• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

กู้เกียรติ กกต.! “แสวง” สั่งลุยทั่วประเทศ ปูพรมปราบซื้อเสียงเลือกตั้ง 69 ลั่นต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา เพื่อเรียกคืนศักดิ์ศรีองค์กร

admin79 by admin79
January 21, 2026
in Uncategorized
0
กู้เกียรติ กกต.! “แสวง” สั่งลุยทั่วประเทศ ปูพรมปราบซื้อเสียงเลือกตั้ง 69 ลั่นต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา เพื่อเรียกคืนศักดิ์ศรีองค์กร

ท่ามกลางกระแสข่าวลือและการร้องเรียนเรื่องการทุจริตเลือกตั้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดถึงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ผอ.กกต.จว.) ทั่วประเทศ ให้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและปราบปรามการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างเข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งปี 2569 โดยนายแสวงย้ำว่า ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาความสงบเรียบร้อยตามหน้าที่เท่านั้น แต่เป็นการทำงานเพื่อ “กู้เกียรติและศักดิ์ศรี” ของ กกต. ให้กลับคืนมาในสายตาประชาชน หลังจากที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึงประสิทธิภาพในการตรวจสอบความโปร่งใสในช่วงที่ผ่านมา นายแสวงต้องการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนแสดงให้เห็นว่า กกต. มีเขี้ยวเล็บและสามารถจัดการกับผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้อย่างเด็ดขาด

มาตรการด่วนที่สั่งการลงไปนั้นครอบคลุมตั้งแต่การประสานงานกับชุดเคลื่อนที่เร็วและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อเข้าตรวจสอบจุดเสี่ยงที่ได้รับรายงานว่ามีการแจกเงินหรือสิ่งของเพื่อจูงใจผู้เลือกตั้ง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรวบรวมหลักฐานและรับแจ้งเบาะแสจากประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” นายแสวงเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดว่า “ต้องจับให้ได้” แม้จะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานว่าการซื้อเสียงเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้ในระบอบประชาธิปไตย และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด ทั้งโทษจำคุก ปรับเงิน และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือ “ใบแดง” ซึ่งจะส่งผลถึงขั้นยุบพรรคการเมืองหากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับกรรมการบริหารพรรค

นอกจากนี้ เลขาธิการ กกต. ยังได้กล่าวถึงความกดดันจากสังคมที่คาดหวังจะเห็นการเลือกตั้งที่สะอาดและเที่ยงธรรม โดยระบุว่า กกต. จะไม่ปล่อยให้กลุ่มอิทธิพลหรือเม็ดเงินนอกระบบมาครอบงำเจตนารมณ์ของประชาชนได้ การสั่งการครั้งนี้ถือเป็นการประกาศสงครามกับขบวนการซื้อเสียงอย่างเป็นทางการ โดย กกต. ได้เตรียมความพร้อมของทีมกฎหมายเพื่อพิจารณาพยานหลักฐานอย่างรวดเร็วและรอบคอบ เพื่อให้สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ทันท่วงที ท่าทีที่แข็งกร้าวของนายแสวงในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการปฏิรูปกระบวนการทำงานขององค์กรอิสระ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สมัครและประชาชนว่า ผลการเลือกตั้งที่จะออกมาในวันที่ 25 มกราคมนี้ จะมาจากเสียงบริสุทธิ์ของคนไทยอย่างแท้จริง

วิเคราะห์ผลประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2567: กลยุทธ์ ‘ลักซ์ชัวรี’ และ ‘ท่องเที่ยว’ ขับเคลื่อนตลาด

บทนำ

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดที่ผันผวน ซับซ้อน และเต็มไปด้วยความท้าทายมาโดยตลอด ปี 2567 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงไม่แน่นอน กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจชะลอตัวลง และต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายเหล่านั้น เรายังคงได้เห็นความแข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสผ่านกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ซึ่ง “พลัส พร็อพเพอร์ตี้” ในฐานะผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ได้ทำการวิจัยและเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจยิ่งเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของ 10 ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การวิเคราะห์นี้จะพาคุณเจาะลึกถึงตัวเลขรายได้ กำไรสุทธิ และกลยุทธ์เบื้องหลังความสำเร็จ (หรือความท้าทาย) ของบริษัทชั้นนำเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ “แสนสิริ”, “เอพี (ไทยแลนด์)”, และ “ศุภาลัย” สามารถครองสามอันดับแรกด้านรายได้สูงสุดได้อย่างไร พร้อมทั้งสำรวจปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 นี้

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2567: ความท้าทายและโอกาสที่ต้องจับตา

แม้ว่าภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2567 จะยังคงเผชิญกับสภาวะที่ท้าทายอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือการที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายแห่งสามารถบริหารจัดการผลการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยกลยุทธ์ที่ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

หนึ่งในกลยุทธ์ที่โดดเด่นและกลายเป็นแนวทางหลักของผู้ประกอบการชั้นนำตั้งแต่ปี 2567 และยังคงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน คือ การขยายการลงทุนในโครงการระดับลักซ์ชัวรี่ (Luxury Real Estate Thailand) กลุ่มตลาดนี้มีความต้องการที่แข็งแกร่งจากผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งมองหาที่อยู่อาศัยที่สะท้อนถึงรสนิยม ความหรูหรา และการใช้ชีวิตที่เหนือระดับ การเจาะตลาดกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้ที่สูง แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์และความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระยะยาว

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เข้ามาช่วยส่งเสริมให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมีการขยายตัวอย่างน่าสนใจ คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยว การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างอานิสงส์โดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพที่ถือเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว อาทิ ภูเก็ต อสังหาฯ พัทยา คอนโดเชียงใหม่ และ อสังหาฯ ขอนแก่น ทำเลเหล่านี้ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุนเพื่อปล่อยเช่า หรือแม้แต่การซื้อเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศ

ผมมองว่าความสำเร็จของผู้ประกอบการเหล่านี้ไม่ได้มาจากการมองข้ามความท้าทาย แต่มาจากการเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงพลวัตของตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และการปรับตัวอย่างรวดเร็ว นี่คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่เพียงแค่ยืนหยัดอยู่ได้ แต่ยังสามารถเติบโตต่อไปได้ในสภาวะที่การแข่งขันสูง

เจาะลึก 10 ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่: กลยุทธ์และผลประกอบการ ปี 2567

รายงานผลการดำเนินงานของ “พลัส พร็อพเพอร์ตี้” เผยให้เห็นภาพรวมของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการภายใต้สภาวะตลาดที่หลากหลาย ดังนี้

แสนสิริ: ผู้นำอันดับหนึ่งด้วยรายได้รวม 39,205 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,253 ล้านบาท
แม้ว่ากำไรสุทธิจะลดลง 13.3% จากปีก่อนหน้า แต่แสนสิริยังคงรักษาการเติบโตของรายได้ไว้ได้ที่ 2% ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง กลยุทธ์หลักอยู่ที่การปรับพอร์ตโฟลิโอเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดพรีเมียม-ลักซ์ชัวรี่ รวมถึงการขยายโครงการใน Strategic Locations ในเมืองท่องเที่ยวหลักที่มีศักยภาพ การเติบโตของยอดขายและยอดโอนบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมสอดคล้องกัน ขณะที่คอนโดมิเนียมก็มีการเติบโตเล็กน้อย สะท้อนความสำเร็จในการบริหารจัดการสินค้าและตำแหน่งทางการตลาด

เอพี (ไทยแลนด์): รั้งอันดับสองด้วยรายได้รวม 37,460 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,020 ล้านบาท
แม้ว่ารายได้จะลดลง 2.4% และกำไรสุทธิลดลง 17.1% จากปีก่อนหน้า กลุ่มสินค้าแนวราบยังคงเป็นหัวใจหลักของเอพี โดยเฉพาะบ้านแฝด ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์เอพี ที่ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า สะท้อนถึงความเข้าใจในความต้องการของตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ

ศุภาลัย: ขึ้นมาอยู่อันดับสามด้วยรายได้รวม 31,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% และกำไรสุทธิ 6,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3%
ศุภาลัยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเติบโตอย่างมั่นคง โดยมีรายได้หลักจากการเปิดตัวโครงการทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมที่เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกทำเล โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล, ภูเก็ต, ชลบุรี, และเชียงใหม่ ยังคงเป็นทำเลทองที่สร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

แลนด์แอนด์เฮ้าส์: มีรายได้รวม 28,151 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,491 ล้านบาท
แม้ว่ารายได้จะลดลง 6.7% และกำไรสุทธิลดลง 26.6% จากปีก่อนหน้า แต่ยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่มีผลประกอบการที่น่าจับตา

พฤกษา: รายได้รวม 20,996 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 456 ล้านบาท
ปี 2567 เป็นปีที่พฤกษาเผชิญความท้าทาย โดยรายได้ลดลง 19.7% และกำไรสุทธิลดลงถึง 79.3% ปัจจัยหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจและการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีความเปราะบาง บริษัทจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อกระตุ้นยอดขายในภาวะตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัว

เอสซี แอสเสท: รายได้รวม 20,823 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,706 ล้านบาท
รายได้ลดลง 15.2% และกำไรสุทธิลดลง 31.3% สัดส่วนรายได้มาจากการขายโครงการแนวราบและแนวสูง แต่บริษัทกำลังขยายสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ เช่น ค่าเช่าและบริการ รวมถึงรายได้ค่าที่ปรึกษาและการจัดการ

ออริจิ้น: รายได้รวม 11,985 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,052 ล้านบาท
ออริจิ้นเผชิญกับรายได้ที่ลดลง 20.9% และกำไรสุทธิลดลง 61.3% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาและพิจารณาปรับกลยุทธ์

แอสเซทไวส์: รายได้รวม 9,941 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,457 ล้านบาท
แอสเซทไวส์เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่แสดงผลงานโดดเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 39.1% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.4% สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการและกลยุทธ์การตลาด

ควอลิตี้เฮ้าส์: รายได้รวม 8,695 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,150 ล้านบาท
รายได้ลดลง 5.9% และกำไรสุทธิลดลง 14% แม้จะเผชิญกับแรงกดดัน แต่ยังคงรักษาผลประกอบการในระดับที่น่าพอใจ

แอล.พี.เอ็น.: รายได้รวม 8,011 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 111 ล้านบาท
แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น 7.6% แต่กำไรสุทธิลดลงถึง 69% บ่งชี้ถึงความท้าทายในการบริหารต้นทุนและอัตรากำไร

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2568: โอกาสใหม่ภายใต้แรงส่งเดิม

คุณสุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้สรุปภาพรวมและมุมมองเกี่ยวกับปัจจัยที่จะขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสและความหวังที่ยังมีอยู่ ดังนี้:

การเติบโตของตลาดลักซ์ชัวรี่ (Luxury Real Estate Thailand): ความต้องการที่อยู่อาศัยระดับบนยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงได้เป็นอย่างดี ประกอบกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ จะยิ่งสนับสนุนตลาด Luxury Property Investment ให้เติบโต

การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว: การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ใน Prime Tourist Destinations เช่น อสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต, อสังหาริมทรัพย์พัทยา, อสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่ ยังคงมีศักยภาพในการลงทุนและการเติบโต

กลยุทธ์การปรับตัวของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์: การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น เทรนด์ Pet Friendly Condo และ Pet Friendly Housing ทั้งในเมืองและเมืองท่องเที่ยวอย่าง คอนโดภูเก็ต และ คอนโดพัทยา รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาโครงการ จะสร้างมูลค่าเพิ่มและประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้พักอาศัย

แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ: การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง มีแนวโน้มที่จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค นอกจากนี้ ตลาดกำลังจับตาความเป็นไปได้ในการผ่อนคลายมาตรการ LTV (Loan-to-Value ratio) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีการปรับลดเงื่อนไขสำหรับผู้ซื้อบ้านราคาสูงกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลดีต่อ High-Value Property Market อย่างมีนัยสำคัญ

งานมหกรรมบ้านและคอนโด: งานแสดงอสังหาริมทรัพย์สำคัญ เช่น “งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47” ที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมาก เป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้บริโภคในการหาที่อยู่อาศัย และเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการได้นำเสนอโครงการ โดยกลุ่มที่ได้รับความนิยมยังคงเป็นบ้านเดี่ยวระดับกลาง อาคารชุด และทาวน์โฮม ขณะที่โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use Development) ก็เริ่มกลับมาเป็นที่สนใจ สะท้อนถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: การปรับตัวคือหัวใจสำคัญ

จากข้อมูลและมุมมองข้างต้น ชี้ให้เห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าเฉพาะ (Niche Market) การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ การนำเทคโนโลยีมาใช้ และการจับกระแสเทรนด์ที่กำลังมาแรง เช่น ตลาดลักซ์ชัวรี่ และการพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง (Pet-Friendly Projects) จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือการลงทุนเพื่อผลตอบแทน การทำความเข้าใจถึงแนวโน้มตลาด กลยุทธ์ของผู้ประกอบการ และปัจจัยภายนอกต่างๆ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด

หากคุณกำลังวางแผนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับตลาด อสังหาริมทรัพย์ กรุงเทพฯ, อสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต, อสังหาริมทรัพย์พัทยา, หรือต้องการสำรวจโอกาสใน คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ หรือ บ้านเดี่ยวขายดี เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาเคียงข้างคุณเสมอครับ

บทสรุปและคำเชิญชวน

ปี 2567 ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่ การมุ่งเน้นที่ตลาดระดับบน (Luxury Segment) และการใช้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ได้กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทชั้นนำอย่าง แสนสิริ, เอพี (ไทยแลนด์), และศุภาลัย ในขณะที่ผู้เล่นรายอื่น ๆ ก็กำลังเผชิญกับความท้าทายและปรับกลยุทธ์เพื่อก้าวข้ามผ่านไป

สำหรับปี 2568 เรายังคงเห็นโอกาสที่น่าสนใจ จากปัจจัยสนับสนุนทั้งจากมาตรการภาครัฐ เทรนด์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเมืองท่องเที่ยวหลัก หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ตลาดปัจจุบัน เราขอเชิญชวนให้คุณ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อวางแผนและคว้าโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งและอนาคตที่มั่นคงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไปด้วยกัน

Previous Post

กล้าจัดชัดเจน! “พี่เต้ 007” เขย่าวงการสายสยิว ดันนโยบายสื่อโป๊-เซ็กส์ทอยถูกกฎหมาย ลั่นทำได้จริงไม่ใช่แค่ฝัน พร้อมเปลี่ยนส่วยเป็นภาษีบำรุงชาติ

Next Post

ศึกสายเลือดสีกากี! “บิ๊กโจ๊ก” งานเข้าอีกระลอก สองลูกน้องคนสนิทโร่แจ้งความกองปราบ แฉวีรกรรมทำร้ายร่างกายปางตายจนทนไม่ไหว

Next Post
ศึกสายเลือดสีกากี! “บิ๊กโจ๊ก” งานเข้าอีกระลอก สองลูกน้องคนสนิทโร่แจ้งความกองปราบ แฉวีรกรรมทำร้ายร่างกายปางตายจนทนไม่ไหว

ศึกสายเลือดสีกากี! "บิ๊กโจ๊ก" งานเข้าอีกระลอก สองลูกน้องคนสนิทโร่แจ้งความกองปราบ แฉวีรกรรมทำร้ายร่างกายปางตายจนทนไม่ไหว

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.