• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

เบื้องลึกคำขู่สงคราม! ทำไมรัฐมนตรีกัมพูชาถึงสั่งห้ามเลือก “คนนี้” เผยความลับที่ไทยต้องรู้ก่อนจะสายเกินไป

admin79 by admin79
January 12, 2026
in Uncategorized
0
เบื้องลึกคำขู่สงคราม! ทำไมรัฐมนตรีกัมพูชาถึงสั่งห้ามเลือก “คนนี้” เผยความลับที่ไทยต้องรู้ก่อนจะสายเกินไป

ประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในขณะนี้ คือกรณีที่มีรายงานข่าวระบุว่ารัฐมนตรีของประเทศกัมพูชาได้ออกมากล่าวในเชิงส่งสัญญาณถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า “อย่าเลือกผม ให้ไปเลือกคนอื่น” พร้อมกับทิ้งท้ายด้วยคำขู่ที่สร้างความตื่นตระหนกว่าหากเลือกเขาอาจจะนำไปสู่โอกาสในการเกิดสงครามได้ เรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากฝั่งประเทศไทย โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ออกมาให้ความเห็นต่อเหตุการณ์นี้อย่างเผ็ดร้อนและตรงไปตรงมา โดยเขามองว่าคำกล่าวเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องของความกังวลเรื่องสงครามที่แท้จริง แต่เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมืองที่สะท้อนถึงความกลัวลึกๆ ในใจของฝ่ายตรงข้ามที่มีต่อความเข้มแข็งของประเทศไทยในยุคปัจจุบัน

นายอนุทินได้วิเคราะห์อย่างเฉียบคมว่า เหตุผลที่แท้จริงที่ทางฝั่งกัมพูชาแสดงท่าทีเช่นนั้น เป็นเพราะพวกเขารู้ดีว่าหากคนทำงานที่มีความเด็ดขาดและรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นที่หนึ่งได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ทางกัมพูชาจะมีโอกาสแพ้ราบคาบในเชิงนโยบายและการเจรจาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรหรือเขตแดนที่มักจะมีข้อพิพาทกันอยู่บ่อยครั้ง ความกังวลที่ว่า “จะเอาเปรียบประเทศไทยไม่ได้” คือหัวใจสำคัญของคำกล่าวอ้างเรื่องสงครามเหล่านั้น นายอนุทินจึงได้ออกมาเตือนสติคนไทยทุกคนว่า อย่าไปหลงเชื่อคำขู่หรือแผนการตบตาที่มุ่งหวังจะทำให้คนไทยเกิดความกลัวจนไม่กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของบ้านเมืองเราเอง

การออกมาเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีมหาดไทยในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนที่แข็งกร้าวในการปกป้องผลประโยชน์ของคนไทยอย่างเต็มที่ นายอนุทินเน้นย้ำว่าเราต้องรู้เท่าทันเกมการเมืองระหว่างประเทศและ “อย่าทำให้เขาสมใจ” ด้วยการยอมถอยหรือเลือกทางเดินที่เปิดโอกาสให้ประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาตักตวงผลประโยชน์ได้ง่ายขึ้น สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการเลือกผู้นำที่มีความกล้าหาญและไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจมืดหรือการกดดันจากภายนอกคือสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับประเทศไทยในนาทีนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าทรัพยากรและศักดิ์ศรีของชาติจะถูกรักษาไว้อย่างมั่นคงสืบไป และคำขู่ใดๆ ก็ตามจะไม่สามารถสั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแผ่นดินเกิดได้

ปี 2566: ความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย และผู้ชนะที่แท้จริง

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมาเกือบหนึ่งทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดมาหลายครั้ง แต่ปี 2566 ถือเป็นอีกปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง จากความคาดหวังอันสูงส่งที่ต่อเนื่องมาจากโมเมนตัมเชิงบวกของปี 2565 ภาคอสังหาริมทรัพย์กลับเผชิญกับภาวะชะลอตัวที่กินเวลานานนับตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ จนลากยาวไปจนถึงปลายปี แม้กระทั่งช่วงเวลาสำคัญอย่างไตรมาส 4 ซึ่งปกติจะเป็นช่วงไฮซีซั่นของตลาด ก็ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน และน่าเสียดายที่แนวโน้มเชิงอนุรักษ์นิยมนี้ยังคงส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี 2567

เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวอย่างเจาะลึก Property Mentor ได้ทำการรวบรวมข้อมูลผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 41 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ตลอดปี 2566 เพื่อประเมินว่าแต่ละบริษัทสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้อย่างไร และใครคือผู้ที่สามารถยืนหยัดเป็น “ผู้ชนะตัวจริง” ท่ามกลางสภาวะที่ยากลำบากนี้

ภาพรวมรายได้รวม: การหดตัวเล็กน้อยแต่สัญญาณเตือนชัดเจน

ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันได้ทั้งสิ้น 371,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงเล็กน้อยราว 1.2% เมื่อเทียบกับรายได้รวม 376,141 ล้านบาท ในปี 2565 อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในรายละเอียดรายบริษัท จะพบภาพที่น่ากังวลยิ่งกว่า นั่นคือ มีถึง 25 จาก 41 บริษัท หรือประมาณ 61% ที่มีรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทที่เผชิญกับการหดตัวของรายได้ในระดับสูงกว่า 20% ได้แก่ L.P.N. Development (LPN) ที่ติดลบราว 28% ตามมาด้วย Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ในระดับเดียวกัน นอกจากนี้ Raimon Land (RML) ยังมีรายได้รวมลดลงถึง 26% ขณะที่ Lalin Property (LPH) อยู่ที่ 23% และ Major Development (MD) ที่ 22% รวมถึง Siamese Asset (SA) ที่ 21%

แม้แต่บริษัทชั้นนำอย่าง Land and Houses (LH) ซึ่งเป็นเสาหลักของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากกระแสชะลอตัว โดยมีรายได้รวมลดลงถึง 18% สิ่งที่น่าสังเกตเป็นพิเศษคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่รายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่รายได้รวมลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) ที่ 10%, Pruksa Holding (PPH) ที่ 9% และ Origin Property (ORI) ที่ราว 4%

แสนสิริ: ผู้นำรายได้รวม แต่การแข่งขันที่เข้มข้น

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่แท้จริงของสมรรถนะการดำเนินงาน

อย่างไรก็ตาม การวัดผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ จำเป็นต้องพิจารณาที่ รายได้จากการขาย (Sales Revenue) เป็นหลัก เนื่องจากบริษัทชั้นนำหลายแห่งมีรายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาเสริม ซึ่งอาจไม่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักโดยตรง เมื่อเจาะลึกรายได้จากการขายของทั้ง 41 บริษัท พบว่ามีมูลค่ารวม 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท ที่น่ากังวลคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลง

กรณีที่โดดเด่นในเชิงลบ ได้แก่ Raimon Land (RML) ที่รายได้จากการขายตกลงถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) ที่ลดลงเกือบ 40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) ที่รายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งในด้านรายได้จากการขาย ก็ยังคงเห็นรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ 2%

ความท้าทายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่ประสบปัญหาการลดลงของรายได้จากการขาย สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะตลาดที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง

AP (Thailand): แชมป์รายได้จากการขาย แต่การแข่งขันที่ดุเดือด

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท (รายได้จากการขายลดลง 2%)
แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท (รายได้จากการขายลดลง 38%)
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (รายได้จากการขายลดลง 24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่เริ่มแสดงศักยภาพหลังจากลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 CPN ทำรายได้จากการขายได้ 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้ 2,870 ล้านบาท

กำไรสุทธิ: ตัวตัดสินผู้ชนะที่แท้จริง

แม้ว่ารายได้จะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ แต่ กำไรสุทธิ (Net Profit) คือบทพิสูจน์ที่แท้จริงของความสามารถในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ท้ายที่สุดแล้ว บริษัทที่ขายได้มากแต่มีกำไรน้อย ก็ไม่อาจถือเป็นผู้ชนะที่แท้จริง

สำหรับปี 2566 ทั้ง 41 บริษัท ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมประมาณ 49,602 ล้านบาท ที่น่าเป็นห่วงคือ มีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน บางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปีตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ นอกจากนี้ กว่า 20 บริษัท มีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนหน้า

Land and Houses: ครองแชมป์กำไรสูงสุด ด้วยกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด

สำหรับ Top 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (กำไรลดลง 25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)

แม้ว่า Land and Houses (LH) จะมีรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์กำไรสูงสุดไว้ได้ ด้วยกำไรจำนวน 2,500 ล้านบาทจากการขายโรงแรม 2 แห่งให้กับกองทุน ซึ่งเป็นกลยุทธ์การบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ชาญฉลาด หากไม่นับรายการพิเศษนี้ ศุภาลัย (SPALI) จะมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งแทน

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในอนาคต

ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญในปี 2566 ซึ่งเป็นปีแห่งการปรับตัวและประเมินสถานการณ์ใหม่ ปัจจัยหลายอย่าง ทั้งเศรษฐกิจมหภาค ความผันผวนทางการเมือง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนมีส่วนส่งผลกระทบต่อตลาด

แม้ว่าปี 2567 จะยังคงเป็นอีกปีที่ยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการ แต่ผมเชื่อมั่นว่าด้วยความเข้าใจในตลาดอย่างลึกซึ้ง การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง และการสร้างสรรค์นวัตกรรม จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ไปได้

หากคุณเป็นนักลงทุน ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่สนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย และต้องการเจาะลึกข้อมูลเชิงลึกเพื่อวางแผนกลยุทธ์ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ อย่ารอช้าที่จะติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำปรึกษาที่แม่นยำและทันสมัยที่สุด

Previous Post

ช็อกทั้งประเทศ! ผล Popular Vote ดีเบตไทยรัฐ คะแนนพุ่งทะลุเพดาน อันดับ 1 ทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น

Next Post

แอฟ ทักษอร โพสต์เองโมเมนต์หวาน นนกุล เผยสิ่งที่มากกว่างานแต่ง ลูกน้ำ-อลัน แฟนๆกรี๊ดกันลั่นเลย รูปที่8คือคำตอบ

Next Post
แอฟ ทักษอร โพสต์เองโมเมนต์หวาน นนกุล เผยสิ่งที่มากกว่างานแต่ง ลูกน้ำ-อลัน แฟนๆกรี๊ดกันลั่นเลย รูปที่8คือคำตอบ

แอฟ ทักษอร โพสต์เองโมเมนต์หวาน นนกุล เผยสิ่งที่มากกว่างานแต่ง ลูกน้ำ-อลัน แฟนๆกรี๊ดกันลั่นเลย รูปที่8คือคำตอบ

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.