• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

วิโรจน์ ลุยช่วยผู้สมัคร สส.สุโขทัย ชูเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ จาก 600 เป็น 1,000 บาทต่อเดือน คุมสินค้าเกษตรนำเข้า ตีตลาดไทย

admin79 by admin79
January 6, 2026
in Uncategorized
0
วิโรจน์ ลุยช่วยผู้สมัคร สส.สุโขทัย ชูเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ จาก 600 เป็น 1,000 บาทต่อเดือน คุมสินค้าเกษตรนำเข้า ตีตลาดไทย

อสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566: ประเมินผลการดำเนินงาน 41 บริษัทมหาชน ใครยืนหยัด ใครถดถอย?

ในฐานะนักวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างใกล้ชิด ปี 2566 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ หลังจากที่หลายฝ่ายคาดหวังถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากโมเมนตัมของปี 2565 ทว่าความเป็นจริงกลับแตกต่างออกไป ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอีกครั้งก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และความซบเซาได้ต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปลายปี แม้แต่ช่วงเวลาแห่งการจับจ่ายใช้สอยที่คึกคักที่สุดอย่างไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถปลุกตลาดให้กลับมามีชีวิตชีวาได้ ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในปี 2567 ยังคงไม่สดใสเท่าที่ควร

เพื่อเป็นการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน Property Mentor ได้ทำการรวบรวมข้อมูลผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 41 บริษัท เพื่อวิเคราะห์ว่าแต่ละองค์กรสามารถรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นได้อย่างไร และใครคือผู้ที่สามารถยืนหยัดเป็น “ผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์” อย่างแท้จริง

ภาพรวมรายได้รวม: ตัวเลขที่สะท้อนความท้าทาย

ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันได้ถึง 371,560 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท ถือเป็นการลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% ทว่า ตัวเลขภาพรวมนี้อาจบดบังภาพความเป็นจริงที่ซับซ้อนกว่านั้น เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงกดดันที่กระจายตัวไปในวงกว้าง

กลุ่มบริษัทที่ประสบปัญหาด้านรายได้จนติดลบในอัตราที่สูง มีให้เห็นอย่างชัดเจน เช่น L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ที่มีรายได้รวมลดลงราว 28% ตามมาด้วย Raimon Land (RML) ที่ติดลบ 26%, Lalin Property (LPH) ที่ -23%, Major Development (MD) ที่ -22% และ Siamas Asset (SIAM) ที่ -21%

แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังไม่สามารถหลีกพ้นภาวะรายได้รวมติดลบที่ 18% เป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 นี้ มีถึง 5 บริษัทที่รายได้รวมลดลงจากปี 2565 นอกเหนือจาก LH ยังมี AP Thailand (AP) ที่รายได้รวมลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) ที่ -10% และ Pruksa Holding (PSH) ที่ -9% รวมถึง Origin Property (ORI) ที่รายได้รวมลดลงประมาณ 4%

แสนสิริครองแชมป์รายได้รวม แม้รายได้รวมจะเติบโต 12%

ในแง่ของรายได้รวม Sansiri (SIRI) สามารถคว้าตำแหน่งผู้นำไปครองด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท เติบโต 12% เอาชนะ AP Thailand (AP) ที่ตามมาติดๆ ด้วยรายได้รวม 38,399 ล้านบาท Supalai (SPALI) รั้งอันดับ 3 ด้วยรายได้รวม 31,818 ล้านบาท ตามมาด้วย Land and Houses (LH) ที่อันดับ 4 ด้วยรายได้รวม 30,170 ล้านบาท และ Pruksa Holding (PSH) ในอันดับ 5 ด้วยรายได้รวม 26,132 ล้านบาท

อันดับ 6 คือ SC Asset Corporation (SC) ด้วยรายได้รวม 24,487 ล้านบาท, อันดับ 7 UAVenture (UV) ด้วยรายได้รวม 17,672 ล้านบาท, อันดับ 8 Frasers Property (Thailand) (FPT) ด้วยรายได้รวม 16,169 ล้านบาท, อันดับ 9 Origin Property (ORI) ด้วยรายได้รวม 15,157 ล้านบาท และอันดับ 10 Singha Estate (S) ด้วยรายได้รวม 15,066 ล้านบาท

เจาะลึก “รายได้จากการขาย”: ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาผลการดำเนินงานที่แท้จริงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดนั้น หลายบริษัทมีรายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาช่วยเสริม แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขาย โฉมหน้าของ 10 อันดับแรกย่อมเปลี่ยนแปลงไป

จากการรวบรวมข้อมูลของทั้ง 41 บริษัท พบว่า สามารถสร้างรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท และที่น่าเป็นห่วงคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Raimon Land (RML) ที่รายได้จากการขายตกลงถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) รายได้ขายลดลงเกือบ 40% ที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) ที่รายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP Thailand (AP) ผู้นำในกลุ่มรายได้รวม ก็ยังมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ 2% และไม่ใช่เพียงบริษัทใหญ่เท่านั้นที่เผชิญปัญหานี้ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลงจากปีก่อน

AP Thailand กลับคืนบัลลังก์ “ผู้นำยอดขาย” โกยรายได้ 36,927 ล้านบาท

สำหรับ 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้จากการขายสูงสุด AP Thailand (AP) สามารถกลับมาทวงคืนตำแหน่งผู้นำด้วยรายได้จากการขายรวม 36,927 ล้านบาท เอาชนะ Sansiri (SIRI) ที่มีรายได้จากการขายรวม 32,829 ล้านบาท ซึ่ง Sansiri เป็นหนึ่งในสองบริษัทที่รายได้จากการขายเติบโต 7%

Supalai (SPALI) ยังคงรักษาตำแหน่งได้อย่างเหนียวแน่นในอันดับ 3 ด้วยรายได้ขาย 30,836 ล้านบาท SC Asset Corporation (SC) ขยับขึ้นมาติด Top 5 ได้สำเร็จในอันดับ 4 ด้วยรายได้ขาย 23,370 ล้านบาท และเป็นอีกบริษัทที่เติบโตในแดนบวกถึง 13% Pruksa Holding (PSH) ครองอันดับ 5 ด้วยรายได้จากการขายรวม 22,357 ล้านบาท

แม้รายได้จากการขายจะตกลงไปมาก Land and Houses (LH) ยังคงประคองตัวอยู่ใน Top 10 ด้วยรายได้ขายรวม 18,966 ล้านบาท ในอันดับ 6 อันดับ 7 คือ Frasers Property (Thailand) (FPT) ด้วยรายได้ขายรวม 10,019 ล้านบาท Origin Property (ORI) แม้จะมีรายได้ลดลงถึง 24% แต่ยังคงเกาะกลุ่มอยู่ใน Top 10 ด้วยรายได้ขายรวม 8,840 ล้านบาท ในอันดับ 8 Quality House (QH) ที่มาเงียบๆ แต่สม่ำเสมอ ครองอันดับ 9 ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,619 ล้านบาท และ Property Perfect (PF) ในอันดับ 10 ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,171 ล้านบาท

อีกหนึ่งบริษัทที่ผลงานโดดเด่นจนต้องกล่าวถึงคือ Central Pattana (CPN) ที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 CPN สร้างรายได้จากการขายได้ถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตถึง 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท

“กำไรสุทธิ”: บทสรุปแห่งชัยชนะที่แท้จริง

เมื่อมาถึงจุดสุดท้าย สิ่งที่สะท้อนความสำเร็จที่แท้จริงของผู้ประกอบการคือ “กำไรสุทธิ” หรือความสามารถในการทำกำไรและเก็บเงินเข้ากระเป๋าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้บางบริษัทจะมียอดขายที่สูง แต่หากกำไรน้อย ก็ย่อมไม่ใช่ผู้ชนะที่สมบูรณ์

ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง สามารถทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวม 49,602 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น มีมากกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ และกว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีกำไรลดลงจากปี 2565

Land and Houses ครองอันดับ 1 “กำไรสุทธิ” ด้วยปัจจัยพิเศษ

Land and Houses (LH) สามารถกลับมาครองอันดับ 1 ในแง่ของกำไรสุทธิ ด้วยตัวเลข 7,495 ล้านบาท แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงมาก แต่สาเหตุหลักที่ทำให้ LH ทำกำไรได้โดดเด่นในปีนี้ มาจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนมูลค่า 2,500 ล้านบาท หากปราศจากรายการพิเศษนี้ Supalai (SPALI) ซึ่งอยู่ที่อันดับ 2 ด้วยกำไร 6,083 ล้านบาท คงจะก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ไปแทน

AP Thailand (AP) ตามมาติดๆ ในอันดับ 3 ด้วยกำไร 6,054 ล้านบาท Sansiri (SIRI) ทำผลงานก้าวกระโดดที่อันดับ 4 ด้วยกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท เติบโตถึง 42% Origin Property (ORI) อยู่ในอันดับ 5 ด้วยกำไรสุทธิ 3,160 ล้านบาท แม้กำไรจะลดลงจากปีก่อน 25% ก็ตาม

อันดับ 6 คือ SC Asset Corporation (SC) ด้วยกำไรสุทธิ 2,525 ล้านบาท เฉือนอันดับ 7 Quality House (QH) ที่มีกำไรสุทธิ 2,503 ล้านบาท ไปอย่างหวุดหวิด Pruksa Holding (PSH) อยู่ในอันดับ 8 ด้วยกำไร 2,339 ล้านบาท อันดับ 9 เป็นของ Frasers Property (Thailand) (FPT) ด้วยกำไร 1,865 ล้านบาท และอันดับ 10 Central Pattana (CPN) ด้วยกำไรสุทธิประมาณ 1,610 ล้านบาท (จากประมาณการกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

มองไปข้างหน้า: การปรับตัวคือหัวใจสำคัญ

ผลการดำเนินงานของ 41 บริษัทในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ Property Mentor ได้รวบรวมมานี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่อุตสาหกรรมต้องเผชิญในปี 2566 และแนวโน้มที่บ่งชี้ว่า ปี 2567 จะยังคงเป็นอีกปีที่ยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการ

การแข่งขันที่สูงขึ้น, ความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค, ต้นทุนการก่อสร้างที่ยังคงสูง, และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์, การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของตลาด, และการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้ไปได้

สำหรับนักลงทุน หรือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ผลประกอบการอย่างละเอียดเช่นนี้ จะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีข้อมูลและมีหลักการ หากท่านต้องการคำแนะนำเชิงลึก หรือต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทย โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้

Previous Post

พลิ้ว! รักษาการปธน.เวเนฯ เสนอร่วมมือมะกัน มุ่งพัฒนายั่งยืน ย้ำเวเนฯควรได้สันติภาพ ไม่ใช่สงคราม

Next Post

ทั้งสนามเงียบกริบ… “มาดามแป้ง” หลุดเพียง 2 คำ หลังทีมชาติไทยพ่ายเวียดนาม ชวดแชมป์ซีเกมส์ 2025 คำสั้นๆ แต่สะเทือนใจแฟนบอลทั้งประเทศ

Next Post
ทั้งสนามเงียบกริบ… “มาดามแป้ง” หลุดเพียง 2 คำ หลังทีมชาติไทยพ่ายเวียดนาม ชวดแชมป์ซีเกมส์ 2025 คำสั้นๆ แต่สะเทือนใจแฟนบอลทั้งประเทศ

ทั้งสนามเงียบกริบ… “มาดามแป้ง” หลุดเพียง 2 คำ หลังทีมชาติไทยพ่ายเวียดนาม ชวดแชมป์ซีเกมส์ 2025 คำสั้นๆ แต่สะเทือนใจแฟนบอลทั้งประเทศ

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.