• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

ทหารกัมพูชาขนแบ็กโฮเข้าพื้นที่ฐานจอมวย ขุดคูเลตรุกล้ำแนวสันปันน้ำฝั่ง ชำราก

admin79 by admin79
January 26, 2026
in Uncategorized
0
ทหารกัมพูชาขนแบ็กโฮเข้าพื้นที่ฐานจอมวย ขุดคูเลตรุกล้ำแนวสันปันน้ำฝั่ง ชำราก

ประเทศไทย: ปี 2569 ศักยภาพการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย – กลยุทธ์สู่สมดุลและความเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้วยระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนเศษก่อนจะเข้าสู่ปี 2569 สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทยในปี 2568 ได้เผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างหนักหน่วงที่สุดในรอบสองทศวรรษ การอ่อนแรงของกำลังซื้อ ประกอบกับการหดตัวของอุปทานในภาพรวมทั่วประเทศ ส่งผลให้ภาคธุรกิจต่างตั้งความหวังปี 2569 อันจะเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลใหม่จะเข้ามาพร้อมกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคและนักลงทุน ท่ามกลางความคาดหวังว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย อาจเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง หากทุกภาคส่วนสามารถผนึกกำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

วิเคราะห์เชิงลึก: ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2568 – สู่จุดต่ำสุดในรอบ 20 ปี

คุณอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้สะท้อนภาพสถานการณ์ที่ชัดเจนในปี 2568 ว่า เป็นปีที่ปัจจัยบวกที่เคยเป็นแรงส่งสำคัญของตลาด แทบจะสูญหายไปพร้อมกัน ทั้งในมิติของอุปทาน อุปสงค์ และสินเชื่อ ส่งผลให้มูลค่าตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งเคยมีมูลค่าสูงถึง 9 แสนล้านบาท ถึง 1 ล้านล้านบาทต่อปี อาจลดลงมาเหลือประมาณ 7 แสนล้านบาท

“นี่ถือเป็นการหดตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ด้วยการลดปริมาณซัพพลาย ลดขนาดของโครงการ และบางครั้งอาจต้องยอมลดอัตรากำไรลง เพื่อรักษาภาพรวมของตลาดให้กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล”

ข้อมูลเชิงสถิติ: ตัวเลขที่สะท้อนภาวะขาลงในทุกมิติของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

หากพิจารณาข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ จะพบว่า ปี 2568 ถือเป็นปีที่ตัวเลขในทุกมิติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:

กรุงเทพฯ และปริมณฑล: จำนวนโครงการใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี
หน่วยสร้างเสร็จจดทะเบียน: ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีจำนวนต่ำสุดในรอบ 21 ปี ขณะที่ภาพรวมทั่วประเทศ ก็ต่ำสุดในรอบ 8 ปี
มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์: ทั่วประเทศลดลงจนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี
สินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังโอน (Post Finance): มีแนวโน้มต่ำสุดในรอบ 12 ปี โดยมีมูลค่าประมาณ 5.47 แสนล้านบาท
สินเชื่อใหม่: หดตัวต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าประมาณ 6.6%

“ภาพรวมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงภาวะชะลอตัวที่ไม่ใช่ผลกระทบจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นการหดตัวพร้อมกันทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน ไปจนถึงผู้ซื้อ ซึ่งกำลังซื้ออ่อนแรงลงอย่างมากจากภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำ และต้องเผชิญกับเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น”

มองไปข้างหน้า: ปัจจัยบวกที่คาดหวังในปี 2569 สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์

แม้ว่าปี 2568 จะเป็นปีที่หนักหน่วงสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่ก็มีสัญญาณเชิงบวกหลายประการที่อาจช่วยให้ตลาดเริ่มฟื้นตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี 2569:

การฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยว: การกลับมาคึกคักของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยว 36 ล้านคน จะสามารถสร้างดีมานด์ใหม่จากกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจใน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และ คอนโดมิเนียมกรุงเทพ
การลงทุนภาคอุตสาหกรรม: คำขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในช่วงครึ่งปีแรกมีมูลค่ากว่า 1.05 ล้านล้านบาท ประกอบกับแผนเร่งรัด 70 โครงการ มูลค่า 3 แสนล้านบาท จะช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และกำลังซื้อในภาพรวม
งบประมาณรัฐปี 2569: การเดินหน้าของงบประมาณประจำปี 2569 อย่างเต็มที่ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภค

“เรามีความหวังว่า รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาจะสามารถบริหารจัดการการเบิกจ่ายงบประมาณได้อย่างราบรื่น และออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุน ซึ่งจะเป็นผลดีโดยตรงต่อตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย”

นอกจากนี้ การที่ซัพพลายในปี 2568 อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี จะช่วยเร่งให้ตลาดกลับสู่ภาวะสมดุลได้เร็วขึ้น รวมถึงแนวโน้มราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างที่ทรงตัว จะช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ กำลังซื้อที่ยังคงเปราะบาง และการหมดอายุของมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ เช่น มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อ (LTV) และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ซึ่งจะหมดอายุในเดือนมิถุนายน 2569

ความเสี่ยงที่อาจฉุดรั้งการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์

แม้จะมีปัจจัยบวกหลายประการ แต่ก็ยังมีประเด็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย:

การคาดการณ์ GDP: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์การเติบโตของ GDP ในปี 2569 ไว้ที่ 1.6% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างต่ำ
ความผันผวนทางการค้าระหว่างประเทศ: นโยบายการค้าจากสหรัฐอเมริกา และความตึงเครียดในภูมิภาค อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก และเศรษฐกิจโดยรวม
การจ้างงาน: อัตราการขยายตัวของการจ้างงานใหม่ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
ราคาที่ดิน: การปรับตัวสูงขึ้นของราคาที่ดินในบางพื้นที่ อาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาโครงการใหม่
อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ: อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: การฟื้นตัวอย่างระมัดระวังในบางพื้นที่

จากปัจจัยบวกและปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวมาข้างต้น คุณอิสระ ประเมินว่า ปี 2569 จะเป็นปีแห่ง “การฟื้นตัวแบบระมัดระวัง” โดยมีแนวโน้มสำคัญดังนี้:

การเปิดตัวโครงการใหม่: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% จากฐานที่ต่ำในปี 2568
การโอนกรรมสิทธิ์: ทั้งในแง่จำนวนหน่วยและมูลค่า คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10%
กลุ่มราคาที่อยู่อาศัย: ทาวน์เฮาส์ราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท อาจถูกแทนที่ด้วยคอนโดมิเนียมในระดับราคา 1-1.5 ล้านบาท
ความแตกต่างในการฟื้นตัว: พื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค จะมีการฟื้นตัวที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละเมืองและอุตสาหกรรมในพื้นที่
การเคลื่อนไหวของราคา: ราคาอสังหาริมทรัพย์โดยรวม อาจไม่สามารถปรับตัวสูงขึ้นได้มากนัก ซึ่งถือเป็นผลดีต่อผู้ซื้อ
ตลาดบ้านมือสอง: จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยคาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50%
ความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ: ความต้องการที่อยู่อาศัยและการปรับปรุงบ้านสำหรับผู้สูงอายุ จะมีความสำคัญมากขึ้น

กลยุทธ์ทางรอด: ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

เพื่อประคองตลาดไม่ให้ทรุดตัวไปมากกว่านี้ ข้อเสนอร่วมจากภาคธุรกิจ ภาครัฐ สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการ มีทิศทางที่สอดคล้องกันคือ การ “ลดซัพพลาย” และขนาดของโครงการลง ปรับราคาให้เหมาะสม และมุ่งเน้นกำไรที่สมดุล

บทบาทของภาครัฐ:
พิจารณาขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง
สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินของรัฐ
ส่งเสริมมาตรการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ซื้อที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ

บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.):
พิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน
ขยายการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

บทบาทของธนาคารพาณิชย์:
ผ่อนคลายกระบวนการพิจารณาสินเชื่อสำหรับผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี
ร่วมมือกับภาครัฐในการเปิดโครงการสินเชื่อค้ำประกัน หรือโครงการซื้อคืน
พิจารณาทางเลือก “ซื้อบ้านแก้หนี้” หรือการรวมหนี้สินที่ไม่มีหลักประกันเข้ากับสินเชื่อที่อยู่อาศัย ภายใต้เพดาน LTV ที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินของผู้ซื้อในระยะยาว

“แม้ว่าปี 2568 จะเป็นปีที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญกับจุดต่ำสุดในรอบ 20 ปี แต่ด้วยโครงสร้างตลาดที่เริ่มกลับสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยหนุนทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน ทำให้ปี 2569 มีโอกาสที่จะได้เห็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากทุกภาคส่วนสามารถร่วมมือกันประคองตลาดไปในทิศทางเดียวกัน ตลาดที่อยู่อาศัยไทยก็ยังมีศักยภาพในการเติบโตต่อไปได้ ท่ามกลางความท้าทายที่รออยู่”

การบริหารจัดการสต็อกและกลยุทธ์การขายสำหรับผู้ประกอบการ

จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่ประเมินว่าในปี 2568 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีซัพพลายใหม่เพียง 52,000 หน่วย ซึ่งลดลงถึง 17% ใกล้เคียงกับช่วงวิกฤติโควิด-19 สินค้าที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงสุดคือ ยูนิตที่สร้างเสร็จแล้วในระดับราคา 2-3 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนมากถึง 17,268 หน่วย หรือคิดเป็นกว่า 27% ของทั้งหมด ผู้ประกอบการจำเป็นต้องวางกลยุทธ์ที่รอบคอบอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการเลือกทำเล การกำหนดราคา และการวิเคราะห์ความต้องการที่แท้จริงของผู้ซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจาก “สต็อกล้น” และ “รอบการขายที่ยาวนานขึ้น”

สัญญาณทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า ปี 2568 ไม่ใช่ปีแห่งการเร่งเปิดเกมรุก แต่เป็นปีแห่ง “การรักษาสมดุล” ระหว่างซัพพลายและดีมานด์ ที่ผู้ประกอบการต้องยอมเดินเกมช้าลง และแม่นยำมากขึ้น เพื่อรักษา “สภาพคล่อง” และ “ความยั่งยืนในระยะยาว” ของธุรกิจ

หากท่านเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังมองหาแนวทางการบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ หรือต้องการที่ปรึกษาเพื่อวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการขายให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดปัจจุบัน โปรดติดต่อเราเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่สดใสให้กับธุรกิจของท่าน

Previous Post

อนุทิน ชาญวีรกูล เมินกระแสพรรคส้ม มั่นใจประชาชนตอบรับ พรรคภูมิใจไทย ดี ไม่ล่อเป้าทำเสียคะแนนโค้งสุดท้าย

Next Post

การเมืองพ่นพิษ? รมว.สธ. ปัด “อนุทิน” สั่งฟัน “หมอสุภัทร” เซ่นจัดซื้อ ATK ยันมติปลดออกเป็นไปตามระเบียบวินัยปกติ ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน!

Next Post
การเมืองพ่นพิษ? รมว.สธ. ปัด “อนุทิน” สั่งฟัน “หมอสุภัทร” เซ่นจัดซื้อ ATK ยันมติปลดออกเป็นไปตามระเบียบวินัยปกติ ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน!

การเมืองพ่นพิษ? รมว.สธ. ปัด "อนุทิน" สั่งฟัน "หมอสุภัทร" เซ่นจัดซื้อ ATK ยันมติปลดออกเป็นไปตามระเบียบวินัยปกติ ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน!

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.