• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

ใครคือทนาย ก.? “ชูวิทย์” แฉยับธาตุแท้ทนายดัง จ่ายจบ 7 หลักแล้วให้เมียด่าสักเดือน ย้ำชัดคนแบบนี้คบไม่ได้!

admin79 by admin79
January 22, 2026
in Uncategorized
0
ใครคือทนาย ก.? “ชูวิทย์” แฉยับธาตุแท้ทนายดัง จ่ายจบ 7 หลักแล้วให้เมียด่าสักเดือน ย้ำชัดคนแบบนี้คบไม่ได้!

กลายเป็นปริศนาธรรมทางการเมืองและวงการกฎหมายที่ทำเอาชาวเน็ตไม่ได้หลับไม่ได้นอน เมื่อ “จอมแฉ” อย่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เปิดเผยพฤติกรรมสุดแสบของบุคคลที่เขาเรียกว่า “ทนาย ก.” โดยเนื้อหาใจความระบุถึง “ธาตุแท้” ของทนายรายนี้ที่ดูภายนอกอาจจะดูดี มีความรู้ความสามารถ และมีหน้ามีตาในสังคม แต่เบื้องหลังกลับมีพฤติกรรมที่น่ากังวล โดยเฉพาะเรื่องของความซื่อสัตย์และการรักษาคำพูด นายชูวิทย์ได้ระบุถึงเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นการตกลงจ่ายค่าเสียหายหรือค่าเคลียร์ปัญหาเป็นตัวเลขสูงถึง 7 หลัก หรือหลักล้านบาท เพื่อให้เรื่องจบลง แต่กลับทิ้งท้ายด้วยประโยคสุดแซ่บว่า “ให้เมียด่าสักเดือน” ซึ่งสะท้อนถึงความขัดแย้งภายในและการจัดการปัญหาที่ไม่เป็นมืออาชีพ

นายชูวิทย์ได้วิพากษ์วิจารณ์ต่อว่า ทนาย ก. รายนี้ มักจะใช้กระบวนการทางกฎหมายและชื่อเสียงของตนเองเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ และมักจะสร้างภาพลักษณ์ให้ดูเหมือนเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม แต่แท้จริงแล้วกลับมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ที่ทับซ้อน การออกมาแฉในครั้งนี้ของนายชูวิทย์ถือเป็นการเตือนภัยสังคมและผู้ที่กำลังคิดจะใช้บริการหรือร่วมงานกับทนายรายดังกล่าวว่าให้ระมัดระวังให้ดี เพราะคนประเภทที่ยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อปิดปากคนแต่กลับควบคุมสถานการณ์คนใกล้ชิดไม่ได้ หรือใช้คนใกล้ชิดมาเป็นตัวละครในการโจมตีผู้อื่นหลังการเจรจาจบลงนั้น ถือเป็นบุคคลที่ไร้ซึ่งสัจจะในวงการ

แม้ในโพสต์ดังกล่าวจะไม่ได้มีการระบุชื่อจริงออกมาตรงๆ ว่าทนาย ก. คือใคร แต่คำใบ้และบริบทต่างๆ ที่นายชูวิทย์ทิ้งไว้นั้น ทำให้นักสืบโซเชียลต่างพุ่งเป้าไปที่ทนายชื่อดังคนหนึ่งที่มีประเด็นความขัดแย้งกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองอยู่บ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของชูวิทย์ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแฉเพื่อความสะใจ แต่เป็นการชี้ให้เห็นถึงความฟอนเฟะในวงการนักกฎหมายบางกลุ่มที่ใช้สีข้างเข้าถูและใช้เม็ดเงินในการแก้ปัญหามากกว่าความถูกต้องทางจริยธรรม ซึ่งต้องรอดูต่อไปว่า “ทนาย ก.” ที่ถูกพาดพิงถึงจะกล้าออกมาชี้แจงหรือโต้กลับเรื่อง “ค่าเสียหาย 7 หลัก” และ “เมียด่า” นี้อย่างไร หรือจะเลือกใช้วิธีนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวตามสไตล์ถนัดของตนเอง

สรุปผลการดำเนินงาน 10 ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปี 2567: เทรนด์ลักซ์ชัวรี และการฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวขับเคลื่อนตลาด

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้สังเกตเห็นพลวัตที่น่าสนใจและท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การวิเคราะห์เชิงลึกถึงผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการรายใหญ่บนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2567 ที่จัดทำโดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของ “ผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่” ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน

บทวิเคราะห์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการจัดอันดับ แต่เป็นการแกะรอยกลยุทธ์ที่ทำให้ “ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ” ยังคงสามารถยืนหยัดและเติบโตได้ โดยเฉพาะการมุ่งเน้นไปที่ “ตลาดลักซ์ชัวรี” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนรายได้และความสามารถในการทำกำไร โดยข้อมูลชี้ชัดว่า แสนสิริ, เอพี ไทยแลนด์ และศุภาลัย ยังคงเป็นสามอันดับแรกที่ครองตำแหน่งผู้นำด้านรายได้สูงสุด แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของ “ตลาดอสังหาริมทรัพย์หรู” และ “โครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม” ที่ยังคงเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2567: ความท้าทายและโอกาสท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง

แม้ว่าภาพรวมของ “ตลาดอสังหาริมทรัพย์” ในปี 2567 จะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ทั้งอัตราเงินเฟ้อที่ทรงตัว การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แต่กลุ่ม “ผู้ประกอบการอสังหาฯ ชั้นนำ” ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การปรับกลยุทธ์การตลาดให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

หนึ่งในกลยุทธ์ที่โดดเด่นและเห็นผลอย่างชัดเจน คือการขยาย “โครงการระดับลักซ์ชัวรี” ซึ่งไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่ได้กลายเป็นแนวทางหลักในการดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2567 และคาดว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 2568 นี้ การพัฒนา “อสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์” ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มองหาคุณภาพชีวิตที่เหนือระดับ แต่ยังสะท้อนถึงการมองการณ์ไกลของผู้ประกอบการในการสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ได้ส่งผลดีต่อ “ตลาดอสังหาริมทรัพย์” โดยเฉพาะใน “ทำเลท่องเที่ยวสำคัญ” เช่น “ภูเก็ต”, “พัทยา”, “เชียงใหม่”, และ “ขอนแก่น” พื้นที่เหล่านี้ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ซื้อทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจัยนี้เป็นแรงส่งเสริมสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของ “ตลาดคอนโดมิเนียมในเมืองท่องเที่ยว” และ “บ้านพักตากอากาศ”

เจาะลึก 10 ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ: กลยุทธ์สู่ความสำเร็จ

การวิเคราะห์ผลประกอบการของ 10 บริษัทชั้นนำ เผยให้เห็นถึงความแตกต่างและจุดแข็งของแต่ละองค์กร ดังนี้:

แสนสิริ:
รายได้รวม: 39,205 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ: 5,253 ล้านบาท (ลดลง 13.3% จากปีก่อน)
แสนสิริยังคงรักษาการเติบโตของรายได้ได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะอยู่ในภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง กลยุทธ์สำคัญคือการปรับพอร์ตโฟลิโอให้เน้นกลุ่ม “ที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม-ลักซ์ชัวรี” และการรุกเข้าสู่ “Strategic Locations” ในเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ การเติบโตของยอดขายและยอดโอนในกลุ่มบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

เอพี ไทยแลนด์:
รายได้รวม: 37,460 ล้านบาท (ลดลง 2.4% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ: 5,020 ล้านบาท (ลดลง 17.1% จากปีก่อน)
เอพี ไทยแลนด์ ยังคงให้ความสำคัญกับ “สินค้าแนวราบ” ซึ่งเป็นจุดแข็งมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มบ้านแฝด ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยว ที่ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า แม้รายได้และกำไรสุทธิจะปรับลดลงเล็กน้อย แต่ฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและความต่อเนื่องของ “โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ

ศุภาลัย:
รายได้รวม: 31,985 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 0.4% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ: 6,190 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 3.3% จากปีก่อน)
ศุภาลัย เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่สามารถรักษาการเติบโตของทั้งรายได้และกำไรสุทธิได้ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเปิดตัว “โครงการแนวราบ” และ “คอนโดมิเนียม” ที่เจาะกลุ่มลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะ “กรุงเทพฯ และปริมณฑล”, “ภูเก็ต”, “ชลบุรี”, และ “เชียงใหม่” เป็นทำเลที่สร้างยอดขายได้อย่างโดดเด่น

แลนด์แอนด์เฮ้าส์:
รายได้รวม: 28,151 ล้านบาท (ลดลง 6.7% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ: 5,491 ล้านบาท (ลดลง 26.6% จากปีก่อน)
แม้จะเผชิญกับการปรับลดลงของรายได้และกำไรสุทธิ แต่ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่มีศักยภาพในการบริหารจัดการ “โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งความท้าทายในปีนี้อาจเป็นผลมาจากการปรับตัวของตลาดที่ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่เฉียบคมยิ่งขึ้น

พฤกษา:
รายได้รวม: 20,996 ล้านบาท (ลดลง 19.7% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ: 456 ล้านบาท (ลดลง 79.3% จากปีก่อน)
พฤกษา ประสบกับผลกระทบที่ค่อนข้างมากจากสภาวะเศรษฐกิจและการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีความเปราะบาง การปรับกลยุทธ์ด้านราคาในช่วงปลายปีเพื่อกระตุ้นยอดขายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในภาวะตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่

เอสซี แอสเสท:
รายได้รวม: 20,823 ล้านบาท (ลดลง 15.2% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ: 1,706 ล้านบาท (ลดลง 31.3% จากปีก่อน)
เอสซี แอสเสท มีการปรับสัดส่วนรายได้จากการขายโครงการแนวราบและแนวสูง โดยมีรายได้จากค่าเช่าและบริการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตามทิศทางของบริษัทในการขยายสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่น่าจับตาในการสร้างความมั่นคงระยะยาว

ออริจิ้น:
รายได้รวม: 11,985 ล้านบาท (ลดลง 20.9% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ: 1,052 ล้านบาท (ลดลง 61.3% จากปีก่อน)
ออริจิ้น เผชิญกับความท้าทายในการรักษาการเติบโต โดยมีการปรับลดลงของทั้งรายได้และกำไรสุทธิ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากสภาวะตลาดโดยรวมและการแข่งขันที่สูงในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทดำเนินการอยู่

แอสเซทไวส์:
รายได้รวม: 9,941 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 39.1% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ: 1,457 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 33.4% จากปีก่อน)
แอสเซทไวส์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตที่โดดเด่น โดยสามารถเพิ่มทั้งรายได้และกำไรสุทธิได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจมาจากกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในกลุ่ม “คอนโดมิเนียม” และ “โครงการที่อยู่อาศัยทำเลศักยภาพ”

ควอลิตี้เฮ้าส์:
รายได้รวม: 8,695 ล้านบาท (ลดลง 5.9% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ: 2,150 ล้านบาท (ลดลง 14% จากปีก่อน)
ควอลิตี้เฮ้าส์ มีการปรับลดลงของรายได้และกำไรสุทธิเล็กน้อย แต่ยังคงมีกำไรสุทธิที่แข็งแกร่ง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนและสร้างผลกำไรจากโครงการที่มีอยู่

แอล.พี.เอ็น.:
รายได้รวม: 8,011 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7.6% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ: 111 ล้านบาท (ลดลง 69% จากปีก่อน)
แอล.พี.เอ็น. สามารถเพิ่มรายได้ได้ แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเกิดจากแรงกดดันด้านต้นทุน หรือการปรับกลยุทธ์การขายเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: โอกาสและความหวังสำหรับปี 2568

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในวงการ “อสังหาริมทรัพย์ไทย” เราสามารถสรุปปัจจัยหลักที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนและสร้างโอกาสในตลาดนี้ได้ดังนี้

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดลักซ์ชัวรี (Luxury Segment): ความต้องการใน “อสังหาริมทรัพย์ระดับบน” ยังคงมีสูงอย่างต่อเนื่อง และผู้ประกอบการได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง การพัฒนา “โครงการที่อยู่อาศัยหรู” ในพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ จะยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ
การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยว: การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญต่อ “ตลาดอสังหาริมทรัพย์” โดยเฉพาะใน “ทำเลท่องเที่ยว” อย่าง “ภูเก็ต”, “พัทยา”, “เชียงใหม่” และ “ขอนแก่น” ที่ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตของ “ตลาดบ้านพักตากอากาศ” และ “คอนโดมิเนียมสำหรับนักลงทุน”
กลยุทธ์การปรับตัวของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์: การออกแบบ “โครงการอสังหาริมทรัพย์” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ ถือเป็นหัวใจสำคัญ เทรนด์ “Pet Friendly” ที่ขยายตัวทั้งใน “โครงการแนวราบ” และ “โครงการแนวสูง” สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย การพัฒนา “คอนโดในเมือง” และ “คอนโดในเมืองท่องเที่ยว” ควบคู่ไปกับการยกระดับ “งานบริการ” จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับ “อสังหาริมทรัพย์” ให้เหนือกาลเวลา
มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จาก 2.25% เหลือ 2% ต่อปี คาดว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค นอกจากนี้ ตลาดกำลังจับตาความเป็นไปได้ที่ ธปท. อาจผ่อนคลายมาตรการ LTV (อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน) โดยเฉพาะเงื่อนไขที่เข้มงวดสำหรับผู้ซื้อบ้านราคาสูง หากมีการปรับลด LTV ในทุกระดับราคา จะสามารถกระตุ้นอุปสงค์ในตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ

โอกาสในการลงทุนและซื้อขายอสังหาริมทรัพย์: งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47

ปัจจัยสำคัญอีกประการที่จะช่วยขับเคลื่อนตลาดคือ “งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47” ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 6,000 ล้านบาท กลุ่มที่ได้รับความนิยมในงานนี้ ได้แก่ “บ้านเดี่ยวระดับกลาง”, “อาคารชุด”, และ “ทาวน์โฮม” สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่จึงจำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองกำลังซื้อในกลุ่มเซกเมนต์ที่มีศักยภาพ

การวิเคราะห์ผลประกอบการของผู้เล่นหลักใน “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย” ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนว่า “ผู้ประกอบการอสังหาฯ” ที่ประสบความสำเร็จ คือผู้ที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจความต้องการของ “ผู้บริโภคยุคใหม่” โดยเฉพาะการตอบสนองความต้องการใน “ตลาดลักซ์ชัวรี” และการสร้างสรรค์ “โครงการที่อยู่อาศัย” ที่มีคุณภาพและมูลค่าเพิ่ม

หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนหรือต้องการซื้อ “ที่อยู่อาศัย” ที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของท่าน การศึกษาข้อมูลเชิงลึกจากผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการชั้นนำเหล่านี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการตัดสินใจ.

หากท่านสนใจโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกำลังมองหา “บ้านเดี่ยว”, “คอนโดมิเนียม”, หรือ “ทาวน์โฮม” ในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ การศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดและผู้ประกอบการเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เราขอเชิญชวนทุกท่านที่กำลังพิจารณาการลงทุนหรือการซื้อที่อยู่อาศัย ร่วมปรึกษาและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อค้นหา “อสังหาริมทรัพย์” ที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับท่าน.

Previous Post

เขย่าโลก! ทรัมป์ประกาศกลางดาวอส “มะกันไม่ใช้กำลังยึดกรีนแลนด์” แต่จี้เปิดโต๊ะเจรจาขอซื้อทันที พร้อมขู่ยุโรป “ถ้าเซย์โนเราจะจำไว้”

Next Post

มั่นใจแลนด์สไลด์! “ยศชนัน” บุกบึงกาฬประกาศยึด 3 เขต ลั่นฟ้าเปิดหลัง “ภูมิธรรม” รอดคดีฮั้ว สว. พร้อมเดินหน้าแก้จนเต็มสูบ

Next Post
มั่นใจแลนด์สไลด์! “ยศชนัน” บุกบึงกาฬประกาศยึด 3 เขต ลั่นฟ้าเปิดหลัง “ภูมิธรรม” รอดคดีฮั้ว สว. พร้อมเดินหน้าแก้จนเต็มสูบ

มั่นใจแลนด์สไลด์! "ยศชนัน" บุกบึงกาฬประกาศยึด 3 เขต ลั่นฟ้าเปิดหลัง "ภูมิธรรม" รอดคดีฮั้ว สว. พร้อมเดินหน้าแก้จนเต็มสูบ

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.