• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

ทุบสถิติโลก! ราคาทองวันนี้ 20 ม.ค. 69 พุ่งนิวไฮทะลุ 70,100 บาท เปิดสาเหตุลับที่ทำเอาคนแห่ขายจนล้นร้านทอง

admin79 by admin79
January 20, 2026
in Uncategorized
0
ทุบสถิติโลก! ราคาทองวันนี้ 20 ม.ค. 69 พุ่งนิวไฮทะลุ 70,100 บาท เปิดสาเหตุลับที่ทำเอาคนแห่ขายจนล้นร้านทอง

วงการการเงินและการลงทุนไทยต้องจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวันนี้ เมื่อราคาทองคำในประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำประจำวันอังคารที่ 20 มกราคม 2569 ระบุว่ามีการปรับเปลี่ยนราคาระหว่างวันอย่างต่อเนื่องจนถึงครั้งที่ 10 ส่งผลให้ราคาทองรูปพรรณขายออกพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นไปแตะที่บาทละ 70,100 บาท ซึ่งถือเป็นระดับ “All Time High” หรือราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการตั้งสมาคมฯ มา สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความแตกตื่นให้กับบรรดานักลงทุนและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยมีรายงานว่าตามย่านเศรษฐกิจชื่อดังอย่างถนนเยาวราช มีประชาชนเดินทางมาต่อคิวรอขายทองคำที่สะสมไว้เพื่อทำกำไรกันอย่างเนืองแน่นจนแถวยาวเหยียดออกมานอกร้าน

สำหรับรายละเอียดราคาทองตามประกาศครั้งที่ 10 เมื่อเวลา 14.05 น. นั้น ราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อที่บาทละ 69,200 บาท ขายออกที่บาทละ 69,300 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อที่บาทละ 67,810.68 บาท และราคาขายออกพุ่งไปถึง 70,100 บาท ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ราคาทองไทย “วิ่งแรง” กว่าปกติเกิดจากปัจจัยบวกหลายด้านที่เข้ามาพร้อมกัน ทั้งจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายจุดยุทธศาสตร์ รวมถึงการขยายบทบาททางทหารและยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในพื้นที่กรีนแลนด์ที่กลายเป็นแหล่งทรัพยากรแร่หายาก ส่งผลให้ทองคำถูกเลือกเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ทั่วโลกต้องการถือครองเพื่อกระจายความเสี่ยงในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนพุ่งสูงถึงขีดสุด

นอกจากนี้ การอ่อนค่าของค่าเงินบาทที่เปรียบเสมือนเป็น “ตัวเร่ง” ชั้นดี ทำให้ราคาทองในประเทศขยับขึ้นเร็วกว่าราคา Gold Spot ในตลาดโลก นักวิเคราะห์จากหลายสำนักประเมินว่าทิศทางราคาทองคำในปี 2569 ยังคงมีโอกาสเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนโดยตรงต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม สมาคมค้าทองคำได้ออกมาแจ้งเตือนให้ผู้บริโภคตรวจสอบราคาหน้าเขียงและค่ากำเหน็จให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อขาย เนื่องจากความผันผวนที่มีสูงมากอาจทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงได้ในทุกนาที การที่ทองคำแตะระดับ 7 หมื่นบาทในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงสภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทุกคนต้องเตรียมรับมือ

รายได้และกำไรครึ่งปีแรก 2568: สัญญาณเตือนจากภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองและการชะลอตัว แต่สถานการณ์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 นี้ ถือเป็นจุดที่น่าสังเกตเป็นพิเศษครับ ตัวเลขรายได้และกำไรสุทธิของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ 40 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 15.21% และ 37.17% ตามลำดับ ไม่ใช่เพียงแค่สถิติในงบการเงิน แต่เป็นกระจกเงาสะท้อนถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญกับความท้าทายและความไม่แน่นอนอย่างมีนัยสำคัญ

ความกลัวหนี้: แรงกดดันต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภค

หัวใจหลักที่ผมมองเห็น คือ “ความกลัวหนี้” ที่แผ่ขยายไปทั่วสังคมไทย ผู้บริโภคจำนวนมากชะลอการตัดสินใจก่อหนี้ก้อนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต แต่กลับกลายเป็นภาระที่ต้องคิดหนักในยุคปัจจุบัน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่กำลังหดตัวอย่างเห็นได้ชัด

รายได้ที่เติบโตช้า: สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลให้การเติบโตของรายได้ของครัวเรือนไม่ทันต่อค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง: ภาระหนี้สินที่มีอยู่เดิม ทำให้ประชาชนขาดความมั่นใจในการก่อหนี้ใหม่
อัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง: ต้นทุนทางการเงินที่แพงขึ้น กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

ผลลัพธ์คือ ความฝันในการมีบ้านเป็นของตนเองถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัวที่น่ากังวล นำไปสู่การปรับตัวของ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ และ บริษัทอสังหาฯ จดทะเบียน ทั่วประเทศ

ภาพรวมผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568: ตัวเลขที่ไม่อาจมองข้าม

ข้อมูลเชิงลึกจาก LWS Wisdom บริษัทวิจัยในเครือ แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) แสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – มิถุนายน):

รายได้รวม: อยู่ที่ 131,217.08 ล้านบาท ลดลง 15.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 8,369.92 ล้านบาท ลดลงถึง 37.17% และที่น่าตกใจคือ มีถึง 18 บริษัทที่รายงานผลขาดทุน

สถานการณ์นี้สะท้อนว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ใช่แค่ผลประกอบการของ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ เท่านั้น แต่ยังหมายถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทำรายได้สูงสุด:

ถึงแม้ภาพรวมจะดูชะลอตัว แต่การวิเคราะห์รายบริษัทก็ให้มุมมองที่น่าสนใจ:

เอพี ไทยแลนด์: 17,786.61 ล้านบาท (ลดลง 0.33%) – แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำได้ แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และการบริหารจัดการ
แสนสิริ: 15,677.66 ล้านบาท (ลดลง 19.44%) – การลดลงของรายได้สะท้อนถึงความท้าทายใน โครงการคอนโดมิเนียม และ โครงการบ้านจัดสรร บางส่วน
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์: 12,107.57 ล้านบาท (ลดลง 17.77%) – หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่ปรับตัวตามสภาวะตลาด
ศุภาลัย: 10,667.34 ล้านบาท (ลดลง 16.70%) – การบริหารจัดการต้นทุนและการเปิดโครงการใหม่ที่สอดคล้องกับกำลังซื้อเป็นสิ่งสำคัญ
เฟรเซอร์สฯ: 10,336.18 ล้านบาท (ลดลง 0.77%) – การทรงตัวของรายได้บ่งชี้ถึงกลยุทธ์ที่สามารถประคับประคองธุรกิจได้ท่ามกลางความผันผวน
เอสซี แอสเสท: 7,891.04 ล้านบาท (ลดลง 8.77%) – การมุ่งเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงอาจเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดผลกระทบ
สิงห์ เอสเตท: 6,947.38 ล้านบาท (ลดลง 12.18%) – การกระจายการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลายอาจช่วยลดความเสี่ยง
พฤกษา: 6,944.37 ล้านบาท (ลดลง 29.59%) – เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงแรงกดดันที่ค่อนข้างมาก อาจต้องพิจารณากลยุทธ์การขายและการตลาดใหม่
ออริจิ้น: 4,998.72 ล้านบาท (ลดลง 24.83%) – การปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายในตลาด อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ และปริมณฑล
พราว เรียล เอสเตท: 3,773.78 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 111.52%) – เป็นกรณีที่น่าสนใจอย่างยิ่ง การเติบโตที่ก้าวกระโดดนี้อาจมาจากการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ได้รับการตอบรับดี หรือการควบรวมกิจการที่ประสบความสำเร็จ

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทำกำไรสูงสุด:

เมื่อพิจารณาถึงกำไรสุทธิ ภาพรวมยังคงชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรของบางบริษัท แม้รายได้จะลดลง:

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์: 2,212.48 ล้านบาท
แสนสิริ: 2,028.11 ล้านบาท
เอพี ไทยแลนด์: 1,870.04 ล้านบาท
ศุภาลัย: 1,509.27 ล้านบาท
เฟรเซอร์สฯ: 1,192.82 ล้านบาท
ควอลิตี้เฮ้าส์: 736.36 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท: 531.08 ล้านบาท
ออริจิ้น: 430.97 ล้านบาท
แอสเซท ไวส์: 399.89 ล้านบาท


จี แลนด์: 230.97 ล้านบาท

สินค้าคงค้าง: ความท้าทายที่มองข้ามไม่ได้

นอกเหนือจากตัวเลขรายได้และกำไรแล้ว ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือ สินค้าคงค้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหมายถึง ยูนิตที่สร้างเสร็จแล้วแต่ยังขายไม่ได้ และยูนิตที่อยู่ระหว่างการพัฒนา มูลค่ารวมกันสูงถึง 725,404.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.89% ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่า แม้กำลังซื้อจะชะลอตัว แต่ผู้ประกอบการยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากไม่สามารถระบายสินค้าออกสู่ตลาดได้ทันท่วงที อาจกลายเป็นภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และส่งผลต่อสภาพคล่องของบริษัทในระยะยาว

มุมมองจากผู้บริหาร: การปรับตัวเพื่อรอโอกาส

คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3-4 ของปี 2568 ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวและฟื้นตัวในระยะต่อไป สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำคือ การปรับกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างรอบคอบ เพื่อประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ และเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของภาคธุรกิจ แต่เป็น “เครื่องยนต์หลัก” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8-10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับภาคส่วนอื่น ๆ เช่น แรงงานก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และภาคการเงิน การชะลอตัวของรายได้และกำไรของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับการมีสินค้าคงค้างจำนวนมาก จึงเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะ “ความไม่มั่นใจ” ของผู้บริโภคที่กำลังส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ

แม้สถานการณ์ปัจจุบันอาจจะยังไม่ใช่ “วิกฤต” ที่รุนแรง แต่ก็เป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด หากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกำลังซื้อไม่ฟื้นตัว การชะลอตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์นี้ มีศักยภาพที่จะส่งแรงกดดันต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในระยะยาวได้

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ปี 2568: กลยุทธ์และความท้าทาย

สำหรับนักลงทุนที่กำลังพิจารณา การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2568 นี้ จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ผมในฐานะผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้ แนะนำให้พิจารณา:

ทำเลที่ตั้ง: ทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว และมีความต้องการของตลาดสม่ำเสมอ เช่น คอนโดใกล้รถไฟฟ้า หรือ บ้านเดี่ยวในโซนเศรษฐกิจ ยังคงเป็นที่ต้องการ
ประเภทของอสังหาริมทรัพย์: ควรพิจารณาถึงอุปสงค์และอุปทานในแต่ละประเภท เช่น คอนโดมิเนียม สำหรับกลุ่มคนโสดหรือคู่รักรุ่นใหม่ บ้านแฝด สำหรับครอบครัวขนาดกลาง หรือ ทาวน์เฮาส์ สำหรับผู้เริ่มต้นสร้างครอบครัว
บริษัทผู้พัฒนา: เลือกบริษัทที่มีประวัติการดำเนินงานที่ดี มีความโปร่งใสทางการเงิน และมีกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่ง
ราคาและผลตอบแทน: วิเคราะห์ราคาซื้อขายเปรียบเทียบกับราคาประเมินและศักยภาพในการปล่อยเช่าหรือขายต่อ เพื่อให้ได้ อสังหาริมทรัพย์ราคาเหมาะสม
แนวโน้มตลาด: ติดตามข่าวสารและแนวโน้มของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ และต่างจังหวัดอย่างสม่ำเสมอ

บทสรุปและก้าวต่อไป

ครึ่งปีแรกของปี 2568 เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย ตัวเลขผลประกอบการที่ลดลง และสต็อกสินค้าคงค้างที่เพิ่มขึ้น คือสัญญาณเตือนที่บ่งชี้ถึงความอ่อนไหวของตลาดและความกังวลของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์และปรับตัวได้เร็ว จะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ และพร้อมที่จะคว้าโอกาสเมื่อตลาดกลับมาฟื้นตัว

หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่กำลังมองหากลยุทธ์ในการปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทาย หรือเป็นนักลงทุนที่ต้องการหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลาที่ตลาดกำลังเปลี่ยนแปลง ผมขอเชิญชวนให้ศึกษาข้อมูลเชิงลึก และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เพื่อวางแผนการดำเนินงานและกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตของ อสังหาริมทรัพย์ไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

Previous Post

เดือดจัด! “อนุทิน” ตอกกลับข่าวซื้อเสียงหัวละ 7,500 ลั่นใครทำรู้ตัวบอกด้วย จะเอาเขาควายสวมให้ เผยความจริงเรื่องดีลลับที่ทุกคนอยากรู้!

Next Post

ด้อมส้มห้ามพลาด! เปิดตาราง “พิธา” บุกกรุง-ปริมณฑล ช่วยพรรคประชาชนหาเสียงโค้งสุดท้าย 25 ม.ค.นี้ พร้อมวาทะเด็ดมัดใจผู้เลือกตั้ง

Next Post
ด้อมส้มห้ามพลาด! เปิดตาราง “พิธา” บุกกรุง-ปริมณฑล ช่วยพรรคประชาชนหาเสียงโค้งสุดท้าย 25 ม.ค.นี้ พร้อมวาทะเด็ดมัดใจผู้เลือกตั้ง

ด้อมส้มห้ามพลาด! เปิดตาราง "พิธา" บุกกรุง-ปริมณฑล ช่วยพรรคประชาชนหาเสียงโค้งสุดท้าย 25 ม.ค.นี้ พร้อมวาทะเด็ดมัดใจผู้เลือกตั้ง

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.