• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

“เรืองไกร” ยื่น กกต. ตรวจสอบการส่งผู้สมัครแทน สส. พรรคประชาชน หลังเกิดข้อสังเกตทางกฎหมาย

admin79 by admin79
January 5, 2026
in Uncategorized
0
“เรืองไกร” ยื่น กกต. ตรวจสอบการส่งผู้สมัครแทน สส. พรรคประชาชน หลังเกิดข้อสังเกตทางกฎหมาย

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566: การวิเคราะห์เชิงลึกจากผู้คร่ำหวอดในวงการ

ในปี 2566 วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญกับปีแห่งความท้าทายที่ยากจะคาดเดา แม้จะมีความคาดหวังจากโมเมนตัมอันแข็งแกร่งของปี 2565 ที่ส่งสัญญาณของการฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่ทว่าภาพความเป็นจริงกลับแตกต่างออกไป ตลาดกลับเข้าสู่โหมดชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้งครั้งใหญ่ และต่อเนื่องยาวนานจนสิ้นปี แม้แต่ช่วงเวลาสำคัญอย่างไตรมาส 4 ซึ่งปกติเป็นช่วงไฮซีซั่น กลับไม่แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน และสถานการณ์นี้ยังคงส่งผลต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2567

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยมายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าสังเกตการณ์พัฒนาการของตลาดอย่างใกล้ชิด และปีที่ผ่านมาถือเป็นบททดสอบที่สำคัญของทุกบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 41 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจว่าใครคือผู้ที่สามารถปรับตัวและเอาตัวรอดได้ในสภาวะตลาดเช่นนี้ และใครคือ “ผู้ชนะที่แท้จริง” ในปี 2566

รายได้รวม: ภาพรวมที่สะท้อนความท้าทาย

ภาพรวมรายได้รวมของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่งในปี 2566 แสดงให้เห็นถึงภาพรวมที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้นกว่า 371,560 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำรายได้รวมได้ถึง 376,141 ล้านบาท การลดลงเพียงเล็กน้อยนี้อาจดูไม่มากนัก แต่เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่าน่าตกใจที่ 25 จาก 41 บริษัท มีรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทที่เผชิญกับการลดลงของรายได้ในระดับที่น่าเป็นห่วง รวมถึง L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ซึ่งมีรายได้ลดลงสูงถึงประมาณ -28% ตามมาด้วย Raimon Land (RML) ที่ -26%, Lalin Property (LPH) ที่ -23%, Major Development (MJD) ที่ -22% และ Siamese Asset (SA) ที่ -21%

แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่เช่น Land and Houses (LH) ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ โดยมีรายได้รวมลดลงถึง -18% และที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่รายได้รวมลดลงจากปี 2565 นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้ลดลงเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในแดนลบไม่ถึง -1%, Supalai (SPALI) ที่ -10%, Pruksa Holding (PPH) ที่ -9% และ Origin Property (ORI) ที่มีรายได้รวมลดลงราวๆ -4%

บทบาทของรายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่แม่นยำยิ่งขึ้น

หากพิจารณาผลการดำเนินงานอย่างแท้จริง การวัดผลจาก “รายได้จากการขาย” ถือเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักได้อย่างแม่นยำที่สุด เนื่องจากบริษัท Top 10 ที่มีรายได้รวมสูงสุดหลายแห่งอาจมีรายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาเสริม การวิเคราะห์เฉพาะรายได้จากการขายจะให้ภาพที่แตกต่างออกไป

ตลอดปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ซึ่งมีรายได้จากการขายรวมถึง 299,979 ล้านบาท และที่น่ากังวลคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Raimon Land ที่รายได้จากการขายลดลงถึง -78%, L.P.N. Development ที่ -40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งในด้านรายได้จากการขาย ก็ยังคงมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% ไม่เพียงแค่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด ยังมีถึง 8 บริษัทที่มีรายได้จากการขายลดลง

Top 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์: ผู้ยืนหยัดในสมรภูมิรายได้จากการขาย

เมื่อพิจารณาจากรายได้จากการขายอย่างเดียว ภาพของ Top 10 บริษัทในกลุ่มนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ:

AP (Thailand) (AP): ยังคงครองอันดับ 1 ด้านรายได้จากการขาย ด้วยตัวเลข 36,927 ล้านบาท
Sansiri (SIRI): รั้งอันดับ 2 ด้วยรายได้จากการขาย 32,829 ล้านบาท โดย Sansiri เป็นหนึ่งในสองบริษัทที่สามารถเติบโตในส่วนของรายได้จากการขายได้ถึง 7%
Supalai (SPALI): รักษาตำแหน่งอันดับ 3 ด้วยรายได้จากการขาย 30,836 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): ก้าวขึ้นสู่ Top 5 ได้สำเร็จ ด้วยรายได้จากการขาย 23,370 ล้านบาท และเป็นอีกบริษัทที่เติบโตในแดนบวกถึง 13%
Pruksa Holding (PPH): คว้าอันดับ 5 ด้วยรายได้จากการขายรวม 22,357 ล้านบาท
Land and Houses (LH): แม้รายได้จากการขายจะลดลงมาก แต่ก็ยังสามารถประคองตัวอยู่ใน Top 10 ได้ ด้วยรายได้ขายรวม 18,966 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): ทำรายได้ขายรวม 10,019 ล้านบาท
Origin Property (ORI): แม้รายได้จะลดลงถึง -24% แต่ก็ยังคงรักษาตำแหน่งใน Top 10 ได้ ด้วยรายได้ขายรวม 8,840 ล้านบาท
Quality Houses (QH): ทำรายได้จากการขายรวม 7,619 ล้านบาท
Property Perfect (PF): จบอันดับ 10 ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ Central Pattana (CPN) ยังเป็นอีกบริษัทที่น่าจับตา หลังจากทุ่มเทพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 CPN สามารถทำรายได้จากการขายได้ถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% จากปี 2565 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการกลับมาเก็บเกี่ยวผลตอบแทน

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดความยั่งยืนที่แท้จริง

ในท้ายที่สุด ไม่ว่าบริษัทใดจะทำรายได้ได้มากเพียงใด หากมีกำไรสุทธิที่น้อย หรือไม่สามารถแปลงเป็นเงินสดเข้ากระเป๋าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ย่อมไม่ใช่ “ผู้ชนะที่แท้จริง” ปี 2566 ภาพรวมกำไรสุทธิของทั้ง 41 บริษัทอยู่ที่ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมกว่า 49,602 ล้านบาท

สถานการณ์ที่น่ากังวลคือ มีกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน บางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี นับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ และกว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีกำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปี 2565

Top 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์: ผู้ทำกำไรสูงสุดในปี 2566

เมื่อพิจารณาจากกำไรสุทธิ Top 10 บริษัทในปี 2566 มีการจัดอันดับที่น่าสนใจดังนี้:

Land and Houses (LH): ยังคงครองอันดับ 1 ด้านกำไรสูงสุด ด้วยตัวเลข 7,495 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง แต่กำไรที่สูงนี้ส่วนหนึ่งมาจากกำไรจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนมูลค่า 2,500 ล้านบาท หากไม่นับปัจจัยพิเศษนี้ Supalai อาจจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1
Supalai (SPALI): ทำกำไรได้ 6,083 ล้านบาท
AP (Thailand) (AP): เฉียดฉิวมาในอันดับ 3 ด้วยกำไร 6,054 ล้านบาท
Sansiri (SIRI): มีกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 42%
Origin Property (ORI): ทำกำไรสุทธิ 3,160 ล้านบาท แม้กำไรจะลดลงจากปีก่อนหน้า -25%
SC Asset Corporation (SC): ทำกำไรสุทธิ 2,525 ล้านบาท
Quality Houses (QH): ตามมาติดๆ ด้วยกำไรสุทธิ 2,503 ล้านบาท
Pruksa Holding (PPH): ทำกำไร 2,339 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): ทำกำไร 1,865 ล้านบาท
Central Pattana (CPN): มีกำไรสุทธิประมาณ 1,610 ล้านบาท (จากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)

แนวโน้มปี 2567: ความท้าทายที่ยังคงอยู่

ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 41 แห่งนี้ ยืนยันได้ว่าปี 2566 เป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรม การปรับตัวและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับสภาวะตลาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

สำหรับปี 2567 คาดการณ์ว่าจะเป็นอีกหนึ่งปีที่ยากลำบากเช่นกัน การจับตาดูว่าบริษัทใดจะสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อคว้าโอกาส ท่ามกลางความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยได้อย่างแข็งแกร่งที่สุด จะเป็นสิ่งที่น่าติดตามต่อไป

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่สนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ การทำความเข้าใจภาพรวมตลาดและผลการดำเนินงานของบริษัทชั้นนำคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ อย่ารอช้าที่จะศึกษาข้อมูลเชิงลึกและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการลงทุนและการพัฒนาธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตอันใกล้นี้

Previous Post

ถ้าต้องการ สั้นกว่านี้อีก, แนวข่าวด่วน, หรือ ยั่วแรงขึ้นสำหรับเพจการเมือง บอกมาได้เลย ผมปรับให้ตรงทันทีครับ

Next Post

“อนุทิน” ย้ำพร้อมเลือกตั้ง ไม่หวั่นโพลเป็นรอง ตอบประเด็นข่าวลือซื้อเสียงอย่างมีนัย

Next Post
“อนุทิน” ย้ำพร้อมเลือกตั้ง ไม่หวั่นโพลเป็นรอง ตอบประเด็นข่าวลือซื้อเสียงอย่างมีนัย

“อนุทิน” ย้ำพร้อมเลือกตั้ง ไม่หวั่นโพลเป็นรอง ตอบประเด็นข่าวลือซื้อเสียงอย่างมีนัย

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.