• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

สมุทรสาครจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม? “โรม” บุกประชิดถิ่นมหาชัย เผยแผนเด็ดจัดการทุนเทา-ถนนพระราม 2 ที่ฟังแล้วต้องอึ้ง!

admin79 by admin79
January 13, 2026
in Uncategorized
0
สมุทรสาครจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม? “โรม” บุกประชิดถิ่นมหาชัย เผยแผนเด็ดจัดการทุนเทา-ถนนพระราม 2 ที่ฟังแล้วต้องอึ้ง!

บรรยากาศการเมืองในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครกลับมาคึกคักอย่างถึงขีดสุด เมื่อ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำคนสำคัญของพรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาครเพื่อขอแรงสนับสนุนและประกาศความมั่นใจว่าในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง พรรคประชาชนจะสามารถกวาดชัยชนะได้แบบยกจังหวัด “ส้มทั้งสมุทรสาคร” การลงพื้นที่ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเดินสายหาเสียงทั่วไป แต่เป็นการนำเสนอนโยบายที่เจาะลึกถึงปัญหาเรื้อรังที่กัดกินความสุขของคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะปัญหามหากาพย์การก่อสร้างถนนพระราม 2 ที่สร้างความลำบากในการเดินทางและกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งโรมได้ชูแนวทางการเกาะติดและเร่งรัดให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการนำเสนอโครงการรถไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางให้คนสมุทรสาครเข้าสู่ใจกลางเมืองได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ประเด็นที่สร้างเสียงฮือฮาและได้รับความสนใจอย่างมากคือการประกาศสงครามกับกลุ่มทุนจีนสีเทาและขบวนการสแกมเมอร์ที่เข้ามาแย่งอาชีพและกิจการของคนไทยในพื้นที่ นายรังสิมันต์ โรม ได้ย้ำชัดว่าสมุทรสาครเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ แต่ปัจจุบันกลับถูกคุกคามโดยกลุ่มอิทธิพลข้ามชาติที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายและเบียดเบียนผู้ประกอบการท้องถิ่น นโยบายของพรรคจึงมุ่งเน้นไปที่การปราบปรามอย่างถอนรากถอนโคน เพื่อคืนโอกาสทางธุรกิจให้กับคนในพื้นที่อย่างเป็นธรรม พร้อมกับการยกระดับการตรวจสอบความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากการฉ้อโกงทางออนไลน์ที่เป็นปัญหาลุกลามไปทั่วประเทศในขณะนี้

ในด้านสังคม โรมยังได้หยิบยกปัญหาการค้ามนุษย์และยาเสพติดซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวในจังหวัดที่มีการจ้างแรงงานข้ามชาติจำนวนมาก โดยเสนอรูปแบบการจัดการที่เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและเข้มงวด เพื่อขจัดวงจรการอุ้มบุญหรือการกดขี่แรงงานที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก การประกาศสู้ไม่ถอยในทุกมิติของนายรังสิมันต์ โรม ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าพรรคประชาชนต้องการปักธงในสมุทรสาครด้วยการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและกล้าชนกับกลุ่มอิทธิพลเดิม ซึ่งท่าทีที่ดุดันและข้อมูลที่แน่นหนาทำให้กระแสตอบรับในพื้นที่ทวีความร้อนแรง จนหลายฝ่ายเริ่มวิเคราะห์ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า สมุทรสาครอาจกลายเป็นป้อมปราการสำคัญของสีส้มตามที่แกนนำพรรคได้ประกาศไว้จริงๆ

ปี 2566: วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ไทย – ใครคือผู้รอดในสนามแข่งขันที่เข้มข้น?

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยมายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดมาหลายครั้ง แต่ปี 2566 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งยวด เป็นปีที่ความคาดหวังอันสวยงามซึ่งมีโมเมนตัมมาจากปี 2565 กลับต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันโหดร้าย ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ถอยกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างชัดเจน ก่อนที่การเลือกตั้งใหญ่จะมาถึง และความซบเซาต่อเนื่องนี้ได้ลากยาวมาจนถึงช่วงปลายปี แม้กระทั่งช่วงไฮซีซั่นในไตรมาสที่ 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวได้อย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง และดูเหมือนว่าปี 2567 ก็ยังคงสืบทอดบรรยากาศที่ไม่แน่นอนนี้มาด้วย

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้เล่นหลักในตลาด Property Mentor จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 41 แห่ง เพื่อประเมินผลการดำเนินงานในปี 2566 ใครคือผู้ที่สามารถยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง และใครคือผู้ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายที่หนักหนาสาหัสที่สุด?

ภาพรวมรายได้: การชะลอตัวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้รวมกันได้กว่า 371,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวมสูงถึง 376,141 ล้านบาท คิดเป็นการลดลงประมาณ 1.2% อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกในรายละเอียด จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม

บางบริษัทต้องเผชิญกับการลดลงของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มที่รายได้ติดลบในระดับ 20% ขึ้นไป อาทิ L.P.N. Development Plc. (LPN), Eastern Star Real Estate Plc. (ESTAR) และ Country Group Development Plc. (CGD) ซึ่งมีรายได้ลดลงราว 28% ขณะที่ Raimon Land Plc. (RML) ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยตัวเลขที่ -26%, Lalin Property Plc. (LL) ที่ -23%, Major Development Plc. (MD) ที่ -22% และ Siamese Asset Plc. (SA) ที่ -21%

แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses Plc. (LH) ก็ยังไม่สามารถหลีกหนีสภาวะดังกล่าวได้ โดยมีรายได้รวมติดลบถึง 18% และเป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุด 5 แห่ง กลับมีรายได้รวมลดลงจากปี 2565 นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) Plc. (AP) ที่รายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai Plc. (SPALI) ที่ -10%, Pruksa Holding Plc. (PPH) ที่ -9% และ Origin Property Plc. (ORI) ซึ่งมีรายได้รวมลดลงประมาณ 4%

แสนสิริ ผงาดขึ้นครองแชมป์รายได้รวม แต่ AP (Thailand) คือดาวเด่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ

เมื่อพิจารณาในส่วนของรายได้รวม 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้สูงสุดในปี 2566 มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ:

แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การประเมินผลการดำเนินงานมีความแม่นยำและสะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้จากการดำเนินงานหลักของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง จำเป็นต้องพิจารณารายได้จากการขายเป็นเกณฑ์สำคัญ เนื่องจากรายได้รวมของบางบริษัทอาจมีการรับรู้รายได้จากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่การขายโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยตรง

รายได้จากการขาย: สัญญาณเตือนที่ชัดเจน

หากเราพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขาย จะเห็นภาพที่แตกต่างออกไป ตลอดปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับลดลงถึงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

บางบริษัทประสบกับการลดลงอย่างรุนแรงในส่วนของรายได้จากการขาย อาทิ Raimon Land Plc. (RML) ที่ลดลงถึง 78%, L.P.N. Development Plc. (LPN) ที่เกือบ 40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses Plc. (LH) ซึ่งมีรายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) Plc. (AP) ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดกรุงเทพฯ ก็ยังเผชิญกับการลดลงเล็กน้อยที่ 2% และไม่ใช่เพียงแค่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่ประสบปัญหานี้ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุดถึง 8 บริษัท กลับมีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

AP (Thailand) ทวงคืนบัลลังก์ยอดขายสูงสุด – สัญญาณบวกจากแสนสิริและศุภาลัย

เมื่อโฟกัสที่รายได้จากการขาย 10 อันดับแรก พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง 24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ซึ่งได้เริ่มเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 CPN ทำรายได้จากการขายได้ 5,835 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายฐานธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

กำไรสุทธิ: ผู้ชนะที่แท้จริง วัดกันที่ผลลัพธ์สุดท้าย

แม้ว่ายอดขายจะดูแข็งแกร่งเพียงใด แต่ในที่สุดแล้ว ความสามารถในการสร้างผลกำไรสุทธิ คือตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดในการประเมินความสำเร็จของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมประมาณ 49,602 ล้านบาท และที่น่าเป็นห่วงคือ มีถึง 12 บริษัท ที่มีผลประกอบการขาดทุน บางรายขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ ขณะเดียวกัน มีกว่า 20 บริษัทจาก 41 บริษัท ที่มีกำไรลดลงจากปี 2565

Land and Houses ครองตำแหน่งผู้นำด้านกำไร – ศุภาลัยและ AP (Thailand) ไล่ตามติด

เมื่อพิจารณาในส่วนของกำไรสุทธิ 10 อันดับแรก พบว่า:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท
แม้รายได้จากการขายจะลดลง แต่ LH สามารถทำกำไรสูงสุดได้จากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน มูลค่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้

ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
หากไม่มีรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์ของ LH, SPALI คงจะก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้อย่างแน่นอน

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
AP แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถทำกำไรได้ใกล้เคียงกับ SPALI

แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
SIRI แสดงการฟื้นตัวและเติบโตของผลกำไรที่น่าประทับใจ

ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (ลดลง 25%)
แม้กำไรจะลดลง แต่ ORI ยังคงรักษาการมีกำไรที่สูงได้อย่างต่อเนื่อง

เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)
CPN ยังคงแสดงศักยภาพในการทำกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

บทสรุปและมุมมองสู่อนาคต

ข้อมูลผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 41 แห่งในปี 2566 สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ภาคอุตสาหกรรมได้เผชิญ การชะลอตัวของเศรษฐกิจ, อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น, สภาวะกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และปัจจัยภายในประเทศอื่นๆ ล้วนส่งผลกระทบต่อภาพรวม

อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ บริษัทที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ, มีการปรับกลยุทธ์การตลาดที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด, และมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ยังคงสามารถยืนหยัดและเติบโตได้

สำหรับปี 2567 นี้ มีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นอีกปีที่ยากลำบากสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น การบริหารจัดการสภาพคล่อง และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างต่อเนื่อง

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการนี้ ผมเชื่อว่าบริษัทที่มีความยืดหยุ่น, มีความเข้าใจในตลาดเชิงลึก, และสามารถนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้บริโภค จะเป็นผู้ที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้

หากท่านเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับธุรกิจของท่านให้แข็งแกร่งและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในสภาวะตลาดที่ผันผวนเช่นนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการวางแผนกลยุทธ์ที่รอบคอบคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของคุณให้เหนือกว่าคู่แข่ง? ร่วมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้ เพื่อค้นหาแนวทางกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงไป!

Previous Post

วินาทีประวัติศาสตร์! 3 แคนดิเดตนายกฯ จับมือส่งสัญญาณลับบางอย่าง? เบื้องหลังภาพถ่ายที่อาจเปลี่ยนขั้วการเมืองไทยแบบฉับพลัน

Next Post

พรรครักชาติ ลุยโคราช ปลุกกระแสปกป้องรัฐธรรมนูญ ปี 60 ย้ำจุดยืน ไม่แก้รัฐธรรมนูญ ชี้ เปลืองงบประมาณ นำเงินมาแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านดีกว่า

Next Post
พรรครักชาติ ลุยโคราช ปลุกกระแสปกป้องรัฐธรรมนูญ ปี 60 ย้ำจุดยืน ไม่แก้รัฐธรรมนูญ ชี้ เปลืองงบประมาณ นำเงินมาแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านดีกว่า

พรรครักชาติ ลุยโคราช ปลุกกระแสปกป้องรัฐธรรมนูญ ปี 60 ย้ำจุดยืน ไม่แก้รัฐธรรมนูญ ชี้ เปลืองงบประมาณ นำเงินมาแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านดีกว่า

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.