• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

สรุปผลคะแนน Thairath Poll หลังจบเวทีดีเบตยกแรก พบว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ครองอันดับหนึ่งในทุกหัวข้อการประชันนโยบาย

admin79 by admin79
January 8, 2026
in Uncategorized
0
สรุปผลคะแนน Thairath Poll หลังจบเวทีดีเบตยกแรก พบว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ครองอันดับหนึ่งในทุกหัวข้อการประชันนโยบาย

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์มาเกือบหนึ่งทศวรรษ ผมมองว่าปี 2566 เป็นอีกปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้จะมีความคาดหวังว่าโมเมนตัมจากการฟื้นตัวในปี 2565 จะช่วยขับเคลื่อนตลาดให้เติบโตต่อไป แต่ความเป็นจริงกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และต่อเนื่องยาวนานจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการจับจ่ายใช้สอยและเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน และแนวโน้มนี้ยังคงส่งผลต่อเนื่องมาถึงปี 2567 สร้างความกังวลใจให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการเป็นอย่างยิ่ง

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566: สัญญาณเตือน วิกฤตเศรษฐกิจมหภาค และยุทธศาสตร์เอาตัวรอดของผู้ประกอบการ

จากข้อมูลเชิงลึกที่ Property Mentor ได้รวบรวมและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวน 41 แห่ง ทำให้เราได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ผู้ประกอบการแต่ละรายสามารถปรับตัวและรับมือกับสภาวะตลาดที่ผันผวนนี้ได้อย่างไร และใครคือ “ผู้ชนะที่แท้จริง” ในปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้

รายได้รวม: ภาพรวมที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันทั้งสิ้นกว่า 371,560 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยราว 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท แม้ตัวเลขรวมจะดูไม่แตกต่างกันมากนัก แต่หากพิจารณาในรายละเอียด จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค

บริษัทที่เผชิญกับรายได้ติดลบในอัตราที่สูงกว่า 20% ได้แก่ L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ซึ่งมีรายได้ลดลงราว 28% นอกจากนี้ยังพบว่า Raimon Land (RML) มีรายได้ลดลง 26%, Lalin Property (LPH) -23%, Major Development (MJD) -22% และ Siamese Asset (SA) -21%

แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงอย่าง Land and Houses (LH) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของตลาด ก็ยังคงเผชิญกับรายได้ที่ติดลบถึง 18% สิ่งที่น่าสังเกตเพิ่มเติมคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่มีรายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PPH) -9% และ Origin Property (ORI) ที่มีรายได้รวมลดลงประมาณ 4%

แสนสิริ ผงาดขึ้นเป็นผู้นำด้านรายได้รวม 39,082 ล้านบาท เติบโต 12%

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:
แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่สะท้อนผลการดำเนินงานหลัก

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ ผมเชื่อว่า “รายได้จากการขาย” คือตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดในการประเมินผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากหลายบริษัทอาจมีรายได้จากแหล่งอื่น ๆ นอกเหนือจากการขายโครงการเข้ามาเสริม แต่รายได้จากการขายสะท้อนถึงความสามารถในการพัฒนาโครงการ, การตลาด, และการปิดการขายที่ตรงไปตรงมาที่สุด

เมื่อพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขาย ตลาดรวมของทั้ง 41 บริษัท อยู่ที่ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท และมีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

ตัวเลขที่น่าตกใจคือ Raimon Land (RML) มีรายได้จากการขายลดลงถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) -เกือบ 40%, และ Land and Houses (LH) -38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ผู้นำในด้านรายได้จากการขาย ก็ยังพบว่ามีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ 2% และที่น่าจับตาคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลงจากปี 2565

เอพี (ไทยแลนด์) กลับมาทวงบัลลังก์ผู้นำรายได้จากการขาย 36,927 ล้านบาท

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง 24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

อีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตาคือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ซึ่งหลังจากทุ่มเทลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 ก็เริ่มเห็นผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตกว่า 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้ 2,870 ล้านบาท สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ตลาด

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดสุดท้ายของผู้ชนะที่แท้จริง

แม้ว่ารายได้จะสูงแค่ไหน แต่หากสุดท้ายแล้วไม่สามารถทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ไม่อาจถือว่าเป็นผู้ชนะที่แท้จริงได้ ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวม 49,602 ล้านบาท ที่น่ากังวลคือ มีกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน บางรายขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ อีกทั้งกว่า 20 บริษัท จาก 41 แห่ง มีผลกำไรลดลงจากปีก่อนหน้า

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ยืนหนึ่งกำไรสูงสุด 7,495 ล้านบาท

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรได้สูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท (กำไรจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน 2,500 ล้านบาท เป็นปัจจัยสำคัญ)
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (กำไรลดลง 25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567: ความท้าทายที่ต้องเผชิญและโอกาสที่ซ่อนอยู่

จากข้อมูลทั้งหมดที่ Property Mentor ได้รวบรวมและวิเคราะห์ ทำให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนว่า ปี 2566 เป็นอีกปีแห่งความยากลำบากสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย และแนวโน้มในปี 2567 ก็ยังคงมีความท้าทายรออยู่ไม่น้อย ปัจจัยหลักที่ยังคงส่งผลกระทบต่อตลาด ได้แก่:

ภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังไม่แน่นอน: อัตราเงินเฟ้อ, ทิศทางอัตราดอกเบี้ย, การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
กำลังซื้อที่อ่อนแอ: ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการซื้ออสังหาริมทรัพย์
การเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน: แม้จะผ่านพ้นการเลือกตั้งใหญ่ไปแล้ว แต่ปัจจัยทางการเมืองบางประการยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น: มาตรการภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ อาจส่งผลต่อการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ สำหรับผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และความสามารถในการปรับตัว การแข่งขันที่สูงขึ้นนี้จะยิ่งขับเน้นให้บริษัทที่มีกลยุทธ์การดำเนินงานที่แข็งแกร่ง, การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ, การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแท้จริง, และการบริหารจัดการการเงินที่รัดกุม สามารถที่จะยืนหยัดและเติบโตต่อไปได้

กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในปี 2567:

สำหรับผู้ประกอบการในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย การเผชิญหน้ากับความท้าทายในปี 2567 จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและยืดหยุ่น ผมขอแนะนำแนวทางสำคัญดังนี้:

เจาะลึกตลาดและความต้องการของผู้บริโภค: ในยุคที่กำลังซื้อมีจำกัด การเข้าใจ Pain Point และความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จะช่วยให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงจุดและสร้างมูลค่าเพิ่มได้
การบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ: การควบคุมต้นทุนการก่อสร้าง, การบริหารจัดการซัพพลายเชน, และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
การสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่ม: ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง, การนำเสนอนวัตกรรม, และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า จะเป็นจุดเด่นที่ทำให้โดดเด่น
การบริหารกระแสเงินสดและการเงิน: การมีสภาพคล่องทางการเงินที่เพียงพอ และการบริหารจัดการหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้บริษัทสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้
การขยายช่องทางการขายและการตลาดดิจิทัล: การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์, การตลาดดิจิทัล, และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงและสร้างโอกาสในการขาย

ปี 2567 เป็นปีที่จะพิสูจน์ความสามารถของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันในเชิงปริมาณ แต่คือการแข่งขันในเชิงคุณภาพและความสามารถในการปรับตัว การเข้าใจทิศทางตลาด, การบริหารจัดการความเสี่ยง, และการนำเสนอคุณค่าที่โดดเด่น จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจ หรือเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การทำความเข้าใจภาพรวมตลาดเชิงลึกนี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญ หากท่านต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุน, การวิเคราะห์ศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย, หรือต้องการผู้ช่วยในการวางแผนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่สดใสให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของท่าน

Previous Post

เสี่ยสวนทุเรียนช้ำ! ถูกสาวสวยแก๊งสแกมเมอร์หลอกให้รัก เปย์เงินเป็นแสน วิดีโอคอลโชว์ลวกก๋วยเตี๋ยว ก่อนโดนแบล็กเมล์ เรียกอีก 3 แสน

Next Post

วุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบหลักการร่างมติอำนาจการทำสงคราม เพื่อหวังจะสกัดไม่ให้ โดนัลด์ ทรัมป์ มีมาตรการทางทหารในเวเนซุเอลาโดยที่รัฐสภาไม่อนุญาตอีก

Next Post
วุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบหลักการร่างมติอำนาจการทำสงคราม เพื่อหวังจะสกัดไม่ให้ โดนัลด์ ทรัมป์ มีมาตรการทางทหารในเวเนซุเอลาโดยที่รัฐสภาไม่อนุญาตอีก

วุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบหลักการร่างมติอำนาจการทำสงคราม เพื่อหวังจะสกัดไม่ให้ โดนัลด์ ทรัมป์ มีมาตรการทางทหารในเวเนซุเอลาโดยที่รัฐสภาไม่อนุญาตอีก

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.