• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

ทุ่มไม่อั้น! มหาเศรษฐีเฒ่าวัย 79 ยืนหยัดหาเมียสาวอายุไม่เกิน 30 หวังปั๊มลูกชายสืบมรดกหมื่นล้านให้ได้

admin79 by admin79
January 12, 2026
in Uncategorized
0
ทุ่มไม่อั้น! มหาเศรษฐีเฒ่าวัย 79 ยืนหยัดหาเมียสาวอายุไม่เกิน 30 หวังปั๊มลูกชายสืบมรดกหมื่นล้านให้ได้

เรื่องราวสุดแปลกแต่เป็นเรื่องจริงของมหาเศรษฐีชาวอังกฤษวัย 79 ปีที่กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก หลังจากที่เขาออกมายืนยันความตั้งใจเดิมที่ทำมาอย่างต่อเนื่องนั่นคือการประกาศหาภรรยาที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปีเพื่อมาทำหน้าที่ผลิตทายาทสืบสกุล โดยเฉพาะลูกชายที่จะมาเป็นผู้รับมรดกมหาศาลที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิต แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมานานนับสิบปีและความพยายามที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2008 จะยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวังไว้ แต่เขายังคงไม่ลดละความพยายามและพร้อมที่จะมอบชีวิตที่หรูหราสุขสบายระดับโลกให้แก่ผู้หญิงที่ตรงตามคุณสมบัติที่เขาต้องการอย่างครบถ้วนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเงินตลอดชีวิตของเธอและครอบครัวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

เกณฑ์การคัดเลือกภรรยาของเขานั้นค่อนข้างเฉพาะเจาะจงและเคร่งครัดเป็นอย่างยิ่ง นอกจากเรื่องอายุที่ต้องไม่เกิน 30 ปีแล้ว เขายังเน้นย้ำถึงสุขภาพที่แข็งแรงและความพร้อมในการมีบุตรทันที เนื่องจากตัวเขามีอายุที่มากขึ้นทุกวัน ความกดดันเรื่องเวลาจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาต้องเร่งมือหาคู่ชีวิตคนใหม่ เรื่องนี้ได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ โดยบางส่วนมองว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่เขาสามารถทำได้ด้วยฐานะที่มั่งคั่งมหาศาล ในขณะที่บางส่วนตั้งคำถามถึงศีลธรรมและเป้าหมายที่แท้จริงของการสร้างครอบครัวในวัยที่เข้าสู่ช่วงท้ายของชีวิตและความเหมาะสมในเชิงสังคมที่อาจส่งผลต่อเด็กที่จะเกิดมาในอนาคตที่ต้องเติบโตมาโดยมีพ่อที่อายุห่างกันมากเกินไปซึ่งอาจส่งผลต่อการเลี้ยงดูและการสื่อสารระหว่างวัยที่ต่างกันเกือบห้าสิบปี

ทรัพย์สินที่รอให้ทายาทมาสืบทอดนั้นครอบคลุมทั้งอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมในหลายประเทศ ธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม และเงินสดมูลค่ามหาศาล ทำให้การประกาศหาภรรยาครั้งนี้เปรียบเสมือนการคัดเลือกผู้โชคดีที่จะได้เข้าสู่โลกแห่งความร่ำรวยเพียงชั่วข้ามคืน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่มหาเศรษฐีท่านนี้ต้องเผชิญไม่ใช่แค่การหาคนที่ต้องการเงินทอง แต่คือการหาคนที่จะสามารถมอบ “ลูกชาย” ที่สมบูรณ์แบบให้แก่เขาได้ตามที่วาดฝันไว้ ซึ่งยังคงเป็นปริศนาต่อไปว่าสุดท้ายแล้วเขาจะพบคนคนนั้นหรือไม่ก่อนที่เวลาของเขาจะหมดลงในขณะที่เขายังคงมีเรี่ยวแรงและกำลังทรัพย์เพียงพอในการสร้างอนาคตใหม่ให้กับตระกูลของเขา ความมุ่งมั่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมดั้งเดิมเรื่องการมีทายาทสืบสกุลที่ฝังรากลึกแม้ในสังคมตะวันตกที่เปลี่ยนไปมากแล้วในปัจจุบันและการใช้ความมั่งคั่งเพื่อเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติ

บทสรุปแห่งปี 2566: การปรับกลยุทธ์และผู้ชนะที่แท้จริงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ปี 2566 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปถือเป็นช่วงเวลาแห่งการทดสอบที่เข้มข้นสำหรับผู้ประกอบการทุกรายในตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งโดยรวมแล้วต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้ แม้จะมีโมเมนตัมที่น่าจะดีต่อเนื่องมาจากปี 2565 แต่ทิศทางของตลาดกลับพลิกผันสู่ภาวะชะลอตัวตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และต่อเนื่องยาวนานจนถึงปลายปี แม้แต่ช่วงเวลาแห่งการจับจ่ายใช้สอยที่สำคัญอย่างไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวได้อย่างที่หวัง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567 ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

Property Mentor ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 41 แห่ง เพื่อประเมินผลการดำเนินงานในปี 2566 ที่ผ่านมา ว่าแต่ละบริษัทสามารถปรับตัวและรับมือกับสภาวะตลาดที่ผันผวนนี้ได้อย่างไร และใครคือผู้ที่สามารถยืนหยัดและสร้างผลงานโดดเด่นได้อย่างแท้จริง

ภาพรวมรายได้: การหดตัวเล็กน้อยแต่กระจายตัวอย่างมีนัยสำคัญ

โดยรวมแล้ว ในปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันได้ทั้งสิ้น 371,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับรายได้รวม 376,141 ล้านบาทในปี 2565 อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ในระดับรายบริษัทเผยให้เห็นภาพที่น่าสนใจยิ่งขึ้น นั่นคือ มีถึง 25 จาก 41 บริษัทที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงกดดันที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง

บริษัทที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในแง่ของรายได้รวมที่ติดลบในระดับสูง ได้แก่ L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ซึ่งมีรายได้รวมลดลงถึงประมาณ 28% นอกจากนี้ Raimon Land (RML) ก็ประสบปัญหาเช่นกัน ด้วยรายได้ที่ลดลงถึง 26% ตามมาด้วย Lalin Property (LPH) ที่ -23%, Major Development (MD) ที่ -22% และ Siamese Asset (SA) ที่ -21%

แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังมีรายได้รวมติดลบถึง 18% ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่รายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้รวมลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1% นอกจากนี้ Supalai (SPALI) ทำรายได้รวมลดลง 10%, Pruksa Holding (PSH) ที่ -9% และ Origin Property (ORI) ซึ่งมีรายได้รวมลดลงประมาณ 4%

การจัดอันดับ 10 บริษัทอสังหาฯ รายได้รวมสูงสุด: แสนสิริ ยังคงครองบัลลังก์

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจดังนี้:

แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH): 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่แท้จริงของศักยภาพการดำเนินงาน

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การวัดผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ควรพิจารณาจาก รายได้จากการขาย เป็นหลัก เนื่องจากรายได้รวมของบางบริษัทอาจมาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ การขายสินทรัพย์ หรือแหล่งรายได้อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหลักโดยตรง หากเราพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขาย โฉมหน้าของ 10 อันดับแรกจะมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ

ในภาพรวม 41 บริษัท สามารถสร้างรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท และมีถึง 30 จาก 41 บริษัทที่มีรายได้จากการขายลดลง

บริษัทที่ประสบปัญหาหนักในส่วนของรายได้จากการขาย ได้แก่ Raimon Land (RML) ซึ่งมีรายได้ลดลงถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) ที่รายได้ขายลดลงเกือบ 40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ที่เป็นผู้นำในด้านรายได้จากการขาย ก็ยังคงมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ 2% เป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

10 อันดับบริษัทอสังหาฯ รายได้จากการขายสูงสุด: AP (Thailand) ผงาดขึ้นนำ

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง 24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ถือเป็นอีกบริษัทที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยการเติบโตของรายได้จากการขายอย่างก้าวกระโดดถึง 103% ในปี 2566 ทำรายได้จากการขายได้ 5,835 ล้านบาท จาก 2,870 ล้านบาทในปี 2565 ซึ่งสะท้อนถึงการเก็บเกี่ยวผลสำเร็จจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

กำไรสุทธิ: ผู้ชนะที่แท้จริงคือผู้ที่ทำกำไรได้สม่ำเสมอ

แม้การสร้างรายได้จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ท้ายที่สุดแล้ว กำไรสุทธิ คือตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน การควบคุมค่าใช้จ่าย และความสามารถในการทำกำไรที่แท้จริงของบริษัท ในปี 2566 ทั้ง 41 บริษัท สามารถทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวม 49,602 ล้านบาท โดยมีมากกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน บางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมาถึง 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และกว่า 20 บริษัทมีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนหน้า

10 อันดับบริษัทอสังหาฯ กำไรสุทธิสูงสุด: Land and Houses แชมป์ปีนี้ แม้รายได้ลดลง

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถทำกำไรสุทธิสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท
ปัจจัยสำคัญ: การรับรู้กำไรจากการขายโรงแรม 2 แห่งให้กับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสูง แม้รายได้รวมจะลดลง
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (ลดลง 25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

แนวโน้มและโอกาส: กลยุทธ์การอยู่รอดในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567

ผลการดำเนินงานของ 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ Property Mentor ได้รวบรวมมานี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงปัจจัยมหภาคต่างๆ ที่มีผลต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง, ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน, และความไม่แน่นอนทางการเมือง

ปี 2567 คาดการณ์ว่าจะเป็นอีกปีที่ยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่ บริษัทที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว มีกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำเสนอบริการและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบันได้อย่างตรงจุด รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน จะเป็นกลุ่มที่สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ไปได้

สำหรับบริษัทที่ต้องการ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการวางกลยุทธ์อสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการ วิเคราะห์ศักยภาพการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย หรือมองหา บริการที่ปรึกษาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโอกาสและความท้าทายในปี 2567 และปีต่อๆ ไป อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เพื่อร่วมกันสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย.

Previous Post

28 ม.ค. มติชนจัดสัมมนาใหญ่ เวที ‘2026ThailandBlooming’ ผู้ว่าธปท.-บิ๊กเอกชน ชูผลิบาน เปิดทางคนรุ่นใหม่โชว์ไอเดีย

Next Post

อาตมาขอใช้สิทธิ กกต.แจ้งดำเนินคดีพระสงฆ์ มาลงคะแนนเลือกตั้งอบต

Next Post
อาตมาขอใช้สิทธิ กกต.แจ้งดำเนินคดีพระสงฆ์ มาลงคะแนนเลือกตั้งอบต

อาตมาขอใช้สิทธิ กกต.แจ้งดำเนินคดีพระสงฆ์ มาลงคะแนนเลือกตั้งอบต

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.