• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

จับแรงงานเขมร 67 คน หนีความอดอยาก-ไร้งาน เสี่ยงชีวิตลอบข้ามแดนเข้าไทย

admin79 by admin79
January 3, 2026
in Uncategorized
0
จับแรงงานเขมร 67 คน หนีความอดอยาก-ไร้งาน เสี่ยงชีวิตลอบข้ามแดนเข้าไทย

สำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566: บทสรุปผู้ชนะและกลยุทธ์รับมือความท้าทาย

ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดที่ขึ้นลงอยู่เสมอ ปี 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ไทย หลายองค์กรคาดหวังถึงโมเมนตัมเชิงบวกต่อเนื่องจากปี 2565 ที่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว แต่ความเป็นจริงกลับสวนทาง ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนช่วงการเลือกตั้งใหญ่ และความซบเซานั้นได้ลากยาวต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวได้อย่างที่คาดหวัง สถานการณ์นี้ได้ส่งผลต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2567 ทำให้ภาพรวมของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน

Property Mentor ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 41 แห่ง เพื่อประเมินผลการดำเนินงานในปี 2566 ที่ผ่านมา และเพื่อค้นหาว่าใครคือผู้ที่สามารถปรับตัวและเอาตัวรอดจากสภาวะตลาดที่ผันผวนนี้ได้ดีที่สุด บทวิเคราะห์นี้จะเจาะลึกถึงรายได้รวม รายได้จากการขาย และกำไรสุทธิ เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ภาพรวมรายได้รวม: การปรับตัวที่แตกต่างกันของอสังหาริมทรัพย์ไทย

สำหรับปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันได้ประมาณ 371,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงเล็กน้อยราว 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวมสูงถึง 376,141 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การมองภาพรวมเพียงเท่านี้อาจไม่เพียงพอ เราต้องเจาะลึกรายบริษัทเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง

จากการวิเคราะห์ พบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มบริษัทที่เผชิญกับรายได้ติดลบในระดับ 20% ขึ้นไป ได้แก่ L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ซึ่งมีรายได้ลดลงประมาณ -28% นอกจากนี้ ยังมี Raimon Land (RML) ที่รายได้ติดลบ -26%, Lalin Property (LPH) ที่ -23%, Major Development (MJD) ที่ -22% และ Siamese Asset (SA) ที่ -21%

แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังมีรายได้รวมติดลบถึง -18% สิ่งที่น่าสังเกตคือ ใน 10 อันดับแรกของบริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่รายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้รวมลดลงเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai (SPALI) ที่ -10%, Pruksa Holding (PPH) ที่ -9% และ Origin Property (ORI) ที่มีรายได้รวมลดลงประมาณ -4%

แสนสิริ ผงาดผู้นำรายได้รวม 39,082 ล้านบาท

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้าน การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ และ การบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ การวัดผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ควรพิจารณาจาก “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากรายได้รวมอาจรวมถึงรายได้จากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่การดำเนินธุรกิจหลัก การวิเคราะห์รายได้จากการขายจะสะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างยอดขายและส่งมอบโครงการได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อรวมรายได้จากการขายของทั้ง 41 บริษัท พบว่ามีมูลค่ารวม 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท และที่น่ากังวลคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

บริษัทที่เผชิญกับรายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ Raimon Land (RML) ที่ -78%, L.P.N. Development (LPN) ที่เกือบ -40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) ที่รายได้จากการขายลดลงถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ผู้นำในด้านรายได้จากการขาย ก็ยังมียอดขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% ไม่ใช่เพียงแค่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่เผชิญกับความท้าทายนี้ ในกลุ่ม 10 อันดับแรกของบริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลง

เอพี (ไทยแลนด์) ผงาดผู้นำรายได้จากการขาย 36,927 ล้านบาท

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง -24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

อีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตาคือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ซึ่งหลังจากทุ่มเทพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมาอย่างต่อเนื่อง ก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้อย่างงดงาม โดยในปี 2566 มีรายได้จากการขายสูงถึง 5,835 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตกว่า 103% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดสุดท้ายของความสำเร็จในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

แม้ว่าการสร้างยอดขายจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนคือ “กำไรสุทธิ” ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น ในปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง มีกำไรสุทธิรวมกันประมาณ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมกว่า 49,602 ล้านบาท

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ มีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน และบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปีนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และกว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีกำไรสุทธิลดลงจากปี 2565

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ผงาดผู้นำกำไรสูงสุด 7,495 ล้านบาท (ด้วยปัจจัยพิเศษ)

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท (ได้รับปัจจัยหนุนจากการขายโรงแรม 2 แห่งมูลค่า 2,500 ล้านบาทเข้ากองทุน)
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (ลดลง -25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)

บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ: กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่

จากข้อมูลที่รวบรวมมา แสดงให้เห็นถึงภาพรวมที่ซับซ้อนของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ในปี 2566 ความสำเร็จในปีนี้ไม่ได้วัดกันที่ขนาดของรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงความสามารถในการรักษาอัตราการเติบโตของรายได้จากการขาย ความมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน และที่สำคัญที่สุดคือ ความสามารถในการสร้างกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มานาน ผมมองเห็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนความสำเร็จในอนาคต ดังนี้:

การบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow Management): ในสภาวะที่ตลาดชะลอตัว การบริหารจัดการกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด บริษัทที่สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างดี มีสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง จะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้
การปรับตัวต่อความต้องการของตลาด (Market Adaptability): ความต้องการของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เช่น บ้านอัจฉริยะ (Smart Home), พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space) ในโครงการที่พักอาศัย, หรือโครงการที่มีการผสมผสานการใช้งาน (Mixed-use) จะได้รับความสนใจ
นวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยี (Innovation and Technology): การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการวางแผน, การก่อสร้าง, การตลาดและการขาย (PropTech) สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้
การบริหารความเสี่ยง (Risk Management): การประเมินความเสี่ยงต่างๆ อย่างรอบด้าน ทั้งความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ, อัตราดอกเบี้ย, กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ, และความเสี่ยงจากการแข่งขัน จะช่วยให้บริษัทสามารถวางแผนรับมือและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้
การมองหาโอกาสในตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market Opportunities): แทนที่จะแข่งขันในตลาดแมสเพียงอย่างเดียว การเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ, กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ (หากภาครัฐมีนโยบายสนับสนุน), หรือโครงการที่เน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Building) อาจเป็นกลยุทธ์ที่สร้างผลตอบแทนที่ดี
การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและ Trust (Brand Building and Trust): ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า จะเป็นจุดแข็งที่สำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและดึงดูดลูกค้าใหม่

แนวโน้มปี 2567: ความท้าทายที่ต้องเผชิญ

จากข้อมูลและการวิเคราะห์ข้างต้น ผมคาดการณ์ว่าปี 2567 จะยังคงเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับ อสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพ และเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ปัจจัยลบหลายประการยังคงอยู่ ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน, อัตราดอกเบี้ยที่อาจยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง, และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาส ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ย่อมมีช่องทางในการสร้างการเติบโตได้เสมอ

ก้าวต่อไปสำหรับผู้ที่มองหาโอกาสในอสังหาริมทรัพย์

หากคุณเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย หรือผู้ประกอบการที่ต้องการปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดปัจจุบัน การทำความเข้าใจข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์อย่างผู้เชี่ยวชาญ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

เราขอเชิญชวนให้ทุกท่านพิจารณาข้อมูลเหล่านี้อย่างละเอียด และหากท่านต้องการคำปรึกษาเชิงลึก หรือต้องการค้นหาโอกาสทางธุรกิจที่เหมาะสมกับท่าน โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเข้ามาเพื่อร่วมกันวางแผนกลยุทธ์ที่จะนำพาธุรกิจของท่านก้าวข้ามผ่านทุกความท้าทาย และเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต.

Previous Post

พลังประชารัฐ เปิดนโยบาย “บัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า” เพิ่มวงเงินเป็น 700 บาทต่อเดือน หวังลดความยากจน–กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

Next Post

“ยศชนัน” รับวืดนิด้าโพล เก็บไพ่ลับ พท.ก๊อกสอง ลั่นไม่หวั่นกระแสชาตินิยมกลบเกมนโยบาย

Next Post
“ยศชนัน” รับวืดนิด้าโพล เก็บไพ่ลับ พท.ก๊อกสอง ลั่นไม่หวั่นกระแสชาตินิยมกลบเกมนโยบาย

“ยศชนัน” รับวืดนิด้าโพล เก็บไพ่ลับ พท.ก๊อกสอง ลั่นไม่หวั่นกระแสชาตินิยมกลบเกมนโยบาย

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.