• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

ชาร์จพาวเวอร์แบงก์ทิ้งไว้ ไฟไหม้ที่พักวงหมอลำชื่อดัง เผาวอดทั้งหลัง

admin79 by admin79
January 9, 2026
in Uncategorized
0
ชาร์จพาวเวอร์แบงก์ทิ้งไว้ ไฟไหม้ที่พักวงหมอลำชื่อดัง เผาวอดทั้งหลัง

พลิกวิกฤต สู่โอกาส: เจาะลึกผลประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2566 และทิศทางที่ต้องจับตาในปี 2567

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรขึ้นลงของตลาดมานับไม่ถ้วน ปี 2566 ที่ผ่านมานับเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ครับ แม้จะมีความคาดหวังถึงการฟื้นตัวที่ต่อเนื่องจากโมเมนตัมที่ดีในปี 2565 แต่ภาพที่ปรากฏกลับตรงกันข้าม ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และความซบเซานั้นก็ได้แผ่ขยายต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปลายปี แม้กระทั่งช่วงเวลาปกติที่เป็นไฮซีซั่นในไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นยอดขายและรายได้ให้กลับมาคึกคักได้อย่างที่คาดหวัง ยิ่งเมื่อมองไปยังต้นปี 2567 สถานการณ์ก็ยังคงไม่ได้สดใสขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ด้วยความเข้าใจในพลวัตของตลาด อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และความจำเป็นในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ผมจึงได้มอบหมายให้ทีมงาน Property Mentor รวบรวมและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 41 บริษัท เพื่อประเมินว่าพวกเขาบริหารจัดการกับสภาวะตลาดที่ผันผวนนี้ได้อย่างไร และใครคือผู้ที่สามารถรักษาความแข็งแกร่งและเป็น “ผู้ชนะที่แท้จริง” ในสนามแข่งแห่งนี้

ภาพรวมผลประกอบการ: ตัวเลขที่ไม่น่าพอใจแต่สะท้อนความจริง

ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันได้กว่า 371,560 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำรายได้รวมไปถึง 376,141 ล้านบาท ตัวเลขนี้อาจดูไม่มากนัก แต่หากเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งบ่งชี้ถึงความท้าทายที่เกิดขึ้นในวงกว้าง

บริษัทที่เผชิญกับการลดลงของรายได้ในระดับที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ L.P.N. Development (LPN) ที่มีรายได้ลดลงถึงประมาณ -28%, Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกันที่ติดลบไปราวๆ -28% นอกจากนี้ Raimon Land (RML) ก็มีรายได้รวมลดลงถึง -26%, Lalin Property (LPH) -23%, Major Development (MJD) -22% และ Siamese Asset (SA) -21%

แม้แต่ผู้เล่นรายใหญ่ที่คุ้นเคยกันดีอย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังไม่สามารถต้านทานกระแสชะลอตัวได้ โดยมีรายได้รวมลดลงถึง 18% สิ่งที่น่าสังเกตเป็นพิเศษคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 ถึง 5 บริษัท กลับมีรายได้รวมลดลงจากปี 2565 นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP Thailand (AP) ที่รายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PPH) -9% และ Origin Property (ORI) ที่มีรายได้รวมลดลงประมาณ -4%

แสนสิริ ผงาดขึ้นแท่นผู้นำรายได้รวม แต่ภาพรวมการขายมีความซับซ้อน

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากเราต้องการวัดประสิทธิภาพที่แท้จริงของการดำเนินธุรกิจหลัก อสังหาริมทรัพย์สำหรับขาย เราต้องพิจารณาจาก “รายได้จากการขาย” เป็นสำคัญ เพราะในความเป็นจริงแล้ว หลายบริษัทในกลุ่ม Top 10 ด้านรายได้รวม อาจได้รับอานิสงส์จากแหล่งรายได้อื่น ๆ นอกเหนือจากการขายอสังหาริมทรัพย์โดยตรง การวิเคราะห์นี้จะช่วยให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

เมื่อรวมรายได้จากการขายของทั้ง 41 บริษัท พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวมประมาณ 299,979 ล้านบาท และมีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Raimon Land (RML) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง -78%, L.P.N. Development (LPN) ลดลงเกือบ -40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) มีรายได้จากการขายลดลงถึง -38% แม้แต่ AP Thailand (AP) ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในแง่รายได้จากการขาย ก็ยังพบว่ามีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลง

AP Thailand ทวงคืนบัลลังก์ผู้นำยอดขาย แต่ภาพรวมตลาดขายยังคงท้าทาย

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง -24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

อีกหนึ่งบริษัทที่ผลงานโดดเด่นจนต้องกล่าวถึงคือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ซึ่งได้เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 CPN สามารถสร้างรายได้จากการขายได้ถึง 5,835 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 103% จาก 2,870 ล้านบาทในปี 2565 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจนี้

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด

ท้ายที่สุดแล้ว การวัดผลสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “กำไรสุทธิ” หรือความสามารถในการทำกำไรและเก็บเงินเข้ากระเป๋าได้จริง ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่งทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมกันประมาณ 49,602 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น มีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน โดยบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงโควิด และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ และมีกว่า 20 บริษัทจาก 41 บริษัท ที่มีผลกำไรลดลงเมื่อเทียบกับปี 2565

Land and Houses ผงาดผู้นำกำไรสูงสุด จากปัจจัยพิเศษ

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสุทธิได้สูงสุด มีดังนี้:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท (มูลค่านี้รวมกำไรจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนจำนวน 2,500 ล้านบาท)
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (ลดลง -25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ตัวเลขประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

บทสรุปและทิศทางในอนาคต: ความท้าทายที่ต้องเผชิญและโอกาสที่ซ่อนอยู่

ตัวเลขทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนผลการดำเนินงานของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยจาก 41 บริษัทที่ Property Mentor ได้รวบรวมมา แม้ผลประกอบการโดยรวมในปี 2566 จะไม่สดใสนัก และปี 2567 ก็ยังคงเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง แต่ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการ อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ และภูมิภาค ผมมองว่าปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดความสำเร็จในปีต่อๆ ไป จะอยู่ที่ความสามารถในการปรับตัวของแต่ละบริษัทต่อสภาวะเศรษฐกิจมหภาค อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่หลากหลาย

การให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ (niche market) การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขายและการบริหารจัดการ รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า จะเป็นกุญแจสำคัญในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

หากท่านเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย หรือผู้ประกอบการที่ต้องการคำปรึกษาเพื่อวางกลยุทธ์รับมือกับความท้าทายในอนาคต ผมขอเชิญชวนให้ท่านศึกษาข้อมูลเชิงลึกและพิจารณาถึงศักยภาพของแต่ละแบรนด์อย่างรอบด้าน การทำความเข้าใจถึงจุดแข็ง จุดอ่อน และทิศทางการดำเนินงาน จะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจลงทุนหรือวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุด

อย่ารอช้า! ร่วมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำปรึกษาเชิงลึก และค้นหาโอกาสการลงทุนที่ใช่สำหรับคุณในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ Property Mentor เราพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความสำเร็จของคุณ

Previous Post

“ส.ก. นวรัตน์” ขอโทษด่า “ไอซ์ รักชนก” รับอัดอั้นใจ เคยถูกเรียก “หมา”

Next Post

ด่วน! ศาลปกครองสูงสุด ยกคำร้อง บิ๊กโจ๊ก ขอเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เห็นว่าคำสั่งนี้ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

Next Post
ด่วน! ศาลปกครองสูงสุด ยกคำร้อง บิ๊กโจ๊ก ขอเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เห็นว่าคำสั่งนี้ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ด่วน! ศาลปกครองสูงสุด ยกคำร้อง บิ๊กโจ๊ก ขอเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เห็นว่าคำสั่งนี้ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.