• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

ออร่าจับ! “ยศชนัน” ขนทัพเพื่อไทยบุกร้อยเอ็ด ลุยตลาดทุ่งเจริญชิมข้าวจี่ แฟนคลับรุมล้อมกรี๊ดสนั่นชม “หล่อมาก” เจ้าตัวอ้อนขอคะแนนยึดหัวเมืองอีสาน

admin79 by admin79
January 24, 2026
in Uncategorized
0
ออร่าจับ! “ยศชนัน” ขนทัพเพื่อไทยบุกร้อยเอ็ด ลุยตลาดทุ่งเจริญชิมข้าวจี่ แฟนคลับรุมล้อมกรี๊ดสนั่นชม “หล่อมาก” เจ้าตัวอ้อนขอคะแนนยึดหัวเมืองอีสาน

บรรยากาศการหาเสียงในพื้นที่ภาคอีสานของพรรคเพื่อไทยยังคงเข้มข้นและเต็มไปด้วยสีสัน ล่าสุด นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ “อาจารย์เชน” ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยทีมงานและผู้สมัคร สส. ในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าอย่างใกล้ชิด โดยจุดแรกที่คณะเดินทางไปถึงคือ “ตลาดทุ่งเจริญ” ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใจกลางเมืองร้อยเอ็ด ทันทีที่นายยศชนันปรากฏตัวได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย โดยมีการเข้ามาขอถ่ายรูปและมอบดอกไม้ให้กำลังใจตลอดเส้นทางเดินตลาด

ในระหว่างการเดินตลาด นายยศชนันได้แวะทักทายพ่อค้าแม่ค้าตามแผงต่างๆ สอบถามถึงสภาพเศรษฐกิจและราคาสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นหัวใจหลักของคนในพื้นที่ พร้อมทั้งได้ทดลองชิม “ข้าวจี่” ของดีพื้นบ้านอีสานที่วางขายในตลาด โดยเจ้าตัวเอ่ยปากชมว่ารสชาติอร่อยและสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของชาวร้อยเอ็ด บรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเองและชื่นมื่นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาที่สร้างรอยยิ้มให้กับทีมงาน เมื่อมีกลุ่มชาวบ้านและแม่ค้าในตลาดส่งเสียงเชียร์พร้อมชมเสียงดังว่า “ตัวจริงหล่อมาก” และ “ออร่านายกฯ จับ” ทำให้นายยศชนันถึงกับยิ้มเขินและยกมือไหว้ขอบคุณในความเมตตาของพี่น้องประชาชน

นายยศชนันได้ใช้โอกาสนี้ในการปราศรัยสั้นๆ ท่ามกลางวงล้อมของชาวร้อยเอ็ด โดยเน้นย้ำถึงนโยบายการยกระดับราคาสินค้าเกษตรและการสร้างงานสร้างอาชีพในท้องถิ่น เพื่อให้ลูกหลานชาวอีสานไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปทำงานไกลบ้าน พร้อมทั้งอ้อนขอคะแนนเสียงให้เลือกพรรคเพื่อไทยแบบยกจังหวัด เพื่อให้ทีมงานสามารถเข้าไปบริหารประเทศและผลักดันงบประมาณมาพัฒนาจังหวัดร้อยเอ็ดได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย การลงพื้นที่ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการตอกย้ำกระแสความนิยมในตัวบุคคลที่พรรคเพื่อไทยพยายามนำเสนอในฐานะคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ และเป็น “แม่เหล็ก” สำคัญในการดึงดูดคะแนนเสียงจากทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ปี 2569: ถอดรหัสโอกาสใหม่ในตลาดอสังหาฯ ผ่านเลนส์ของผู้เชี่ยวชาญ

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดขึ้นลงมานับไม่ถ้วน แต่ปี 2568 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนั้น มีลักษณะที่พิเศษและท้าทายกว่าที่เคย ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 2568 แสดงสัญญาณการชะลอตัวอย่างชัดเจนในเกือบทุกเซ็กเมนต์ ยกเว้นเพียงบางกลุ่มที่ยังสามารถประคองตัวหรือเติบโตได้อย่างจำกัด ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักลงทุนต่างต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อหาทิศทางและโอกาสใหม่ในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ปี 2569

เจาะลึกรายเซ็กเมนต์: ภาพสะท้อนกำลังซื้อและกลยุทธ์ผู้พัฒนา

ตลาดคอนโดมิเนียม: การปรับตัวสู่กลุ่มลูกค้าระดับบนและความท้าทายในเมือง

สัญญาณดีมานด์ที่อ่อนแรงในตลาดคอนโดมิเนียมนั้นเห็นได้ชัดเจนในทุกกลุ่มราคา อย่างไรก็ตาม ตลาดในกลุ่ม Mass-Premium และ Luxury ยังคงสามารถรักษาเสถียรภาพและมีการเติบโตเล็กน้อยได้ ซึ่งผมมองว่าปัจจัยสำคัญมาจากฐานลูกค้าในกลุ่มนี้ที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจสูง มีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง และไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจผันผวนมากนัก

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากเริ่มปรับกลยุทธ์ โดยหันมาให้ความสำคัญกับการเปิดตัวโครงการใหม่ในระดับราคาที่สูงขึ้น (High-End Condos) โดยเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพ เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดระดับล่างที่เผชิญกับการชะลอตัวอย่างรุนแรง

เมื่อเจาะลึกในตลาดคอนโดมิเนียมในเขต CBD (Central Business District) หรือใจกลางเมือง พบว่ามีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มราคาที่ขายดีที่สุดยังคงเป็นกลุ่ม Mass ซึ่งมีราคาไม่เกิน 150,000 บาทต่อตารางเมตร นี่แสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็นทำเลศักยภาพสูง แต่ราคาที่ “เข้าถึงได้” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ในทางกลับกัน คอนโดมิเนียมในโซน Urban หรือชานเมือง กลับมีอัตราการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ “ต่ำมาก” สะท้อนให้เห็นว่าผู้พัฒนาส่วนใหญ่ในปีนี้มุ่งเน้นไปที่การระบายสต็อกยูนิตคงเหลือ ซึ่งยังมีอยู่จำนวนมากถึง 11,700 ยูนิต โดยมีอัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9.3 ยูนิตต่อเดือน กลุ่มดีมานด์หลักที่ยังคงขับเคลื่อนตลาดนี้มาจากกลุ่ม Eco-Mass ซึ่งสามารถทำยอดขายได้เฉลี่ยสูงถึง 12 ยูนิตต่อเดือน

ทำเลคอนโดมิเนียมที่น่าจับตามองเป็นพิเศษในปีนี้ มักจะกระจุกตัวอยู่ในโซนที่ใกล้กับระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะสถานีรถไฟฟ้า และทำเลที่ใกล้สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยดึงดูดสำคัญสำหรับผู้ซื้อที่มองหาความสะดวกสบายในการเดินทางและโอกาสในการลงทุนเพื่อปล่อยเช่า แม้ว่าทำเลอย่าง จตุจักร-ประชาชื่น และ รัชดา-ห้วยขวาง จะมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่สูงกว่าทำเลอื่น แต่ยอดขายกลับใกล้เคียงกับพื้นที่อื่นๆ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าโครงการที่ทำยอดขายได้ดีในทำเลเหล่านี้ มักจะเป็นโครงการที่อยู่ในระดับราคาที่ “เข้าถึงได้” หรือมีราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อของผู้บริโภคในพื้นที่นั้นๆ

ตลาดทาวน์เฮาส์: แรงกดดันจากดอกเบี้ยและหนี้ครัวเรือน

ตลาดทาวน์เฮาส์โดยรวมมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม Economy-Mass ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และภาระหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อ ทำให้ทั้งการเปิดตัวโครงการใหม่และการขายชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

ในทางตรงกันข้าม กลุ่ม Luxury Townhouse ซึ่งมีขนาดตลาดที่เล็กกว่าและมีดีมานด์ที่ค่อนข้างคงที่ ยังสามารถรักษาระดับยอดขายไว้ได้ค่อนข้างนิ่ง แม้จะอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนก็ตาม

สำหรับทำเลทาวน์เฮาส์ที่น่าสนใจ เพชรเกษม-บางแค-พุทธมณฑล ยังคงเป็นทำเลที่มีอัตราการขายและราคาขายเฉลี่ยสูงสุดอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการ (Demand) และกำลังซื้อ (Purchasing Power) ที่แข็งแกร่งในพื้นที่นี้

ส่วนทำเลชานเมืองอย่าง ปทุมธานี, สมุทรปราการ, และลาดกระบัง มียอดขายที่ใกล้เคียงกัน โดยได้แรงหนุนสำคัญจากการขยายตัวของโครงข่ายระบบขนส่งมวลชน (Mass Transit) โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง เชื่อมต่อสู่ใจกลางเมืองได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ในโซนปริมณฑล

ตลาดบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด: ความระมัดระวังของผู้พัฒนาและการกระจุกตัวของดีมานด์

จำนวนการเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดใหม่ลดลงในทุกระดับราคา เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความระมัดระวังของผู้พัฒนาในการลงทุน ท่ามกลางกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ค่อนข้างเปราะบาง

แม้ว่ากลุ่ม High-End และ Luxury Home จะมียอดขายที่ค่อนข้างทรงตัว ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพของกำลังซื้อในระดับบน แต่ผู้พัฒนาส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะเปิดตัวโครงการเฉพาะที่มั่นใจในดีมานด์จริงและมีการวางแผนการตลาดที่รัดกุม

สำหรับตลาดบ้านในเขต CBD พบว่ามีจำนวนยูนิตเหลือขายที่น้อยมาก เพียง 46 ยูนิต และมีอัตราการขายเฉลี่ยเพียง 0.3 ยูนิตต่อเดือน ซึ่งจัดว่าเป็น Niche Market ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการปิดการขายค่อนข้างยาวนาน

ในส่วนของบ้านโซน Urban หรือชานเมือง มีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่ขายดีที่สุด และเป็นเซ็กเมนต์ที่มีอุปทานเหลือขายน้อย (Low Inventory) ในขณะที่บ้านราคา 50-100 ล้านบาท กลับมีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างน้อย และเป็นกลุ่มที่ต้องใช้เวลาในการปิดการขายเช่นกัน

เมื่อพิจารณาตามทำเล ตลาดบ้านเดี่ยวมีการแบ่งระดับราคาที่ชัดเจน โซนปริมณฑล เช่น เมืองปทุมธานี, บางใหญ่, บางบัวทอง, และสมุทรปราการ เติบโตโดดเด่นในตลาดบ้านราคาจับต้องได้ (Affordable Housing) ในขณะที่ทำเลในกรุงเทพฯ เช่น เพชรเกษม-บางแค-พุทธมณฑล และ วัชรพล-สายไหม โดดเด่นในกลุ่มบ้านมูลค่าสูง (Premium Homes)

ผลประกอบการอสังหาริมทรัพย์ปี 2568: แรงกดดันรอบด้าน

ภาพรวมของตลาดในแต่ละเซ็กเมนต์ที่กล่าวมาข้างต้น สะท้อนให้เห็นผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ 35 แห่ง มีรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่ประมาณ 191,854 ล้านบาท เทียบกับ 222,879 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2567 คิดเป็นการลดลง 16%

ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ อัตรากำไรสุทธิที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยอัตรากำไรเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 7.5% ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นตัวเลขแล้ว กำไรสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 14,304 ล้านบาท ลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกับ 20,794 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปี 2567 ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้เผชิญกับแรงกดดันรอบด้านอย่างรุนแรง ทั้งจากต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง

แนวโน้มและปัจจัยที่ต้องจับตาสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความผันผวนสูงจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาค ยอดการโอนกรรมสิทธิ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ลดลง ภายใต้แรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนสะสมต่อ GDP ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 86 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

ปัจจัยภายนอก เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แม้ว่าผู้บริโภคจะยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยอยู่ แต่ก็มีแนวโน้มที่จะชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป ในขณะที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่เช่นกัน

สำหรับปี 2569 สิ่งที่ผู้พัฒนาและนักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด คือ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อต้นทุนทางการเงินและการตัดสินใจกู้ซื้อของผู้บริโภค และ มาตรการภาครัฐ ที่อาจออกมาเพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการลดหย่อนภาษี, การผ่อนคลายกฎเกณฑ์สินเชื่อ, หรือการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ

โอกาสใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: กลยุทธ์สำหรับนักลงทุนและผู้พัฒนา

แม้ว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 จะเผชิญกับความท้าทาย แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ สำหรับปี 2569 ผมมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ดังนี้:

เน้นกลุ่มราคาที่เข้าถึงได้ (Affordable and Mid-Range Housing): แม้กำลังซื้อโดยรวมจะชะลอตัว แต่ความต้องการที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือใกล้แหล่งงาน โครงการเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะได้รับความสนใจจากกลุ่ม First-time Homebuyers และผู้ที่ต้องการขยับขยายที่อยู่อาศัย

ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Properties): ตลาดอสังหาริมทรัพย์บางทำเล โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเมืองหลักอื่นๆ ที่ยังคงมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ยังคงมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) หรือการขายต่อในอนาคต (Capital Appreciation) โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในโซนCBD และ Urban ที่มีดีมานด์จากผู้เช่าที่ชัดเจน

มองหาโครงการที่มีความแตกต่างและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ (Differentiated and Lifestyle-Oriented Projects): ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การพัฒนาโครงการที่มีจุดเด่นเฉพาะตัว เช่น การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์, ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยยุคใหม่ (เช่น พื้นที่ทำงานร่วม, พื้นที่สีเขียว, สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน), หรือการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความน่าสนใจและเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการ

การควบรวมกิจการและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Mergers & Acquisitions and Strategic Investments): ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ควรพิจารณาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการหรือสินทรัพย์ที่มีศักยภาพจากผู้พัฒนาที่มีปัญหาทางการเงินในราคาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายพอร์ตและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด

การให้ความสำคัญกับ ESG (Environmental, Social, and Governance): ในระยะยาว เทรนด์ ESG จะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ การพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, มีความรับผิดชอบต่อสังคม, และมีการบริหารจัดการที่ดี จะไม่เพียงแต่สร้างภาพลักษณ์ที่ดี แต่ยังสามารถดึงดูดนักลงทุนและผู้ซื้อที่มีความใส่ใจในประเด็นเหล่านี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต

สรุป:

ปี 2569 ถือเป็นอีกปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในตลาดอย่างลึกซึ้ง ผมเชื่อมั่นว่ายังมีโอกาสที่น่าสนใจซ่อนอยู่เสมอ การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน, การปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด, และการมองหา “โอกาสใหม่” ในความท้าทาย จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 นี้

หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการที่ปรึกษาเพื่อวางแผนกลยุทธ์สำหรับโครงการของท่านในปี 2569 อย่าลังเลที่จะ ติดต่อเรา เพื่อพูดคุยและค้นหาโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการของท่านมากที่สุด เราพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรในการนำพาธุรกิจของท่านก้าวผ่านทุกความท้าทายและเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย.

Previous Post

ขิงแก่เดือด! “ชูวิทย์” ฟาดแรงเด็กต่ำกว่า 30 สมองไม่ถึงการเมือง ปรามาสสนใจแค่เปลือก ลั่นน้ำตาคลอ “ส้ม” ไม่มา “น้ำเงิน” กินรวบแน่

Next Post

หัวอกคนเป็นลูก! สาวจีนป่วยมะเร็งกระดูกสุดช็อก ถูกแม่แท้ๆ ด่าเป็น “ภาระ” ก่อนทิ้งให้สู้เพียงลำพังจนต้องตัดขา ชาวเน็ตแห่ส่งกำลังใจปนสาปแช่งครอบครัวไร้ใจ

Next Post
หัวอกคนเป็นลูก! สาวจีนป่วยมะเร็งกระดูกสุดช็อก ถูกแม่แท้ๆ ด่าเป็น “ภาระ” ก่อนทิ้งให้สู้เพียงลำพังจนต้องตัดขา ชาวเน็ตแห่ส่งกำลังใจปนสาปแช่งครอบครัวไร้ใจ

หัวอกคนเป็นลูก! สาวจีนป่วยมะเร็งกระดูกสุดช็อก ถูกแม่แท้ๆ ด่าเป็น "ภาระ" ก่อนทิ้งให้สู้เพียงลำพังจนต้องตัดขา ชาวเน็ตแห่ส่งกำลังใจปนสาปแช่งครอบครัวไร้ใจ

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.