• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

หมดด่านกั้น! “ธนาธร” ปลุกใจเลือกพรรคประชาชน ย้ำรอบนี้ไม่มี ส.ว. ขวางเจตจำนง มั่นใจถ้าชนะท่วมท้น “เท้ง ณัฐพงษ์” นั่งนายกฯ ทันทีแบบม้วนเดียวจบ

admin79 by admin79
January 26, 2026
in Uncategorized
0
หมดด่านกั้น! “ธนาธร” ปลุกใจเลือกพรรคประชาชน ย้ำรอบนี้ไม่มี ส.ว. ขวางเจตจำนง มั่นใจถ้าชนะท่วมท้น “เท้ง ณัฐพงษ์” นั่งนายกฯ ทันทีแบบม้วนเดียวจบ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่เพื่อชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่านี่คือโอกาสทองที่เจตจำนงของประชาชนจะไม่ถูกบิดเบือนเหมือนในอดีต นายธนาธรระบุว่าความล้มเหลวในการจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายประชาธิปไตยในการเลือกตั้งปี 2562 ที่พรรคเพื่อไทยชนะเป็นอันดับหนึ่ง และปี 2566 ที่พรรคก้าวไกลชนะเป็นอันดับหนึ่ง แต่กลับไม่สามารถส่งตัวแทนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้นั้น สาเหตุหลักมาจาก “กับดัก” ทางรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เข้ามามีส่วนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นกลไกที่ขัดต่อหลักการสากลและทำลายเสียงส่วนใหญ่ของผู้ออกไปใช้สิทธิ์

อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งรอบนี้ นายธนาธรยืนยันว่ากลไก ส.ว. ที่เคยเป็นอุปสรรคขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลได้หมดวาระและไม่มีสิทธิ์ในการร่วมโหวตเลือกผู้นำประเทศอีกต่อไปแล้ว นั่นหมายความว่าพรรคการเมืองใดที่รวบรวมเสียงในสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกึ่งหนึ่ง หรือเป็นพรรคอันดับหนึ่งที่มีความชอบธรรม จะสามารถเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลได้โดยไม่มีใครมาขวางกั้น ดังนั้น หากพี่น้องประชาชนรวมพลังกันเลือกพรรคประชาชนอย่างท่วมท้นจนชนะขาดลอย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน จะได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยทันทีตามครรลองประชาธิปไตยที่แท้จริง

การปราศรัยของนายธนาธรในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า “ทุกคะแนนเสียงมีค่าและจะถูกนำไปใช้จริง” ไม่มีการสูญเปล่าเหมือนที่ผ่านมา เขาวอนขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในพลังของตนเองและก้าวข้ามความหวาดระแวงเรื่องการถูกสกัดกั้น เพราะกติกาในวันนี้เปิดกว้างให้รัฐบาลที่มาจากเสียงประชาชนเกิดขึ้นได้จริงแล้ว นายธนาธรทิ้งท้ายว่าความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก แต่ขึ้นอยู่กับปลายนิ้วของคนไทยทุกคนในวันเลือกตั้งว่าจะกล้าตัดสินใจเพื่อเปลี่ยนอนาคตของประเทศและส่งตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ซื่อสัตย์เข้าไปบริหารประเทศอย่างเต็มตัวหรือไม่

อนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย 2026: ถอดรหัสโอกาสและความท้าทายในตลาดที่อยู่อาศัย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ การมองเห็นภาพรวมและทิศทางของตลาดเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดในการนำพาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ในปี 2568 ที่ผ่านมา เราได้เห็นสัญญาณของการชะลอตัวอย่างชัดเจนในหลายภาคส่วนของตลาดที่อยู่อาศัยไทย อย่างไรก็ตาม ในทุกช่วงเวลาแห่งความท้าทาย ย่อมมีโอกาสใหม่ๆ ซ่อนเร้นอยู่เสมอ สำหรับปี 2569 นี้ ผมมีความเชื่อมั่นว่าด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และการปรับกลยุทธ์ที่เหมาะสม จะสามารถคว้าโอกาสทองใน ตลาดอสังหาฯ ได้อย่างแน่นอน

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2568: การประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน

ตลอดปี 2568 เป็นปีที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัจจัยมหภาคที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนของการชะลอตัวในเกือบทุกเซกเมนต์ของตลาดที่อยู่อาศัย อันเป็นผลพวงมาจากหลายปัจจัย อาทิ ภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับทรงตัวซึ่งส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของผู้ซื้อ และหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์

เจาะลึกตลาดคอนโดมิเนียม: การปรับตัวสู่เซกเมนต์ที่มีกำลังซื้อแข็งแกร่ง

ในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียม เราพบว่าอุปสงค์โดยรวมมีสัญญาณอ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่องในหลายกลุ่ม อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งในระดับ Mass-Premium และ Luxury ยังคงแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของยอดขาย แม้จะมีการเติบโตเพียงเล็กน้อยก็ตาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าฐานลูกค้ากลุ่มนี้มีเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างสม่ำเสมอ

ด้วยข้อเท็จจริงนี้ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายจึงหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการใหม่ในระดับบนมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการชะลอตัวที่รุนแรงในตลาดระดับล่าง การมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการรักษาผลประกอบการและลดความเสี่ยงในช่วงเวลาที่ตลาดโดยรวมยังมีความผันผวน

เมื่อเราเจาะลึกไปยังทำเลสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่าน CBD (Central Business District) พบว่ายังคงมีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มราคาที่ได้รับความนิยมและขายดีที่สุด คือ กลุ่ม Mass ที่มีราคาไม่เกิน 150,000 บาทต่อตารางเมตร สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในทำเลใจกลางเมือง ความสามารถในการเข้าถึง (Affordability) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภค

ในทางกลับกัน สำหรับคอนโดมิเนียมในโซน Urban หรือเมืองรอบนอก มีการเปิดตัวโครงการใหม่น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญในปีที่ผ่านมา ตลาดกลุ่มนี้จึงเน้นไปที่การระบายสต็อกยูนิตคงค้าง ซึ่งมีจำนวนประมาณ 11,700 ยูนิต โดยมีอัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9.3 ยูนิตต่อเดือน ซึ่งถือว่าค่อนข้างดีสำหรับตลาดระบายสต็อก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Eco-Mass ที่มียอดขายเฉลี่ยสูงถึง 12 ยูนิตต่อเดือน บ่งชี้ให้เห็นว่าแม้ในโซนเมืองรอบนอก ความต้องการที่พักอาศัยในระดับราคาที่จับต้องได้ยังคงมีอยู่

สำหรับทำเลคอนโดมิเนียมที่น่าจับตามองในปีนี้ ยอดขายที่ดีกระจุกตัวอยู่ในบริเวณใกล้แนวรถไฟฟ้าและสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นทำเลที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการเดินทางและการใช้ชีวิต ในขณะที่ทำเลอย่าง จตุจักร-ประชาชื่น และ รัชดา-ห้วยขวาง แม้จะมีระดับราคาเฉลี่ยสูงกว่าทำเลอื่น แต่ยอดขายก็ยังคงใกล้เคียงกับพื้นที่อื่นๆ สิ่งที่น่าสังเกตคือ โครงการที่ทำยอดขายได้ดีในทำเลเหล่านี้มักเป็นโครงการที่มีราคา “เข้าถึงได้” หรือมีราคาที่เหมาะสมกับศักยภาพของทำเลนั้นๆ

ตลาดทาวน์เฮาส์: การปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย

ตลาดทาวน์เฮาส์มีแนวโน้มการเติบโตที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Economy-Mass ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และภาระหนี้สินของครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้การเปิดตัวโครงการใหม่และการขายทาวน์เฮาส์ในกลุ่มนี้ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม กลุ่ม Luxury ในตลาดทาวน์เฮาส์ ซึ่งมีขนาดตลาดเล็กกว่าและมีอุปสงค์ที่ค่อนข้างคงที่ ยังคงรักษาระดับยอดขายได้ค่อนข้างนิ่ง แม้จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนก็ตาม

ในเชิงภูมิศาสตร์ ทำเล เพชรเกษม-บางแค-พุทธมณฑล ยังคงเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงสำหรับทาวน์เฮาส์ โดยมีทั้งยอดขายและราคาขายเฉลี่ยที่สูงที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการและกำลังซื้อที่แข็งแกร่งในบริเวณดังกล่าว

สำหรับโซนชานเมือง เช่น ปทุมธานี สมุทรปราการ และลาดกระบัง มียอดขายทาวน์เฮาส์ใกล้เคียงกัน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการขยายตัวของโครงข่ายระบบขนส่งมวลชน (รถไฟฟ้า) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และทำให้ทำเลเหล่านี้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงได้

ตลาดบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด: การบริหารความเสี่ยงและการตอบสนองตลาดเฉพาะกลุ่ม

ในส่วนของตลาดบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด เราสังเกตเห็นแนวโน้มการลดลงของการเปิดตัวโครงการใหม่ในทุกระดับราคา ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคมีความเปราะบาง

แม้ว่ากลุ่ม High-End และ Luxury จะมียอดขายที่ค่อนข้างทรงตัว ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพของกำลังซื้อในกลุ่มนี้ แต่ผู้พัฒนาส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะเปิดตัวโครงการใหม่เฉพาะในกรณีที่มั่นใจในอุปสงค์จริงเท่านั้น การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับผู้เล่นในตลาดกลุ่มนี้

สำหรับตลาดบ้านเดี่ยวในย่าน CBD ปัจจุบันมีจำนวนยูนิตเหลือขายอยู่น้อยมาก เพียงประมาณ 46 ยูนิต และมียอดขายเฉลี่ยเพียง 0.3 ยูนิตต่อเดือน ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดบ้านเดี่ยวในทำเล CBD เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการปิดการขายที่ยาวนาน

ในทางกลับกัน ตลาดบ้านเดี่ยวในโซน Urban มีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท ถือเป็นกลุ่มที่ขายดีที่สุด และเป็นเซกเมนต์ที่มีซัพพลายเหลือขายน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้พัฒนาที่มุ่งเน้นกลุ่มราคานี้

สำหรับบ้านราคาสูง ตั้งแต่ 50-100 ล้านบาท ในโซน Urban ตลาดค่อนข้างนิ่ง การปิดการขายเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน

เมื่อพิจารณาตามทำเล ตลาดบ้านเดี่ยวมีการแบ่งระดับราคาตามทำเลอย่างชัดเจน โดยในโซนปริมณฑล เช่น เมืองปทุมธานี บางใหญ่ บางบัวทอง และสมุทรปราการ มีการเติบโตที่โดดเด่นในตลาดบ้านราคาจับต้องได้ (Affordable Housing)

ในขณะที่ทำเลในกรุงเทพฯ เช่น เพชรเกษม-บางแค-พุทธมณฑล และ วัชรพล-สายไหม มีความโดดเด่นในตลาดบ้านมูลค่าสูง (High-Value Homes) ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่หลากหลายตามศักยภาพและความต้องการของผู้อยู่อาศัยในแต่ละพื้นที่

ผลประกอบการบริษัทอสังหาริมทรัพย์: สัญญาณเตือนถึงแรงกดดันที่ต้องเผชิญ

ภาพรวมของตลาดในแต่ละเซกเมนต์ที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการของบริษัทมหาชนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากข้อมูล 9 เดือนแรกของปี 2568 พบว่ารายได้รวมของ 35 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ที่ประมาณ 191,854 ล้านบาท เทียบกับ 222,879 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นการลดลง 16%

ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั้นคือ อัตรากำไรสุทธิที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7.5% เท่านั้น โดยตัวเลขกำไรสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 14,304 ล้านบาท เทียบกับ 20,794 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นการลดลงถึง 30%

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งจากต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงอ่อนตัวลง ซึ่งเป็นสองปัจจัยหลักที่กัดกร่อนอัตรากำไรของผู้ประกอบการ

ปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายที่ต้องจับตาในปี 2569

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความผันผวนสูงจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงมีความไม่แน่นอน การโอนกรรมสิทธิ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ลดลงภายใต้แรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่สะสมต่อ GDP ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่น่ากังวลที่ประมาณ 86%

เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น แผ่นดินไหว อาจส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แม้ผู้ซื้อจะมีศักยภาพและความต้องการ แต่ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดความลังเลและชะลอการตัดสินใจซื้อ

ในขณะเดียวกัน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เองก็มีความระมัดระวังในการเปิดตัวโครงการใหม่มากขึ้น และกำลังจับตาดูทิศทางอัตราดอกเบี้ย รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐอย่างใกล้ชิด

การวิเคราะห์แนวโน้มและโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2569: ก้าวสู่ความยั่งยืน

เมื่อมองไปข้างหน้าสู่ปี 2569 การวิเคราะห์แนวโน้มและโอกาสใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ต้องอาศัยการมองการณ์ไกลและเข้าใจถึงพลวัตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างลึกซึ้ง

โอกาสในกลุ่มที่อยู่อาศัยราคาคุ้มค่า (Value for Money Properties): แม้กำลังซื้อโดยรวมจะยังคงเปราะบาง แต่กลุ่มผู้ซื้อที่มีความต้องการจริงและมองหาความคุ้มค่า ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม First-time Homebuyers หรือผู้ที่ต้องการขยับขยายที่อยู่อาศัย โครงการที่นำเสนอราคาที่เข้าถึงได้ คุณภาพที่ได้มาตรฐาน และทำเลที่สะดวกสบายในการเดินทาง โดยเฉพาะใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ จะยังคงเป็นที่ต้องการ

การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Properties): ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังไม่จูงใจนัก การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า หรือเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโตของค่าเช่าและมูลค่าทรัพย์สิน

เทรนด์บ้านอัจฉริยะและยั่งยืน (Smart & Sustainable Homes): ความใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาบ้านที่ประหยัดพลังงาน มีระบบจัดการที่ชาญฉลาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการที่สามารถนำเสนอคุณสมบัติดังกล่าวได้ จะเป็นจุดขายที่สำคัญ

การปรับตัวของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์: ผู้พัฒนาที่ประสบความสำเร็จในปี 2569 จะเป็นผู้ที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจความต้องการของตลาดในแต่ละเซกเมนต์อย่างแท้จริง มีการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค

การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเข้าถึงลูกค้า (Digital Marketing & Sales): การสร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบ Omni-channel การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการนำเสนอโครงการ การให้ข้อมูล และการอำนวยความสะดวกในการตัดสินใจ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

มาตรการภาครัฐกับการกระตุ้นตลาด: ต้องจับตาดูนโยบายและมาตรการของภาครัฐที่จะออกมาเพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้าน หรือมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อ ซึ่งหากออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อตลาด

สรุป: อสังหาริมทรัพย์ไทย 2569 – โอกาสท่ามกลางความท้าทาย

ปี 2569 เป็นอีกปีที่ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไทยจะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค อย่างไรก็ตาม ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การเข้าใจในความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค และการปรับกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น การคว้าโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโตอย่างยั่งยืนจึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการนี้ ผมเชื่อมั่นว่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่พร้อมปรับตัว นำเทคโนโลยีมาใช้ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและคุณภาพ จะสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความผันผวนนี้ไปได้ และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าพอใจใน ตลาดอสังหาฯ ได้อย่างแน่นอน

หากท่านกำลังมองหาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับ โครงการคอนโดพร้อมอยู่ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของท่าน หรือกำลังมองหา บ้านราคาดี ในทำเลศักยภาพ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการค้นหาโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับท่านในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 นี้

Previous Post

ฉาววงการสีกากี! ทบ. สั่งปลดฟ้าผ่า “ทหารโหด” คุกคามบ้านนางแบบดัง “อูม ปันสุข” แฉประวัติทำผิดซ้ำซากจนหนีราชการ ล่าสุดแจ้งตำรวจออกหมายจับด่วน

Next Post

ปลดปล่อยพลังส้ม! “ปิยบุตร” ปักหมุด 8 ก.พ. ปลุกคนไทยกาส้มถล่มทลาย 250 ที่นั่ง ย้ำต้องได้ 20 ล้านเสียงเพื่อ “ใบอนุญาตตั้งรัฐบาล” ชี้คราวนี้ไม่มีใครขวางอำนาจประชาชนได้อีก!

Next Post
ปลดปล่อยพลังส้ม! “ปิยบุตร” ปักหมุด 8 ก.พ. ปลุกคนไทยกาส้มถล่มทลาย 250 ที่นั่ง ย้ำต้องได้ 20 ล้านเสียงเพื่อ “ใบอนุญาตตั้งรัฐบาล” ชี้คราวนี้ไม่มีใครขวางอำนาจประชาชนได้อีก!

ปลดปล่อยพลังส้ม! "ปิยบุตร" ปักหมุด 8 ก.พ. ปลุกคนไทยกาส้มถล่มทลาย 250 ที่นั่ง ย้ำต้องได้ 20 ล้านเสียงเพื่อ "ใบอนุญาตตั้งรัฐบาล" ชี้คราวนี้ไม่มีใครขวางอำนาจประชาชนได้อีก!

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.