• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

อุดรแตก! “ยศชนัน” ขนทัพเพื่อไทยบุกทุ่งศรีเมือง ประกาศยุทธศาสตร์ยึด 10 เขต ปั้นอุดรฯ เป็นเมืองหลวงการค้า-สมุนไพร-กีฬาแห่งอีสาน

admin79 by admin79
January 23, 2026
in Uncategorized
0
อุดรแตก! “ยศชนัน” ขนทัพเพื่อไทยบุกทุ่งศรีเมือง ประกาศยุทธศาสตร์ยึด 10 เขต ปั้นอุดรฯ เป็นเมืองหลวงการค้า-สมุนไพร-กีฬาแห่งอีสาน

บรรยากาศการหาเสียงที่จังหวัดอุดรธานีคึกคักถึงขีดสุด เมื่อพรรคเพื่อไทยนำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค พร้อมด้วยทีมงานและผู้สมัคร สส. ลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ ทุ่งศรีเมือง ใจกลางเมืองอุดรธานี โดยมีประชาชนหลั่งไหลมาฟังการปราศรัยอย่างล้นหลามจนเต็มพื้นที่สะท้อนถึงฐานเสียงที่แข็งแกร่งของพรรคในพื้นที่นี้ นายยศชนันได้กล่าวปราศรัยขอบคุณพี่น้องชาวอุดรธานีที่ให้การสนับสนุนพรรคมาโดยตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ต้องการยกระดับจังหวัดอุดรธานีให้กลายเป็น “ศูนย์กลางรอบด้านของภาคอีสาน” อย่างแท้จริง

หัวใจสำคัญของนโยบายที่นายยศชนันนำเสนอในครั้งนี้ คือการปักหมุดให้อุดรธานีเป็นศูนย์กลางใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการค้าขายชายแดนและการลงทุนเพื่อรับการขยายตัวของระบบขนส่งราง ด้านอุตสาหกรรมสมุนไพรที่ครบวงจรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกร ด้านกีฬาที่จะยกระดับสู่การเป็นเจ้าภาพรายการระดับสากล และด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตท้องถิ่นเข้ากับนวัตกรรมใหม่ๆ นายยศชนันเน้นย้ำว่าจังหวัดอุดรธานีมีศักยภาพสูงมากและตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมที่สุดในการเป็น “หัวใจของอีสาน” ซึ่งหากนโยบายเหล่านี้ได้รับการผลักดันอย่างเต็มที่ จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างก้าวกระโดด

อย่างไรก็ตาม นายยศชนันได้กล่าวประโยคที่ทำเอาชาวอุดรฯ ต้องหันมาฟังอย่างตั้งใจว่า “ฝันเหล่านี้จะไม่สามารถเป็นจริงได้เลย” หากพรรคเพื่อไทยไม่ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารประเทศด้วยคะแนนเสียงที่เด็ดขาด โดยเขาได้อ้อนวอนขอคะแนนจากพี่น้องประชาชนให้เลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย “ยกจังหวัดทั้ง 10 เขต” เพื่อให้เกิดเอกภาพในการทำงานและการประสานงานงบประมาณลงสู่พื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง การปราศรัยครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำกระแส “แลนด์สไลด์” ในพื้นที่ภาคอีสานที่เป็นฐานที่มั่นสำคัญ และเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคคู่แข่งว่าอุดรธานียังคงเป็นเมืองหลวงของพรรคเพื่อไทยที่ยากจะใครมาเจาะไข่แดงได้ในศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้

การรุกคืบของทุนจีนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: โอกาสและความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าสิบปี ผมได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตลาดอยู่ตลอดเวลา และในช่วงปี 2567-2568 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัวครั้งใหญ่ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับการเข้ามาของทุนต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศจีน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ รายกลาง และรายเล็ก บทความนี้จะเจาะลึกถึงสาเหตุ แนวโน้ม และกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการไทยควรพิจารณา เพื่อให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในบริบทใหม่นี้

แรงขับเคลื่อนเบื้องหลังการไหลบ่าของทุนจีนสู่ประเทศไทย

ปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้นักลงทุนและภาคธุรกิจจีนหันมาให้ความสนใจประเทศไทยมากขึ้น สามารถจำแนกได้เป็นหลายประการ ประการแรกคือ นโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าและกำแพงภาษีที่เข้มข้นขึ้น สิ่งนี้ผลักดันให้บริษัทจีนจำนวนมากต้องมองหาฐานการผลิตและฐานการส่งออกใหม่ เพื่อลดผลกระทบจากภาษีนำเข้า ส่งผลให้ประเทศไทยซึ่งมีศักยภาพด้านโลจิสติกส์และเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ กลายเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจ

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 แสดงให้เห็นถึงมูลค่าการขอรับส่งเสริมการลงทุนจากนักลงทุนจีนที่สูงถึง 146,356 ล้านบาท นอกจากนี้ จำนวนนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นบางส่วนเป็นชาวจีนที่จดทะเบียนในประเทศไทย ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 ก็มีจำนวนสูงถึง 29,913 ราย ด้วยมูลค่าเงินจดทะเบียนรวม 409,295 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 9.82% และแนวโน้มในปี 2568 คาดว่าจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่สองคือ การเพิ่มขึ้นของจำนวนแรงงานและผู้ประกอบการจีนที่เข้ามาพำนักและทำงานในประเทศไทย ณ เดือนตุลาคม 2567 มีชาวจีนได้รับใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยประมาณ 41,752 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับชาติอื่น ๆ แซงหน้าญี่ปุ่นที่เคยเป็นอันดับหนึ่งมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา การหลั่งไหลเข้ามานี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเข้ามาทำงาน แต่ยังหมายถึงการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกำลังซื้อสำคัญในตลาดต่างๆ รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยด้วย

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ความท้าทายและโอกาสใหม่

จากรายงานการวิเคราะห์ของฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย คาดการณ์ว่าจำนวนชาวจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในปี 2568 จะมีแนวโน้มสูงกว่าปี 2567 สิ่งนี้จะส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมีความคึกคักมากขึ้น ทั้งในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียม บ้านแนวราบ รวมถึงตลาดเช่าและการซื้อขาย การเข้ามาของกลุ่มทุนและประชากรจีนนี้ไม่ได้เป็นเพียงผลมาจากนโยบายของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ยังมาจากความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและจีน และการปรับตัวของธุรกิจจีนที่เตรียมพร้อมมาล่วงหน้า

แม้ว่าเศรษฐกิจจีนอาจเผชิญกับความท้าทายจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ แต่ด้วยเครือข่ายคู่ค้าที่กว้างขวางและการปรับตัวของภาคธุรกิจจีนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผลกระทบโดยรวมไม่น่าจะรุนแรงมากนัก ภาคธุรกิจในไทยเอง ทั้งการท่องเที่ยว การค้าชายแดน การนำเข้า-ส่งออก และภาคอสังหาริมทรัพย์ ก็จำเป็นต้องเร่งปรับตัวให้เข้ากับพลวัตของโลกที่การลงทุน การทำธุรกิจ หรือการย้ายถิ่นฐานแทบจะไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป

กลยุทธ์ครบวงจรของทุนจีน: การเข้ามาพร้อมเทคโนโลยีและต้นทุนที่ได้เปรียบ

เมื่อกลุ่มทุนจีนตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย พวกเขาไม่ได้มาเพียงแค่เงินทุน แต่มาพร้อมกับโมเดลธุรกิจที่ครบวงจร ตั้งแต่ ดีเวลลอปเปอร์ ผู้รับเหมา วิศวกร แรงงาน ไปจนถึงเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัย ทำให้กระบวนการพัฒนาโครงการมีความรวดเร็ว นอกจากนี้ วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่นำเข้ามาจากจีนมักมีต้นทุนที่ต่ำกว่า ทำให้สามารถนำเสนอสินค้าที่มีราคาแข่งขันได้ดีในตลาด

สิ่งที่น่าจับตาคือ รูปแบบการจดทะเบียนนิติบุคคลของกลุ่มทุนจีนในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะดำเนินการตามกฎหมายไทย โดยมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นไทยตามที่กำหนด แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ผู้บริหารสูงสุดมักเป็นชาวจีน ซึ่งอาจทำให้ไทยเสียเปรียบในบางมิติ ที่สำคัญ กลุ่มทุนเหล่านี้มักจะพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าชาวจีนเป็นหลัก ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการ อสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะในทำเลใกล้เคียงนิคมอุตสาหกรรม โรงงาน หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในการแย่งชิงลูกค้า

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการไทย: ความจำเป็นในการปรับตัวและยกระดับขีดความสามารถ

นายสุนทร สถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด (SE) และนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ได้สะท้อนภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยว่า นอกเหนือจากภาวะชะลอตัวและกำลังซื้อที่ลดลง ปัญหาสำคัญที่มองข้ามไม่ได้คือการเข้ามาแข่งขันของผู้ประกอบการต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งไม่ได้มาเพียงแค่การซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ แต่ยังเข้ามาในรูปแบบการร่วมทุนกับ ดีเวลลอปเปอร์ไทย มากขึ้น

“นอกจากวัสดุจีนจะราคาถูกแล้ว เขายังเข้ามาเป็นผู้พัฒนาเอง สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมระดับกลาง ส่วนโครงการระดับบนราคา 30 ล้านบาทขึ้นไป ก็มีทุนจีนเข้ามาจับมือกับนักลงทุนไทย และนำเข้าวัสดุจีนทั้งหมด ทำการลงทุนเอง สร้างเอง และขายเอง” นายสุนทรกล่าว

สิ่งที่น่ากังวลคือ การที่ทุนจีนนำเข้าเทคโนโลยีการก่อสร้าง วิศวกร แรงงาน และผู้รับเหมาเข้ามาอย่างครบวงจร พร้อมกับรอบการก่อสร้างที่รวดเร็ว ทำให้โครงการเข้าสู่ตลาดได้ไว ขณะที่สินค้าจีนเองก็มีต้นทุนที่ต่ำกว่า ทำให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs เสียเปรียบอย่างมาก

ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้อง ปรับตัว เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน จริยธรรมทางธุรกิจที่ถูกต้อง และการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี ในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถแข่งขันด้านต้นทุนกับทุนใหญ่และดีเวลลอปเปอร์ต่างชาติได้ การสร้างนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สมาร์ทโฮม ด้วยเทคโนโลยีของไทยเอง ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะสร้างความแตกต่าง

การเตรียมรับมือในระยะยาว: สร้างแบรนด์ สร้างความแตกต่าง และรักษาเสถียรภาพทางการเงิน

ในระยะยาว หากทุนจีนยังคงรุกคืบในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในวงกว้าง ผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับตัวให้ทัน แม้ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่อาจจะไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่สำหรับ ดีเวลลอปเปอร์รายกลางและรายเล็ก การสร้างแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์และการพัฒนาโครงการที่โดดเด่นและมีคุณภาพ ถือเป็นหัวใจสำคัญ

แม้ว่าจีนจะมีข้อได้เปรียบด้านความเร็วในการก่อสร้าง แต่ในภาพรวม ประเทศไทยยังมีจุดแข็งในด้านคุณภาพ การบริการ และการสร้างแบรนด์ดิ้งที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคทั้งไทยและจีนเองยังคงให้ความสำคัญ การสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใด ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีค่า

เหนือสิ่งอื่นใด ในสภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เผชิญกับกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนตัว ผู้ประกอบการควรมุ่งเน้นการรักษา กระแสเงินสด และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในองค์กร การบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม และการวางแผนกลยุทธ์ทางการเงินที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ไปได้

ทัศนะเชิงนโยบายและการรับมือของภาครัฐ

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้ให้ความเห็นว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หวนคืนสู่อำนาจในสหรัฐอเมริกา ยิ่งกระตุ้นให้ทุนจีนไหลบ่าเข้าสู่ประเทศไทย ไม่ใช่เพียงเพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี แต่ยังรวมถึงการเข้ามาซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์

ประเด็นนี้ ผู้ประกอบการและภาครัฐจำเป็นต้องมีการ รับมืออย่างรัดกุม เราเริ่มเห็นการปรากฏตัวของโรงงานจีนที่เข้ามาประกอบกิจการอย่างผิดกฎหมายในหลายพื้นที่ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งดำเนินการตรวจสอบและสั่งปิดไปหลายแห่งแล้ว รวมถึงโรงงานที่เข้ามาแข่งขันทางการค้าโดยอาศัยความได้เปรียบด้านต้นทุน เช่น เหล็กเส้นและวัสดุก่อสร้างต่างๆ แนวโน้มนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต และไทยเองอาจต้องเผชิญกับความเสียเปรียบ หากไม่มีมาตรการที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ

อนาคตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: การปรับตัวคือกุญแจสู่ความสำเร็จ

การเข้ามาของทุนจีนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นปรากฏการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และมีทั้งโอกาสและความท้าทาย ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องมองสถานการณ์นี้ด้วยมุมมองเชิงกลยุทธ์ โดยตระหนักถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง และพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อให้สามารถแข่งขันได้

การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรม การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง การรักษาคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ ดีเวลลอปเปอร์ไทย สามารถยืนหยัดและเติบโตได้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงนี้

หากท่านเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย และกำลังมองหาแนวทางในการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์การพัฒนาโครงการและช่องทางการตลาดใหม่ๆ ติดต่อเราเพื่อขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเราได้แล้ววันนี้ เราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจท่านในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

Previous Post

กล้าหักบ้านใหญ่! “เท้ง ณัฐพงษ์” บุกห้าแยกหอนาฬิกาปลุกคนลำปางทลายร่มเงาผู้มีอิทธิพล ลั่นวาจาสุดเดือด “ไม่จับมือสีน้ำเงิน” พร้อมสู้เพื่อประชาธิปไตย

Next Post

วาทะเดือดสีกากี! “อนุทิน” ฟาดกลับ “ธนาธร” ปมงบน้ำท่วมหาดใหญ่ ลั่นแรง “ไม่ใช่หน้าที่” ก่อนหันจวกสื่อถามจี้ “ชื่อบ่างหรือเปล่า?”

Next Post
อุดรแตก! “ยศชนัน” ขนทัพเพื่อไทยบุกทุ่งศรีเมือง ประกาศยุทธศาสตร์ยึด 10 เขต ปั้นอุดรฯ เป็นเมืองหลวงการค้า-สมุนไพร-กีฬาแห่งอีสาน

วาทะเดือดสีกากี! "อนุทิน" ฟาดกลับ "ธนาธร" ปมงบน้ำท่วมหาดใหญ่ ลั่นแรง "ไม่ใช่หน้าที่" ก่อนหันจวกสื่อถามจี้ "ชื่อบ่างหรือเปล่า?"

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.