• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

เดือดจัด! “อนุทิน” ตอกกลับข่าวซื้อเสียงหัวละ 7,500 ลั่นใครทำรู้ตัวบอกด้วย จะเอาเขาควายสวมให้ เผยความจริงเรื่องดีลลับที่ทุกคนอยากรู้!

admin79 by admin79
January 20, 2026
in Uncategorized
0
เดือดจัด! “อนุทิน” ตอกกลับข่าวซื้อเสียงหัวละ 7,500 ลั่นใครทำรู้ตัวบอกด้วย จะเอาเขาควายสวมให้ เผยความจริงเรื่องดีลลับที่ทุกคนอยากรู้!

ท่ามกลางกระแสข่าวการทุจริตเลือกตั้งปี 2569 ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวโต้ตอบประเด็นที่มีการเผยผลสำรวจระบุว่ามีการซื้อเสียงสูงถึงหัวละ 7,500 บาทในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล นายอนุทินแสดงท่าทีตกใจอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับตั้งคำถามย้อนกลับไปยังสื่อมวลชนและผู้ที่ปล่อยข่าวว่า “ใครซื้อเสียงราคาขนาดนั้น?” โดยระบุว่าหากมีการกระทำเช่นนั้นจริงถือเป็นเรื่องที่โง่เขลาและดูถูกประชาชนเป็นอย่างมาก และได้ทิ้งท้ายด้วยประโยคสุดแซ่บว่า “ถ้าใครทำจริงๆ รู้ตัวบอกด้วย จะเอาเขาควายไปครอบให้” ซึ่งสื่อถึงความหมายว่าการทุ่มเงินมหาศาลเพื่อแลกกับคะแนนเสียงในยุคที่ประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองสูงนั้นเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์

นายอนุทินย้ำชัดว่าในส่วนของพรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายและไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น เนื่องจากการหาเสียงของพรรคเน้นไปที่การลงพื้นที่แบบ “ออร์แกนิค” และการนำเสนอนโยบายที่จับต้องได้จริงมากกว่าการใช้เม็ดเงินซื้อใจคน การที่มีข่าวลือสะพัดเรื่องตัวเลข 7,500 บาทออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง นายอนุทินมองว่าเป็นความพยายามในการดิสเครดิตและสร้างความปั่นป่วนในระบบประชาธิปไตย พร้อมทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง กกต. เร่งตรวจสอบที่มาของข้อมูลนี้อย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนต่อสาธารณชน นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงประเด็นการไม่ร่วมเวทีดีเบตว่าตนเองถนัดการทำงานและรับฟังปัญหาประชาชนโดยตรงมากกว่าการโชว์วิสัยทัศน์บนเวทีที่บางครั้งอาจเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว

นอกจากประเด็นเรื่องการซื้อเสียง นายอนุทินยังได้ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับข่าวลือเรื่อง “ดีลลับ” หรือความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนใหญ่ โดยยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีความเป็นอิสระและยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง การที่ถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งต่างๆ เป็นเพียงเกมการเมืองที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูเลือกตั้งเสมอ นายอนุทินขอให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารและอย่าตกเป็นเหยื่อของข่าวลวง (Fake News) ที่มุ่งหวังทำลายเสถียรภาพของการเมืองไทย ความร้อนแรงจากการสัมภาษณ์ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “เสี่ยหนู” พร้อมที่จะชนกับทุกข้อกล่าวหาและเดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้งด้วยความมั่นใจว่าผลงานที่ผ่านมาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจที่มีต่อประชาชนได้ดีที่สุด

วิเคราะห์ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยครึ่งปีแรก 2568: รายได้และกำไรทรุดหนัก สะท้อนความกังวล “หนี้ครัวเรือน” และ “ความเชื่อมั่นผู้บริโภค”

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรขึ้นลงของตลาดมาหลายครั้ง แต่สถานการณ์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 นี้ ถือเป็นจุดที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ข้อมูลจาก LWS Wisdom ชี้ให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า รายได้และกำไรของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 40 แห่ง นั้นกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ โดยมีรายได้รวมลดลงถึง 15.21% และกำไรสุทธิร่วงกว่า 37.17% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสถิติทางการเงินที่แห้งแล้ง แต่เป็น “กระจกเงาสะท้อน” สภาพเศรษฐกิจไทยที่กำลังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้บริโภคจำนวนมากแสดงความลังเลในการก่อหนี้ใหม่ แม้จะเป็นภาระผูกพันสำคัญในชีวิตอย่างการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโดมิเนียม

ปัจจัยกดดันตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ความกลัวหนี้และความเชื่อมั่นที่ถดถอย

ภาวะดังกล่าวบ่งชี้ถึงการหดตัวของ “ความเชื่อมั่นผู้บริโภค” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ เมื่อรายได้เติบโตในอัตราที่ช้าลง ขณะที่ “หนี้ครัวเรือน” ยังคงอยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยยังคงทรงตัวอยู่ในระดับที่แพง ทำให้ความฝันในการมีบ้านของหลายๆ คนต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด สิ่งนี้ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็น “เครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย” ให้กำลังชะลอตัวลงอย่างน่ากังวล

อาจกล่าวได้ว่า ในเวลานี้ ไม่ใช่เพียงผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์เท่านั้นที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย แต่กำลังสะท้อนถึง “ความกลัวหนี้” ของภาคครัวเรือนไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

วิเคราะห์รายได้และกำไร: ข้อมูลเชิงลึกจาก 40 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ

จากข้อมูลของ LWS Wisdom ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – มิถุนายน) พบว่า ภาพรวมงบการเงินของ 40 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีรายละเอียดดังนี้:

รายได้รวม: อยู่ที่ 131,217.08 ล้านบาท ลดลง 15.21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 8,369.92 ล้านบาท ลดลงถึง 37.17% โดยมีถึง 18 บริษัทที่รายงานผลขาดทุน

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้สูงสุด ครึ่งปีแรก 2568:

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน): 17,786.61 ล้านบาท (ลดลง 0.33%)
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน): 15,677.66 ล้านบาท (ลดลง 19.44%)
บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน): 12,107.57 ล้านบาท (ลดลง 17.77%)
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน): 10,667.34 ล้านบาท (ลดลง 16.70%)
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 10,336.18 ล้านบาท (ลดลง 0.77%)
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): 7,891.04 ล้านบาท (ลดลง 8.77%)
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน): 6,947.38 ล้านบาท (ลดลง 12.18%)
บริษัท พฤกษา โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน): 6,944.37 ล้านบาท (ลดลง 29.59%)
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน): 4,998.72 ล้านบาท (ลดลง 24.83%)
บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน): 3,773.78 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 111.52%) – บริษัทนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจถึงการเติบโตที่สวนกระแส

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำไรสูงสุด ครึ่งปีแรก 2568:

บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน): 2,212.48 ล้านบาท
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน): 2,028.11 ล้านบาท
บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน): 1,870.04 ล้านบาท
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน): 1,509.27 ล้านบาท
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 1,192.82 ล้านบาท
บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน): 736.36 ล้านบาท
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): 531.08 ล้านบาท
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน): 430.97 ล้านบาท
บริษัท แอสเซท ไวส์ จำกัด (มหาชน): 399.89 ล้านบาท
บริษัท จี แลนด์ จำกัด (มหาชน): 230.97 ล้านบาท

วิกฤตสต็อกสินค้าคงค้าง: สัญญาณเตือนภัยที่มองข้ามไม่ได้

นอกจากรายได้และกำไรที่ลดลง ปัญหาอีกประการที่ทวีความรุนแรงขึ้น คือ “สต็อกสินค้าคงค้าง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมที่ขายออกได้ยาก ส่งผลให้มูลค่ารวมของสินค้าคงเหลือบวกกับสินค้าที่อยู่ระหว่างการพัฒนาของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 725,404.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.89%

ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความท้าทายในการระบายสินค้า ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาด้านสภาพคล่องและการบริหารจัดการต้นทุนสำหรับผู้ประกอบการ

มุมมองจากผู้บริหาร: การปรับตัวเพื่อก้าวผ่านวิกฤติ

คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2568 นี้ และจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวและฟื้นตัวในระยะต่อไป ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทบทวนและปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดในช่วงวิกฤตนี้ และเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นตัวและเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต

ความสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อเศรษฐกิจไทย

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถือเป็น “เครื่องยนต์หลัก” ของระบบเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนประมาณ 8-10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) การชะลอตัวของภาคส่วนนี้จึงส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น แรงงานก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และภาคการเงิน

ดังนั้น การที่รายได้และกำไรของผู้ประกอบการลดลง ควบคู่ไปกับการที่สต็อกสินค้าคงค้างเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึง “ความไม่มั่นใจ” ของผู้บริโภคในการก่อหนี้ในช่วงเวลาปัจจุบัน

แนวโน้มและข้อควรระวัง: จับตาดูความเชื่อมั่นและกำลังซื้อ

แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจจะยังไม่ใช่สัญญาณของวิกฤตเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ แต่เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด หาก “ความเชื่อมั่นผู้บริโภค” และ “กำลังซื้อ” ยังไม่ฟื้นตัว การชะลอตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์นี้ อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวมให้เผชิญกับความท้าทายที่รุนแรงขึ้นในระยะยาว

คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภค:

สำหรับ ผู้ประกอบการ การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การพิจารณากลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน เช่น บ้านที่ประหยัดพลังงาน บ้านที่ส่งเสริมสุขภาพ หรือโครงการที่เข้าถึงง่ายในเรื่องของการเงิน ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญในการผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้

สำหรับ ผู้บริโภค การวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบเป็นสิ่งจำเป็น การศึกษาข้อมูลโครงการต่างๆ อย่างละเอียด การเปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่อจากสถาบันการเงินหลายแห่ง และการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของตนเองอย่างถี่ถ้วน คือขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์

แนวโน้มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ปี 2568: โอกาสและความท้าทายในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลง

การวิเคราะห์ “แนวโน้มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ปี 2568” ในบริบทนี้ จำเป็นต้องมองให้ลึกกว่าเพียงตัวเลขรายได้และกำไรที่ลดลง แต่ต้องพิจารณาถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างที่กำลังขับเคลื่อนตลาด

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:

ในยุคที่ “ความยั่งยืน” และ “คุณภาพชีวิต” กลายเป็นปัจจัยสำคัญ ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่กำลังมองหา “บ้าน” ที่สะท้อนตัวตน, “ชุมชน” ที่น่าอยู่, และ “สภาพแวดล้อม” ที่ดีต่อสุขภาพ โครงการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง จะมีแต้มต่ออย่างมาก

เทคโนโลยีและนวัตกรรมในอสังหาริมทรัพย์ (PropTech):

การนำ “เทคโนโลยี PropTech” มาใช้ จะเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการขาย การบริหารจัดการทรัพย์สินด้วย AI การใช้เทคโนโลยี Building Information Modeling (BIM) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง และการพัฒนาโซลูชันที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ จะช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

บทบาทของสินทรัพย์ทางเลือก:

แม้ตลาดที่อยู่อาศัยหลักจะเผชิญความท้าทาย แต่ “การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก” เช่น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ที่มีการปรับตัวสู่รูปแบบใหม่ (เช่น คลังสินค้า, ออฟฟิศที่รองรับ Hybrid Working), อสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว (เช่น โรงแรม, วิลล่าให้เช่า) หรือแม้แต่การลงทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่กระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลาย ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่:

การลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ” ยังคงเป็นที่น่าจับตา โดยเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพและมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน “อสังหาริมทรัพย์หัวเมืองใหญ่” เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หรือเมืองอุตสาหกรรม ก็เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวและการลงทุนภาคเอกชน

ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและนโยบายรัฐ:

การเคลื่อนไหวของ “อัตราดอกเบี้ย” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อกำลังซื้อและความสามารถในการกู้ยืมของผู้บริโภค ขณะที่ “นโยบายรัฐบาล” ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษี หรือการส่งเสริมสินเชื่อบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย ก็จะเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางของตลาด

บทสรุป: ก้าวต่อไปของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย

สถานการณ์ “รายได้และกำไรของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทย” ในครึ่งปีแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ไม่สามารถมองข้ามได้ อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการ ผมเชื่อมั่นว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้เสมอ การเข้าใจถึงปัจจัยขับเคลื่อนตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ และการให้ความสำคัญกับความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค จะเป็นกุญแจสำคัญในการพาภาคส่วนนี้ก้าวผ่านความท้าทาย และเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือต้องการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเชิงกลยุทธ์ อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำปรึกษาที่ตรงจุดและปรับให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จในโลกของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

Previous Post

เปิดแผนยึดเมืองสุโขทัย! “ยศชนัน” ควง “สมศักดิ์” บุกสวรรคโลก ประกาศกร้าวกลางเวทีปราศรัยที่ทำเอาคู่แข่งต้องหนาวสั่น

Next Post

ทุบสถิติโลก! ราคาทองวันนี้ 20 ม.ค. 69 พุ่งนิวไฮทะลุ 70,100 บาท เปิดสาเหตุลับที่ทำเอาคนแห่ขายจนล้นร้านทอง

Next Post
ทุบสถิติโลก! ราคาทองวันนี้ 20 ม.ค. 69 พุ่งนิวไฮทะลุ 70,100 บาท เปิดสาเหตุลับที่ทำเอาคนแห่ขายจนล้นร้านทอง

ทุบสถิติโลก! ราคาทองวันนี้ 20 ม.ค. 69 พุ่งนิวไฮทะลุ 70,100 บาท เปิดสาเหตุลับที่ทำเอาคนแห่ขายจนล้นร้านทอง

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.