิ คือสิ่งที่จะตัดสินว่าบริษัทใดคือ “ผู้ชนะตัวจริง” ในวงการอสังหาริมทรัพย์ เพราะการมีรายได้สูงแต่มีกำไรน้อยย่อมไม่ยั่งยืน ในปี 2566 ทั้ง 41 บริษัทมี กำไรสุทธิรวม อยู่ที่ประมาณ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำได้ 49,602 ล้านบาท

สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงคือ มีถึง 12 บริษัทที่ ขาดทุนสุทธิ ซึ่งบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ นอกจากนี้ กว่า 20 บริษัท (มากกว่าครึ่ง) มี กำไรสุทธิลดลง จากปี 2565

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์กำไรสุทธิสูงสุดปี 2566:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท (แม้รายได้รวมลดลง แต่ได้กำไรจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน มูลค่า 2,500 ล้านบาท)
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (กำไรลดลง 25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)

บทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์: การปรับตัวในตลาดที่ท้าทาย

จากข้อมูลข้างต้น เราสามารถสรุปแนวโน้มและกลยุทธ์ที่สำคัญในวงการ อสังหาริมทรัพย์ไทย ได้ดังนี้

การมุ่งเน้นที่การบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพ: ในภาวะที่รายได้จากการขายลดลง บริษัทที่สามารถควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน และบริหารจัดการต้นทุนโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถรักษาอัตรากำไรไว้ได้ ซึ่งเห็นได้จากบริษัทที่ยังคงทำกำไรได้ดีแม้รายได้รวมจะลดลง
การบริหารกระแสเงินสดและการลดหนี้สิน: สภาพคล่องทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่ตลาดชะลอตัว บริษัทที่สามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดได้ดี และมีภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ จะมีความแข็งแกร่งในการฝ่าฟันอุปสรรค
การปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับกำลังซื้อ: การทำความเข้าใจถึงกำลังซื้อและแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นสิ่งจำเป็น บริษัทที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในราคาที่เหมาะสม จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า
การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องและสร้างรายได้เสริม: บางบริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจอื่น เช่น การขายสินทรัพย์ หรือการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ (Diversification)
การให้ความสำคัญกับตลาดระดับบน: แม้ตลาดโดยรวมจะชะลอตัว แต่ตลาดระดับบน (High-end) หรือตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche market) ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง บริษัทที่สามารถเจาะกลุ่มนี้ได้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพสูง อาจเป็นโอกาสในการสร้างยอดขายและกำไร
การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม: การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการโครงการ การตลาด และการขาย สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

แนวโน้มปี 2567: ความท้าทายที่ยังคงอยู่

มองไปข้างหน้าในปี 2567 สถานการณ์ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังคงมีแนวโน้มที่ท้าทายปัจจัยลบต่างๆ ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน อัตราดอกเบี้ยที่อาจทรงตัวในระดับสูง และความผันผวนของกำลังซื้อของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ในความท้าทายย่อมมีโอกาสเสมอ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีวิสัยทัศน์ ความยืดหยุ่น และความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว จะสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ การลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้า คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาธุรกิจไปสู่ความสำเร็จ

สำหรับท่านที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนหรือต้องการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ ขาย หรือการลงทุนในโครงการต่างๆ ผมขอเชิญชวนให้ท่านติดต่อเข้ามาเพื่อพูดคุยและรับคำปรึกษาเชิงลึกจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเรา เราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ท่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและประสบความสำเร็จในทุกการลงทุนของท่านในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย.

Previous Post

ระทึกกลางถนนคนเดินเชียงคาน พ่อค้าสะดุดกระเป๋าปริศนา เปิดดูแล้วมือสั่น ก่อนตัดสินใจทำในสิ่งที่ทั้งโซเชียลพูดถึง

Next Post

งามไส้ฮุนเซน ทหารเขมรแนวหน้าถูกธนาคารขู่ยึดบ้าน-ที่ดิน เหตุอ้างติดแนวรบไม่มีเวลาผ่อนชำระ

Next Post
งามไส้ฮุนเซน ทหารเขมรแนวหน้าถูกธนาคารขู่ยึดบ้าน-ที่ดิน เหตุอ้างติดแนวรบไม่มีเวลาผ่อนชำระ

งามไส้ฮุนเซน ทหารเขมรแนวหน้าถูกธนาคารขู่ยึดบ้าน-ที่ดิน เหตุอ้างติดแนวรบไม่มีเวลาผ่อนชำระ

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.