• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

กล้าชนตอ! “ชัยวุฒิ” ประกาศนโยบายสุดช็อก ดันบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย ลั่นเลิกดัดจริตเปลี่ยนเงินใต้โต๊ะเป็นภาษีช่วยชาติ

admin79 by admin79
January 20, 2026
in Uncategorized
0
กล้าชนตอ! “ชัยวุฒิ” ประกาศนโยบายสุดช็อก ดันบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย ลั่นเลิกดัดจริตเปลี่ยนเงินใต้โต๊ะเป็นภาษีช่วยชาติ

กลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองและสาธารณสุขอีกครั้ง เมื่อนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างแข็งกร้าวในการผลักดันให้ “บุหรี่ไฟฟ้า” กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมายในประเทศไทย โดยชูสโลแกนการทำงานแบบ “ไม่เทา ไม่ดัดจริต” ซึ่งถือเป็นการท้าทายค่านิยมเดิมๆ และระเบียบปฏิบัติที่คลุมเครือมาอย่างยาวนาน นายชัยวุฒิมองว่าในความเป็นจริงปัจจุบันมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันอย่างแพร่หลายทั่วทุกมุมเมือง แต่กลับถูกกำหนดให้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งนำไปสู่ช่องว่างมหาศาลที่ทำให้เกิดการเรียกรับส่วยและการเก็บเงินใต้โต๊ะจากเจ้าหน้าที่บางกลุ่ม ทำให้รายได้มหาศาลที่ควรจะเข้าสู่ภาครัฐกลับตกไปอยู่ในกระเป๋าของผู้มีอิทธิพลและกลุ่มทุนสีเทาแทน

นโยบายนี้มุ่งเน้นไปที่การดึงเอาธุรกิจที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดินเพื่อให้มีการควบคุมอย่างเป็นระบบ โดยนายชัยวุฒิเน้นย้ำว่าการทำให้ถูกกฎหมายจะช่วยให้รัฐสามารถควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์และสารเคมีที่ใช้ในบุหรี่ไฟฟ้าได้ดีกว่าปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าสินค้าไร้มาตรฐานจากต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคมากกว่าเดิม นอกจากนี้ การเปลี่ยนสถานะจากของเถื่อนมาเป็นสินค้าควบคุมจะช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีสรรพสามิตได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งเม็ดเงินภาษีเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาระบบสาธารณสุขหรือการรณรงค์เพื่อลดการสูบบุหรี่อย่างจริงจังได้ดีกว่าการไล่จับกุมที่ไม่เคยเห็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวได้จุดฉนวนให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มนักวิชาการและองค์กรด้านสุขภาพที่แสดงความกังวลว่าการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายอาจเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงสิ่งเสพติดได้ง่ายขึ้น แต่นายชัยวุฒิได้โต้แย้งว่าความจริงคือปัจจุบันเด็กก็เข้าถึงได้ง่ายอยู่แล้วผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่มีการตรวจสอบอายุ หากทำให้ถูกกฎหมายจะสามารถบังคับใช้กฎหมายเรื่องจำกัดอายุผู้ซื้อได้อย่างเข้มงวดกว่าเดิม การออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเปิดหน้าแลกเพื่อให้สังคมไทยเลิกยอมรับความจริงแบบครึ่งๆ กลางๆ และหันมาแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุด้วยความโปร่งใส ซึ่งนับเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่แหลมคมและเดิมพันสูงยิ่งในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังต้องการนวัตกรรมทางการเงินและกฎหมายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ภาพรวมรายได้และกำไรของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยครึ่งปีแรก 2568: ทิศทางตลาดและกลยุทธ์รับมือความท้าทาย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้สังเกตเห็นถึงพลวัตของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 นี้ ตัวเลขผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 40 แห่ง ที่สะท้อนผ่านรายงานทางการเงิน บ่งชี้ถึงความท้าทายที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ตัวเลขรายได้ที่ลดลง 15.21% และกำไรสุทธิที่หดตัวถึง 37.17% นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขทางบัญชี แต่เป็นกระจกเงาที่สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนและความกังวลใจของผู้บริโภคในวงกว้าง

สัญญาณเตือนจากตัวเลข: ความเปราะบางของกำลังซื้อและ “ความกลัวหนี้”

สิ่งที่น่าสังเกตเป็นพิเศษคือ การที่บริษัทถึง 18 แห่งในกลุ่มนี้มีผลประกอบการขาดทุน ซึ่งเป็นสภาวะที่บ่งชี้ถึงแรงกดดันที่รุนแรงในตลาด แนวโน้มนี้สอดคล้องกับการประเมินจาก LWS Wisdom บริษัทวิจัยในเครือ แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-มิถุนายน) รายได้รวมของ 40 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวอยู่ที่ 131,217.08 ล้านบาท ลดลง 15.21% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 8,369.92 ล้านบาท ลดลง 37.17%

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ ผลกระทบที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่กำลังถดถอยอย่างชัดเจน ปัจจัยแวดล้อมหลายประการมีส่วนสำคัญในการสร้างแรงกดดันนี้ ได้แก่ การเติบโตของรายได้ที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับภาระหนี้สินภาคครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับที่ค่อนข้างแพง ทำให้การตัดสินใจก่อหนี้ก้อนใหญ่เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโดมิเนียม ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

สำหรับคนไทยจำนวนมาก การมีบ้านเป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิต และถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่พื้นฐาน แต่เมื่อปัจจัยทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อไม่เอื้ออำนวย ความฝันนี้ก็ดูห่างไกลออกไป สิ่งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย การชะลอตัวในภาคส่วนนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนที่น่ากังวล และอาจกล่าวได้ว่า ในเวลานี้ ไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เท่านั้นที่เผชิญกับความท้าทาย แต่เศรษฐกิจทั้งระบบกำลังสะท้อนถึง “ความกลัวหนี้” ของผู้บริโภค

การวิเคราะห์บริษัทชั้นนำ: ความแข็งแกร่งและความเปราะบางในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

เมื่อเจาะลึกไปยังรายชื่อบริษัทชั้นนำ 10 อันดับแรกในแง่ของรายได้สูงสุด พบว่า ส่วนใหญ่ยังคงมีรายได้ที่ปรับตัวลดลง แม้ว่าบางบริษัทจะมีตัวเลขรายได้ที่ลดลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเป็นทิศทางที่สวนทางกับเป้าหมายการเติบโตที่คาดหวัง

อันดับ 1: บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 17,786.61 ล้านบาท ลดลง 0.33%
อันดับ 2: บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 15,677.66 ล้านบาท ลดลง 19.44%
อันดับ 3: บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 12,107.57 ล้านบาท ลดลง 17.77%
อันดับ 4: บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 10,667.34 ล้านบาท ลดลง 16.70%
อันดับ 5: บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 10,336.18 ล้านบาท ลดลง 0.77%
อันดับ 6: บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 7,891.04 ล้านบาท ลดลง 8.77%
อันดับ 7: บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 6,947.38 ล้านบาท ลดลง 12.18%
อันดับ 8: บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 6,944.37 ล้านบาท ลดลง 29.59%
อันดับ 9: บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 4,998.72 ล้านบาท ลดลง 24.83%
อันดับ 10: บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทเดียวในกลุ่มนี้ที่มีรายได้เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้ 3,773.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 111.52% ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์เฉพาะตัวและความสามารถในการปรับตัวของผู้บริหาร

ในส่วนของกำไรสูงสุด 10 อันดับแรก สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและยอดขายที่ยังคงแข็งแกร่งของบางบริษัท แม้ว่ารายได้โดยรวมจะลดลง แต่การมีกำไรที่ยังคงรักษาไว้ได้ แสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

อันดับ 1: บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีกำไร 2,212.48 ล้านบาท
อันดับ 2: บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มีกำไร 2,028.11 ล้านบาท
อันดับ 3: บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) มีกำไร 1,870.04 ล้านบาท
อันดับ 4: บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) มีกำไร 1,509.27 ล้านบาท
อันดับ 5: บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีกำไร 1,192.82 ล้านบาท
อันดับ 6: บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีกำไร 736.36 ล้านบาท
อันดับ 7: บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีกำไร 531.08 ล้านบาท
อันดับ 8: บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีกำไร 430.97 ล้านบาท
อันดับ 9: บริษัท แอสเซท ไวส์ จำกัด (มหาชน) มีกำไร 399.89 ล้านบาท
อันดับ 10: บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (G LAND) มีกำไร 230.97 ล้านบาท

สินค้าคงค้าง: ความท้าทายที่รอการแก้ไขในตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑล

นอกจากแรงกดดันด้านกำลังซื้อแล้ว ภาวะที่โครงการบ้านและคอนโดมิเนียมขายออกได้ยากขึ้น ส่งผลให้มูลค่ารวมของสินค้าคงค้าง (Inventory) ประกอบกับสินค้าที่อยู่ระหว่างการพัฒนาของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ มีมูลค่าสูงถึง 725,404.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.89% ตัวเลขนี้ แม้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็บ่งชี้ถึงความท้าทายในการระบายสต็อกสินค้า โดยเฉพาะในทำเลที่มีการพัฒนาโครงการจำนวนมาก

มุมมองผู้บริหาร: การปรับกลยุทธ์เพื่อฝ่าวิกฤติและเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นตัว

คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจ โดยชี้ว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2568 ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวและฟื้นตัวในระยะต่อไป ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทบทวนและปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน เพื่อประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นจากภาวะวิกฤตินี้ไปให้ได้ และเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต

เศรษฐกิจไทยในภาพใหญ่: บทบาทของอสังหาริมทรัพย์และความเชื่อมโยงกับภาคส่วนอื่น

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8-10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และยังเชื่อมโยงโดยตรงกับภาคส่วนอื่นๆ เช่น แรงงานก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และภาคการเงิน การที่รายได้และกำไรของผู้ประกอบการชะลอตัวลง ประกอบกับปริมาณสินค้าคงค้างที่สูงขึ้น จึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงภาวะ “ความไม่มั่นใจ” ของผู้บริโภคที่ไม่กล้าก่อหนี้สินในช่วงเวลานี้

แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะยังไม่ใช่สัญญาณของวิกฤติการณ์เต็มรูปแบบ แต่ก็เป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด หากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกำลังซื้อไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ การชะลอตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์นี้ อาจส่งแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้มีความเปราะบางมากขึ้นในระยะยาว

แนวทางการดำเนินงานสำหรับผู้ประกอบการในปี 2568-2569

จากสถานการณ์ที่ปรากฏ ผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องพิจารณาแนวทางการดำเนินงานที่รอบคอบและยืดหยุ่น เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้:

การบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุน: การรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในช่วงเวลาที่การขายชะลอตัว การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดผลกระทบต่อกำไรได้
การปรับกลยุทธ์ทางการตลาดและการขาย: การทำความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า และการใช้ช่องทางการตลาดดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย: การมองหาโอกาสในตลาด Niche หรือการพัฒนาโครงการประเภทอื่น เช่น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property) หรือโครงการที่เน้นกลุ่มผู้สูงอายุ (Senior Living) อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
การบริหารจัดการสต็อก: การจัดโปรโมชั่นที่น่าสนใจ การร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อเสนอสินเชื่ออัตราพิเศษ หรือการพิจารณาปรับลดราคาในบางโครงการที่มีสต็อกค้างจำนวนมาก อาจช่วยระบายสินค้าได้เร็วขึ้น
การประเมินความเสี่ยงและการวางแผนเชิงกลยุทธ์: การวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด การประเมินความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย และการวางแผนกลยุทธ์ระยะยาวที่จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในสภาวะปัจจุบัน

สำหรับนักลงทุน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในช่วงนี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังและพิจารณาอย่างรอบคอบ การลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพ มีทำเลที่ตั้งที่ดี และมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจน อาจยังคงเป็นโอกาสที่ดี แต่ควรพิจารณาถึงปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงอย่างถี่ถ้วน การลงทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) บางกองที่เน้นสินทรัพย์ที่มีรายได้สม่ำเสมอและมีสัญญาเช่าระยะยาว อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความผันผวนได้

บทสรุป: ก้าวต่อไปของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

แม้ว่าตัวเลขผลประกอบการในครึ่งปีแรกของปี 2568 จะสะท้อนถึงความท้าทายที่ชัดเจนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่ในฐานะผู้ที่ทำงานในวงการนี้มาอย่างยาวนาน ผมยังคงมองเห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการฟื้นตัวของภาคส่วนนี้ เมื่อผู้ประกอบการสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การมองหาโอกาสในท่ามกลางความท้าทาย คือหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ การทำความเข้าใจปัจจัยขับเคลื่อนตลาด การวางแผนกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนอีกครั้ง

หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาโครงการที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดปัจจุบัน อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อร่วมวางแผนและสร้างสรรค์อนาคตที่มั่นคงไปด้วยกัน

Previous Post

เหนือชั้น! เปิดปฏิบัติการ “3 เพลย์เมกเกอร์” ในชุดปีศาจแดง บุกรวบเอเย่นต์ยาบ้าคาคอนโด แผนลวงสุดแนบเนียนที่คนร้ายคาดไม่ถึง

Next Post

เปิดแผนยึดเมืองสุโขทัย! “ยศชนัน” ควง “สมศักดิ์” บุกสวรรคโลก ประกาศกร้าวกลางเวทีปราศรัยที่ทำเอาคู่แข่งต้องหนาวสั่น

Next Post
เปิดแผนยึดเมืองสุโขทัย! “ยศชนัน” ควง “สมศักดิ์” บุกสวรรคโลก ประกาศกร้าวกลางเวทีปราศรัยที่ทำเอาคู่แข่งต้องหนาวสั่น

เปิดแผนยึดเมืองสุโขทัย! "ยศชนัน" ควง "สมศักดิ์" บุกสวรรคโลก ประกาศกร้าวกลางเวทีปราศรัยที่ทำเอาคู่แข่งต้องหนาวสั่น

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.