• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

วินาทีประวัติศาสตร์! 3 แคนดิเดตนายกฯ จับมือส่งสัญญาณลับบางอย่าง? เบื้องหลังภาพถ่ายที่อาจเปลี่ยนขั้วการเมืองไทยแบบฉับพลัน

admin79 by admin79
January 13, 2026
in Uncategorized
0
วินาทีประวัติศาสตร์! 3 แคนดิเดตนายกฯ จับมือส่งสัญญาณลับบางอย่าง? เบื้องหลังภาพถ่ายที่อาจเปลี่ยนขั้วการเมืองไทยแบบฉับพลัน

วินาทีประวัติศาสตร์! 3 แคนดิเดตนายกฯ จับมือส่งสัญญาณลับบางอย่าง? เบื้องหลังภาพถ่ายที่อาจเปลี่ยนขั้วการเมืองไทยแบบฉับพลัน

ภาพเหตุการณ์ที่กลายเป็นไวรัลและถูกจับตามองอย่างหนักในแวดวงการเมืองไทยนาทีนี้ คือการปรากฏตัวร่วมกันของ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในปัจจุบัน บนเวทีสัมมนา “ทิศทางโลกทิศทางไทย” (Global Dynamics and Thailand’s Future) ภายใต้หัวข้อ Thailand Vision 2035 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีตัวแทนประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย, นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตจากพรรคประชาชน ทั้งสามท่านได้ร่วมกันจับมือและถ่ายภาพหมู่ร่วมกันด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มหลังจากจบการแสดงวิสัยทัศน์ที่ดุเดือด ซึ่งภาพการจับมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำตามมารยาททางสังคมในงานอีเวนต์ใหญ่เท่านั้น แต่นักวิเคราะห์หลายคนมองว่านี่อาจเป็นการส่งสัญญาณแฝงถึงความพยายามในการลดความขัดแย้งและสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต

ความน่าสนใจอยู่ที่เนื้อหาการดีเบตและการแสดงวิสัยทัศน์ที่ทั้งสามคนนำเสนอต่อหน้าเหล่านักธุรกิจและทูตต่างประเทศ โดยแต่ละคนต่างโชว์กึ๋นในการวางรากฐานประเทศไทยไปสู่ปี 2035 ในมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พรรคประชาชนเน้นไปที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการใช้เทคโนโลยีบริหารประเทศ พรรคเพื่อไทยชูจุดแข็งเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและซอฟต์พาวเวอร์ ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยยังคงเน้นย้ำถึงความเป็นปึกแผ่นและการพัฒนาที่จับต้องได้จริง แต่สิ่งที่ทำให้คนทั้งหอประชุมต้องหยุดหายใจคือช่วงเวลาหลังจบการเสวนา เมื่อแคนดิเดตที่ดูเหมือนจะเป็นคู่ขัดแย้งทางอุดมการณ์ในบางเรื่อง กลับสามารถยืนเคียงข้างและจับมือกันได้อย่างเหนียวแน่น ภาพนี้ถูกนำไปตีความอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ว่าอาจเป็นการ “ส่งซิก” ถึงพันธมิตรทางการเมืองข้ามขั้วที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

การจับมือกันของ “ยศชนัน-อนุทิน-ณัฐพงษ์” ในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตใหม่ของการเมืองไทยที่นักการเมืองรุ่นใหม่และรุ่นเก๋าพยายามสร้างบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยที่สร้างสรรค์ แม้จะมีความเห็นต่างในนโยบายแต่ก็สามารถทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายใหญ่ของประเทศได้ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางรอยยิ้มในภาพถ่ายนั้น หลายฝ่ายยังตั้งคำถามลึกๆ ถึงความสัมพันธ์เบื้องหลังว่าภายใต้การจับมือนั้นมีการตกลงหรือดีลลับบางอย่างเพื่อสกัดกั้นขั้วอำนาจอื่นหรือไม่ ทิศทางของประเทศไทยในปี 2035 ตามที่พวกเขาประกาศไว้อาจจะเริ่มต้นจากการเจรจาในห้องรับรองหลังเวทีสัมมนานี้เอง ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะทุกการเคลื่อนไหวของทั้งสามคนนี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดถัดไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

พลิกวิกฤต ปลุกศักยภาพ: เจาะลึกผลประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2566 สู่ปี 2567

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทยมาเกือบทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดที่ขึ้นลงสลับกันไปมาเสมอ แต่ปี 2566 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งยวด จากความคาดหวังถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตามโมเมนตัมของปี 2565 กลายเป็นปีแห่งการชะลอตัวอย่างน่าใจหาย ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะซบเซาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ จนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4 ก็ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน และแนวโน้มนี้ยังคงต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี 2567

เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย อย่างลึกซึ้ง ทีมงาน Property Mentor ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 41 แห่ง เพื่อประเมินผลการดำเนินงานในปี 2566 ว่าแต่ละบริษัทสามารถปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ที่ผันผวนนี้ได้อย่างไร และใครคือผู้ที่ยืนหยัดเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

ภาพรวมรายได้: ความท้าทายที่กระจายตัว

ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันประมาณ 371,560 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยราว 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์เจาะลึกในระดับรายบริษัทกลับเผยให้เห็นภาพที่น่ากังวลกว่านั้น เพราะมีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง

กลุ่มบริษัทที่เผชิญกับรายได้ที่ติดลบในอัตราที่สูง ได้แก่ L.P.N. Development (LPN) ที่มีรายได้ลดลงราว -28%, Eastern Star Real Estate (ESTAR) ก็ประสบปัญหาในทิศทางเดียวกัน, และ Country Group Development (CGD) ก็มีตัวเลขที่น่าผิดหวัง นอกจากนี้ Raimon Land (RML) ก็มีรายได้ลดลงถึง -26%, Lalin Property (LPH) -23%, Major Development (MD) -22%, และ Siamese Asset (SA) -21%

แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังมีรายได้รวมติดลบถึง 18% ที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่มีรายได้รวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่รายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PPH) -9%, และ Origin Property (ORI) ที่มีรายได้รวมลดลงประมาณ -4%

แสนสิริ ผงาดผู้นำรายได้รวม: การแข่งขันที่เข้มข้นใน Top 10

เมื่อพิจารณาที่ 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 พบว่า Sansiri (SIRI) ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท ทำการแข่งขันอย่างสูสีกับ AP (Thailand) (AP) ที่ตามมาติดๆ ในอันดับ 2 ด้วยรายได้รวม 38,399 ล้านบาท Supalai (SPALI) ยังคงรักษาตำแหน่งในอันดับ 3 ด้วยรายได้รวม 31,818 ล้านบาท Land and Houses (LH) อยู่ในอันดับ 4 ด้วยรายได้รวม 30,170 ล้านบาท และ Pruksa Holding (PPH) ในอันดับ 5 ด้วยรายได้รวม 26,132 ล้านบาท

ตามมาด้วย SC Asset Corporation (SC) ในอันดับ 6 ด้วยรายได้รวม 24,487 ล้านบาท, Universal Corporation (UVC) ในอันดับ 7 ด้วยรายได้รวม 17,672 ล้านบาท, Frasers Property (Thailand) (FPT) ในอันดับ 8 ด้วยรายได้รวม 16,169 ล้านบาท, Origin Property (ORI) ในอันดับ 9 ด้วยรายได้รวม 15,157 ล้านบาท และ Singha Estate (S) ปิดท้ายในอันดับ 10 ด้วยรายได้รวม 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่แท้จริงของความแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม การวัดผลงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง จำเป็นต้องพิจารณาที่ “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากบริษัทใน Top 10 ที่มีรายได้รวมสูงสุดหลายแห่ง อาจมีรายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาเสริม แต่หากนับเฉพาะรายได้จากการขาย ภาพรวมของ Top 10 ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไป

เมื่อรวมรายได้จากการขายของทั้ง 41 บริษัท พบว่ามีจำนวน 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท และที่น่าเป็นห่วงคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

กรณีที่เห็นได้ชัดคือ Raimon Land (RML) ที่รายได้จากการขายลดลงถึง -78%, L.P.N. Development (LPN) รายได้จากการขายลดลงเกือบ -40% ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ Land and Houses (LH) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ซึ่งเป็นเบอร์ 1 ในแง่ของรายได้จากการขาย ก็ยังมีรายได้ลดลงเล็กน้อยที่ -2% และไม่ใช่เพียงแค่บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้นที่เผชิญกับรายได้จากการขายที่ติดลบ เพราะในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลง

AP (Thailand) ยืนหนึ่งรายได้จากการขาย: การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 ได้แก่ AP (Thailand) (AP) ที่กลับมาทวงอันดับ 1 ด้วยรายได้จากการขายรวม 36,927 ล้านบาท แซงหน้า Sansiri (SIRI) ที่เข้ามาในอันดับ 2 ด้วยรายได้จากการขายรวม 32,829 ล้านบาท แต่ Sansiri ก็เป็นหนึ่งในสองบริษัทที่มีรายได้จากการขายเติบโตขึ้น 7% Supalai (SPALI) รักษาอันดับ 3 ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นด้วยรายได้จากการขาย 30,836 ล้านบาท SC Asset Corporation (SC) ก้าวขึ้นสู่ Top 5 ได้สำเร็จในอันดับ 4 ด้วยรายได้จากการขาย 23,370 ล้านบาท และเป็นอีกบริษัทที่มีรายได้เติบโตเป็นบวกถึง 13% Pruksa Holding (PPH) อยู่ในอันดับ 5 ด้วยรายได้จากการขายรวม 22,357 ล้านบาท

Land and Houses (LH) ยังคงรักษาตำแหน่งใน Top 10 ไว้ได้ในอันดับ 6 แม้รายได้จากการขายจะลดลง โดยมีรายได้ขายรวม 18,966 ล้านบาท Frasers Property (Thailand) (FPT) ตามมาในอันดับ 7 ด้วยรายได้ขายรวม 10,019 ล้านบาท Origin Property (ORI) แม้จะมีรายได้ลดลงถึง -24% ก็ยังเกาะกลุ่มอยู่ใน Top 10 ได้ด้วยรายได้ขายรวม 8,840 ล้านบาท ในอันดับ 8 Quality House (QH) ก็มาอย่างสม่ำเสมอในอันดับ 9 ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,619 ล้านบาท และ Property Perfect (PF) ปิดท้ายในอันดับ 10 ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,171 ล้านบาท

Central Pattana: แสงสว่างแห่งการเติบโตที่น่าจับตา

อีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ Central Pattana (CPN) ซึ่งเริ่มเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 Central Pattana มีรายได้จากการขายสูงถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 103% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท

กำไรสุทธิ: การวัดผลสุดท้ายของความสำเร็จ

ในท้ายที่สุด ไม่ว่าบริษัทจะทำรายได้เท่าใด หากมีกำไรน้อย ก็ย่อมไม่อาจถือเป็นผู้ชนะที่แท้จริงได้ ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมประมาณ 49,602 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีถึง 12 บริษัทที่รายงานผลประกอบการขาดทุน บางแห่งขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 และอีกกว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีกำไรลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

Land and Houses ผู้นำกำไรสูงสุด: การบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ชาญฉลาด

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถทำกำไรได้สูงสุดในปี 2566 Land and Houses (LH) ยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้วยกำไรสุทธิ 7,495 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรคือการรับรู้กำไรจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นมูลค่า 2,500 ล้านบาท หากไม่นับส่วนนี้ Supalai (SPALI) ซึ่งมีกำไร 6,083 ล้านบาท ก็จะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แทน โดยเฉือน AP (Thailand) (AP) ที่มีกำไร 6,054 ล้านบาท ไปอย่างฉิวเฉียวในอันดับ 3 Sansiri (SIRI) อยู่ในอันดับ 4 ด้วยกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 42% Origin Property (ORI) อยู่ในอันดับ 5 ด้วยกำไรสุทธิ 3,160 ล้านบาท แม้กำไรจะลดลงจากปีก่อน -25% ก็ตาม

SC Asset Corporation (SC) อยู่ในอันดับ 6 ด้วยกำไรสุทธิ 2,525 ล้านบาท เฉือน Quality House (QH) ที่มีกำไรสุทธิ 2,503 ล้านบาท ในอันดับ 7 Pruksa Holding (PPH) ทำกำไรได้ 2,339 ล้านบาท ในอันดับ 8 Frasers Property (Thailand) (FPT) ติดอันดับ Top 10 ในอันดับ 9 ด้วยกำไร 1,865 ล้านบาท และ Central Pattana (CPN) ปิดท้ายในอันดับ 10 ด้วยกำไรสุทธิประมาณ 1,610 ล้านบาท (ตัวเลขประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

มองไปข้างหน้า: ปี 2567 กับความท้าทายและโอกาส

ข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนถึงภาพรวมผลประกอบการของ 41 บริษัทใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่ยังคงอยู่ในปี 2567 ในฐานะผู้ที่อยู่ในธุรกิจนี้มาอย่างยาวนาน ผมเชื่อว่าปี 2567 จะเป็นอีกปีที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการอย่างสูง การทำความเข้าใจ แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ 2567 จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

สำหรับนักลงทุน หรือผู้ที่กำลังมองหา โอกาสลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องการ ซื้อคอนโดมิเนียม หรือ บ้านเดี่ยว การวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เห็นภาพของบริษัทที่มีความแข็งแกร่งทางการเงิน มีศักยภาพในการเติบโต และสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ได้

หากคุณกำลังพิจารณาการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน หรือกำลังมองหา บ้านพร้อมอยู่ ในทำเลศักยภาพ การทำความเข้าใจผลประกอบการของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตัดสินใจ

ปี 2567 อาจเป็นปีที่ยากลำบาก แต่ก็เป็นโอกาสสำหรับบริษัทที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว มีกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่ง และสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง หากคุณต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ กรุงเทพฯ หรือ อสังหาริมทรัพย์ เชียงใหม่ รวมถึงการประเมินมูลค่า บ้านมือสอง เพื่อการลงทุน โปรดติดต่อเรา เราพร้อมที่จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและแนวทางการลงทุนที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดปัจจุบัน เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและคว้าโอกาสที่สำคัญในปี 2567 นี้.

Previous Post

แอฟ ทักษอร โพสต์เองโมเมนต์หวาน นนกุล เผยสิ่งที่มากกว่างานแต่ง ลูกน้ำ-อลัน แฟนๆกรี๊ดกันลั่นเลย รูปที่8คือคำตอบ

Next Post

สมุทรสาครจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม? “โรม” บุกประชิดถิ่นมหาชัย เผยแผนเด็ดจัดการทุนเทา-ถนนพระราม 2 ที่ฟังแล้วต้องอึ้ง!

Next Post
สมุทรสาครจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม? “โรม” บุกประชิดถิ่นมหาชัย เผยแผนเด็ดจัดการทุนเทา-ถนนพระราม 2 ที่ฟังแล้วต้องอึ้ง!

สมุทรสาครจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม? "โรม" บุกประชิดถิ่นมหาชัย เผยแผนเด็ดจัดการทุนเทา-ถนนพระราม 2 ที่ฟังแล้วต้องอึ้ง!

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.