• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

‘ชัยวุฒิ’ หัวหน้าพรรครักชาติ ชี้ ‘พิธา’ ไม่จริงใจ หลังขอโทษทหาร ปมตั้งคำถาม “ทหารมีไว้ทำไม” เตือน อย่าแถ เพราะแถไปก็ไม่มีใครเชื่อ

admin79 by admin79
January 10, 2026
in Uncategorized
0

ปี 2566 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความคาดหวังที่เคยสดใสหลังโมเมนตัมจากปี 2565 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกลับต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งแล้วครั้งเล่า สัญญาณชะลอตัวที่เริ่มปรากฏก่อนการเลือกตั้งใหญ่ไม่เพียงแต่ทำให้บรรยากาศตลาดเย็นลง แต่ยังต่อเนื่องยาวนานจนถึงช่วงปลายปี ซึ่งปกติจะเป็นไฮซีซั่นที่ตลาดจะกลับมาคึกคัก ความเงียบเหงาที่ปกคลุมนี้ยังคงส่งผลต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2567 ชวนให้ตั้งคำถามว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2566 ใครคือผู้ที่สามารถฝ่าฟันพายุได้ และใครที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก บทวิเคราะห์เชิงลึกนี้จะพาคุณเจาะลึกผลประกอบการของ 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อไขปริศนาว่า ใครคือ “ผู้ชนะที่แท้จริง” ในสมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ 2566

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2566: บทวิเคราะห์เจาะลึกจากผู้คร่ำหวอด 10 ปี สู่ทิศทางปี 2567

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 10 ปี ผมได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดมาโดยตลอด ปี 2566 ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญสำหรับทุกบริษัทในอุตสาหกรรม ซึ่งมีทั้งปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก เช่น ความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงปัจจัยภายในที่องค์กรต้องปรับตัวอย่างฉับไว การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกนี้จะเผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง กลยุทธ์ และความสามารถในการปรับตัวของแต่ละบริษัท ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการมองหาโอกาสและแนวทางการลงทุนใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ในช่วงเวลาที่ท้าทายนี้

รายได้รวม 41 บริษัทอสังหาฯ ปี 2566: ภาพรวมที่ชะลอตัว

ข้อมูลที่เราได้รวบรวมจาก 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แสดงให้เห็นภาพรวมที่น่าพิจารณา ในปี 2566 บริษัทเหล่านี้สามารถสร้างรายได้รวมกันได้กว่า 371,560 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวมถึง 376,141 ล้านบาท แม้ตัวเลขรวมจะดูไม่แตกต่างกันมากนัก แต่เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท หรือคิดเป็นกว่า 60% ที่มีรายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นี่คือสัญญาณบ่งชี้ถึงความท้าทายที่กระจายตัวไปทั่วอุตสาหกรรม

บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งก็ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็น L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR), Country Group Development (CGD) ที่มีรายได้รวมติดลบสูงถึงประมาณ 28% ตามมาด้วย Raimon Land (RML) ที่ -26%, Lalin Property (LPH) ที่ -23%, Major Development (MJD) ที่ -22% และ Siamese Asset (SA) ที่ -21% แม้แต่ Land and Houses (LH) ซึ่งเป็นผู้นำตลาดมายาวนาน ก็ยังมีรายได้รวมติดลบถึง 18%

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุด ยังมีถึง 5 บริษัทที่รายได้รวมลดลงจากปี 2565 นอกจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) ที่ -10%, Pruksa Holding (PPH) ที่ -9% และ Origin Property (ORI) ที่รายได้รวมลดลงประมาณ 4% ความท้าทายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อ ความต้องการของผู้บริโภค และสภาพตลาดที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อ รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่สะท้อนผลการดำเนินงานจริง

เมื่อพิจารณาถึง รายได้จากการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนผลการดำเนินงานหลักของธุรกิจได้ชัดเจนกว่ารายได้รวม (ซึ่งอาจรวมรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ) ตัวเลขในปี 2566 ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ชัดเจนขึ้น บริษัททั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท และมีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่รายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวเลขที่น่าตกใจปรากฏในหลายบริษัท เช่น Raimon Land ที่รายได้จากการขายลดลงถึง -78%, L.P.N. Development ที่ลดลงเกือบ -40% และ Land and Houses ที่ถึงกับติดลบถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) ซึ่งเป็นอันดับ 1 ในแง่รายได้จากการขาย ก็ยังเผชิญกับการลดลงเล็กน้อยที่ -2%

ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด ถึง 8 บริษัท มีรายได้จากการขายลดลง แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้นในตลาดอย่างกว้างขวาง ปัจจัยเหล่านี้อาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น การชะลอตัวของอุปสงค์, ปัญหาหนี้ครัวเรือน, การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค หรือแม้แต่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น การทำความเข้าใจ สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในเชิงลึกเช่นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกภาคส่วน

10 อันดับบริษัทอสังหาฯ รายได้รวมสูงสุด ปี 2566: ใครยังคงยืนหยัด?

แม้ภาพรวมจะชะลอตัว แต่ก็ยังมีบริษัทที่สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำด้านรายได้รวมไว้ได้ สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท (ลดลงเล็กน้อย <1%)
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท (ลดลง 18%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 26,132 ล้านบาท (ลดลง 9%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท (ลดลง 4%)
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

น่าสังเกตว่า แสนสิริสามารถก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ AP (Thailand) ที่เคยเป็นผู้นำในปีก่อนหน้า ขยับลงมาเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรักษาตำแหน่งอันดับต้นๆ ไว้ได้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการภาพรวมของธุรกิจ แม้จะเผชิญกับสภาวะตลาดที่ท้าทาย

10 อันดับบริษัทอสังหาฯ รายได้จากการขายสูงสุด ปี 2566: วัดกันที่ผลงานจริง

หากเรามองที่ รายได้จากการขายโครงการ ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการพัฒนาและขายอสังหาริมทรัพย์จริง ๆ แล้ว อันดับมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท (ลดลง 2%)
แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท (ลดลง 38%)
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง 24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

AP (Thailand) ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้านรายได้จากการขายไว้ได้ แม้จะลดลงเล็กน้อย ในขณะที่แสนสิริแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ดีและตามมาในอันดับที่ 2 SC Asset ที่เติบโตถึง 13% ก้าวขึ้นมาอยู่ใน Top 5 ได้สำเร็จ นี่คือตัวอย่างของบริษัทที่มีความสามารถในการขับเคลื่อนยอดขายได้ดี แม้ในสภาวะตลาดที่ยากลำบาก

นอกจากนี้ Central Pattana (CPN) ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามอง ด้วยรายได้จากการขายที่พุ่งสูงถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตถึง 103% จากปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างตรงจุด

กำไรสุทธิ: ตัววัดความสามารถในการทำกำไรที่แท้จริง

แม้ว่ารายได้จะมีความสำคัญ แต่ กำไรสุทธิ คือหัวใจสำคัญที่จะบ่งชี้ถึงความสามารถในการทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ในปี 2566 ทั้ง 41 บริษัท ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ 49,602 ล้านบาท ที่น่าเป็นห่วงคือ มีกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปีตั้งแต่ช่วงโควิด และกว่า 20 บริษัท มีกำไรลดลงจากปีก่อนหน้า

10 อันดับบริษัทอสังหาฯ กำไรสุทธิสูงสุด ปี 2566: ผู้ที่บริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์ได้ดี

สำหรับ Top 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสุทธิได้สูงสุดในปี 2566 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการต้นทุน กลยุทธ์การขาย และการบริหารสินทรัพย์:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท (มีกำไรพิเศษจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน 2,500 ล้านบาท)
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (ลดลง 25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)

Land and Houses แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ก็ยังคงเป็นผู้นำด้านกำไรสุทธิ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ หากไม่รวมปัจจัยดังกล่าว ศุภาลัยและ AP (Thailand) ก็เข้ามาขับเคี่ยวอย่างสูสี แสนสิริแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของกำไรที่น่าประทับใจถึง 42% สะท้อนถึงกลยุทธ์การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567: ทิศทางและความท้าทาย

จากข้อมูลและภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2566 ชี้ให้เห็นว่า ปี 2567 จะยังคงเป็นอีกปีที่ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันจะยังคงรุนแรง ผู้ประกอบการจะต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับปัจจัยต่างๆ เช่น:

กำลังซื้อของผู้บริโภค: การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม และสถานการณ์หนี้ครัวเรือนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อกำลังซื้อ
อัตราดอกเบี้ย: นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการกู้ยืมของผู้บริโภคและการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: ความต้องการที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ความต้องการพื้นที่สีเขียว, เทคโนโลยี Smart Home, หรือการผสมผสานการทำงานและที่อยู่อาศัย (Work from Home)
กฎระเบียบและมาตรการภาครัฐ: การออกมาตรการส่งเสริมหรือควบคุมตลาดจากภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมตลาด

ในมุมมองของผู้ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน ผมเชื่อว่า บริษัทที่มีความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว มีกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งในการบริหารต้นทุน การตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง จะเป็นผู้ที่สามารถคว้าโอกาสและเติบโตได้ แม้ในสภาวะที่ท้าทาย

การมองหา โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน หรือการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในปี 2567 จึงต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของผู้พัฒนา และพิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐานของโครงการและทำเลที่ตั้งอย่างรอบด้าน

สรุป: บทเรียนจากปี 2566 และก้าวต่อไป

ปี 2566 ได้มอบบทเรียนอันล้ำค่าให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย การที่บริษัทจำนวนมากเผชิญกับรายได้และกำไรที่ลดลง แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ บริษัทที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น ความสามารถในการปรับกลยุทธ์ และการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ คือผู้ที่จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกำลังตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัย การทำความเข้าใจข้อมูลผลประกอบการของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำเหล่านี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญยิ่ง การศึกษา แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ และเมืองท่องเที่ยวหลักๆ รวมถึงการพิจารณาถึง บริษัทอสังหาริมทรัพย์น่าลงทุน จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดและมั่นใจ

มาเริ่มต้นการเดินทางสู่อนาคตที่สดใสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไปด้วยกัน! หากคุณต้องการคำแนะนำเชิงลึก หรือกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยนำทางคุณในการลงทุน หรือการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เราพร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์และความรู้ เพื่อให้การตัดสินใจของคุณนั้นคุ้มค่าและประสบความสำเร็จสูงสุด.

Previous Post

ด่วน! ศาลปกครองสูงสุด ยกคำร้อง บิ๊กโจ๊ก ขอเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เห็นว่าคำสั่งนี้ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

Next Post

‘พลทหารเรืองศักดิ์’ กลับบ้านสู่อ้อมกอดครอบครัว หลังบาดเจ็บสาหัสจากการปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า นอกจากทีมแพทย์ ยังมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นของดีที่ ‘แม่ทัพเติ่ง’ มอบให้

Next Post
‘พลทหารเรืองศักดิ์’ กลับบ้านสู่อ้อมกอดครอบครัว หลังบาดเจ็บสาหัสจากการปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า นอกจากทีมแพทย์ ยังมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นของดีที่ ‘แม่ทัพเติ่ง’ มอบให้

‘พลทหารเรืองศักดิ์’ กลับบ้านสู่อ้อมกอดครอบครัว หลังบาดเจ็บสาหัสจากการปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า นอกจากทีมแพทย์ ยังมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นของดีที่ ‘แม่ทัพเติ่ง’ มอบให้

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.