• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

เลิกโบ้ยสีส้ม! “ไชยชนก” กางหลักฐานป้องพรรคประชาชน แฉเดือด 10 รายชื่อโยงสแกมเมอร์ไม่ได้มีแค่พรรคเดียว ยันชัดไม่ใช่เกมบีบการเมือง

admin79 by admin79
January 21, 2026
in Uncategorized
0
เลิกโบ้ยสีส้ม! “ไชยชนก” กางหลักฐานป้องพรรคประชาชน แฉเดือด 10 รายชื่อโยงสแกมเมอร์ไม่ได้มีแค่พรรคเดียว ยันชัดไม่ใช่เกมบีบการเมือง

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความประหลาดใจให้กับคอการเมืองอย่างมาก เมื่อนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคู่แข่งทางการเมืองอย่างพรรคประชาชน ในกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการขยายผลจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ที่ถูกระบุว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองเข้าไปพัวพันถึง 10 รายชื่อ โดยนายไชยชนกได้ออกมาชี้แจงข้อมูลที่ได้รับมาเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชนว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่าบุคคลทั้ง 10 คนที่มีชื่อเชื่อมโยงกับกระบวนการสีเทาเหล่านี้นั้น ไม่ได้สังกัดหรือมีความเกี่ยวข้องกับพรรคประชาชนเพียงพรรคเดียวตามที่มีกระแสข่าวลือพยายามโจมตีในตอนแรก แต่ในความเป็นจริงกลับมีชื่อของบุคคลที่เคยสังกัดหรือเกี่ยวข้องกับ “หลายพรรคการเมือง” ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านปะปนกันอยู่ ซึ่งการออกมาพูดในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงสปิริตทางการเมืองที่หาได้ยากในยุคปัจจุบัน

นายไชยชนกเน้นย้ำว่า การที่เขาต้องออกมาชี้แจงแทนนั่นเป็นเพราะต้องการให้การนำเสนอข่าวสารเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและยุติธรรมต่อทุกฝ่าย การไปตราหน้าว่าพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มมิจฉาชีพโดยไม่มีหลักฐานที่จำแนกรายชื่ออย่างชัดเจนจะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นในระบบพรรคการเมืองโดยรวม พร้อมทั้งยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้อมูลทางคดีที่พนักงานสอบสวนกำลังดำเนินการอยู่นั้น ไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรองหรือบีบคั้นทางการเมืองเพื่อให้เกิดการยุบพรรคหรือสร้างความได้เปรียบในเชิงอำนาจแต่อย่างใด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและพยานหลักฐานที่ปรากฏ หากใครทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิดโดยไม่สนว่าจะเป็นคนของพรรคไหนหรือมีบารมีทางการเมืองมากเพียงใด

นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยยังได้ฝากเตือนไปยังกลุ่มการเมืองต่างๆ ว่าไม่ควรนำประเด็นเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติมาเป็นประเด็นสาดโคลนทางการเมืองเพื่อหวังผลในช่วงใกล้เลือกตั้ง เพราะปัญหาแก๊งสแกมเมอร์คือภัยความมั่นคงที่กัดกินเศรษฐกิจและทำร้ายประชาชนคนไทยในวงกว้าง การที่พรรคการเมืองร่วมมือกันตรวจสอบและคัดกรองบุคลากรของตนเองให้สะอาดสะอ้านคือหน้าที่ที่สำคัญกว่าการจ้องจะทำลายล้างคู่แข่งด้วยข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ท่าทีของนายไชยชนกในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดอุณหภูมิความขัดแย้งระหว่างพรรคสีส้มและพรรคสีน้ำเงิน แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าการเมืองไทยยุคใหม่ควรสู้กันด้วยนโยบายและความจริง มากกว่าการใช้ข่าวลือและคดีความสีเทามาเป็นอาวุธเชือดเฉือนกันเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

บทวิเคราะห์เจาะลึก: 10 ยักษ์อสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2567 – กลยุทธ์สู่ความสำเร็จท่ามกลางพลวัตตลาด

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่อุตสาหกรรมนี้เผชิญอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเต็มไปด้วยพลวัตที่น่าสนใจ การปรับตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่ต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน และการตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ รายงานการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของ 10 ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด สะท้อนให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน และนี่คือสิ่งที่ผมได้วิเคราะห์เจาะลึกถึงเบื้องหลังของตัวเลขเหล่านั้น

ภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ไทย 2567: ความท้าทายที่มาพร้อมโอกาส

ปี 2567 เป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยหลายประการ ทั้งสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงมีความไม่แน่นอน อัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายยังคงสามารถบริหารจัดการผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันไป แต่มีเป้าหมายร่วมกันคือการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน

หนึ่งในกลยุทธ์ที่โดดเด่นและเห็นผลชัดเจนคือ การมุ่งเน้นไปที่ ตลาดลักซ์ชัวรีอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งยังคงมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง การพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และทำเลที่ตั้งอันทรงคุณค่า กลายเป็นจุดขายสำคัญที่ช่วยดึงดูดลูกค้า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่กระจายตัวไปทั่วประเทศ ยิ่งเป็นการเสริมศักยภาพให้กับตลาดลักซ์ชัวรีในพื้นที่ที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง

อีกปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญคือ การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สร้างโอกาสอันมหาศาลให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง ภูเก็ต, พัทยา, เชียงใหม่, และขอนแก่น ที่ยังคงคึกคัก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนและการลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทน

เจาะลึก 10 อันดับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2567

รายงานของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้เปิดเผย 10 อันดับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้สูงสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จของแต่ละราย ดังนี้

แสนสิริ: ด้วยรายได้รวม 39,205 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,253 ล้านบาท แสนสิริยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น แม้กำไรสุทธิจะลดลงเล็กน้อย แต่การเติบโตของรายได้ยังคงเป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การปรับพอร์ตโฟลิโอให้เจาะกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์พรีเมียมและลักซ์ชัวรี รวมถึงการพัฒนาโครงการใน Strategic Locations โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมที่เติบโตต่อเนื่อง ตอกย้ำความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าในตลาดระดับบน

เอพี ไทยแลนด์: ติดอันดับ 2 ด้วยรายได้รวม 37,460 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,020 ล้านบาท แม้รายได้และกำไรจะปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ กลุ่มสินค้าแนวราบ โดยเฉพาะบ้านแฝด ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยว ยังคงเป็นหัวใจหลักที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภค ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าครอบครัวยังคงเป็นจุดแข็งที่สำคัญ

ศุภาลัย: สร้างรายได้รวม 31,985 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 6,190 ล้านบาท โดยมีรายได้และกำไรเติบโตขึ้นเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาโครงการที่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม ในทำเลศักยภาพอย่าง กรุงเทพฯ และปริมณฑล, ภูเก็ต, ชลบุรี, และเชียงใหม่ ทำให้สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างขวาง

แลนด์แอนด์เฮ้าส์: มีรายได้รวม 28,151 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,491 ล้านบาท แม้รายได้และกำไรจะลดลง แต่ยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่น่าจับตา การมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าในระยะยาว ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้แบรนด์ยังคงแข็งแกร่ง

พฤกษา: รายได้รวม 20,996 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 456 ล้านบาท การปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้และกำไรสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อจำกัด บริษัทจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งเป็นภาพสะท้อนความท้าทายของตลาดในบางเซ็กเมนต์

เอสซี แอสเสท: ทำรายได้รวม 20,823 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,706 ล้านบาท แม้รายได้และกำไรจะลดลง แต่การเติบโตของรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการ รวมถึงธุรกิจที่ปรึกษาและการจัดการ แสดงให้เห็นถึงการปรับกลยุทธ์สู่การสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และการกระจายความเสี่ยง ซึ่งเป็นทิศทางที่น่าสนใจ

ออริจิ้น: รายได้รวม 11,985 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,052 ล้านบาท การปรับลดลงของทั้งรายได้และกำไร เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความท้าทายที่บริษัทต้องเผชิญ การปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

แอสเซทไวส์: ก้าวขึ้นมาโดดเด่นด้วยรายได้รวม 9,941 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,457 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตของรายได้และกำไรที่สูงมาก แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ในการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มและการพัฒนาโครงการที่ตรงใจผู้บริโภค

ควอลิตี้เฮ้าส์: รายได้รวม 8,695 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,150 ล้านบาท การปรับลดลงของรายได้และกำไรเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่ยังคงมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะการรักษาฐานลูกค้าเดิมและการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการในระยะยาว

แอล.พี.เอ็น.: ทำรายได้รวม 8,011 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 111 ล้านบาท แม้รายได้จะเติบโตขึ้นเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมาก ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนและสภาวะตลาดที่ส่งผลต่ออัตรากำไร

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย สู่อนาคตที่สดใส

ในมุมมองของผู้คร่ำหวอดในวงการ ผมมองว่ายังมีโอกาสและความหวังสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยมีปัจจัยหลักๆ ที่จะขับเคลื่อนการเติบโต ดังนี้

ตลาดลักซ์ชัวรี่และอสังหาริมทรัพย์ระดับบน: ความต้องการในกลุ่มนี้ยังคงแข็งแกร่ง และดีเวลลอปเปอร์สามารถใช้โอกาสนี้ในการสร้างสรรค์โครงการพิเศษที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง การพัฒนาโครงการในทำเลที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ยิ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าและศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว

การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว: การกลับมาของนักท่องเที่ยวอย่างคึกคัก ส่งผลโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น ภูเก็ต, พัทยา, เชียงใหม่, และขอนแก่น ที่ยังคงมีศักยภาพสูงสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน หรือเพื่อสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า

นวัตกรรมและการปรับตัวของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์: การออกแบบโครงการที่ทันสมัย สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น เทรนด์ Pet Friendly Living ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งในโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม การพัฒนาโครงการ คอนโดมิเนียมในเมือง ที่เข้าถึงการเดินทางสะดวก หรือโครงการใน เมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและพัทยา ที่ตอบโจทย์การลงทุนระยะสั้นและยาว การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาโครงการ การบริหารจัดการอาคาร และการให้บริการหลังการขาย ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างให้กับโครงการ

มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จาก 2.25% เหลือ 2% เป็นข่าวดีที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค อีกทั้ง การพิจารณาผ่อนคลายมาตรการ LTV (Loan to Value) โดยเฉพาะในส่วนของบ้านราคาสูง หากมีการปรับลดเงื่อนไขที่กำหนดให้ผู้ซื้อบ้านราคาสูงกว่า 10 ล้านบาท ต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 30% ให้ผ่อนคลายลง จะส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้รับอานิสงส์อย่างมีนัยสำคัญ

งานมหกรรมอสังหาริมทรัพย์: งานแสดงสินค้าอสังหาริมทรัพย์ เช่น “งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47” ที่คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนกว่า 6,000 ล้านบาท เป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นตลาด โดยเฉพาะกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับกลาง อาคารชุด และทาวน์โฮม สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่ปรับเปลี่ยนไปตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ

มองไปข้างหน้า: ท่ามกลางความท้าทาย สู่โอกาสที่ยั่งยืน

แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะยังคงเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน แต่ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวอย่างชาญฉลาด นำเสนอโครงการที่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ผสานกับกลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงาน จะยังคงสามารถสร้างการเติบโตและรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันได้

ผมเชื่อมั่นว่า อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก ด้วยการปรับตัวอย่างไม่หยุดนิ่ง การมองหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาด และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เหนือกว่า การจับตาดูความเคลื่อนไหวของตลาด และการวางแผนกลยุทธ์ที่รอบคอบ จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

หากท่านเป็นนักลงทุน ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการทำความเข้าใจพลวัตของตลาด และค้นหากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับท่านเพื่อคว้าโอกาสแห่งความสำเร็จในอนาคตอันใกล้นี้

Previous Post

” สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือ น้องไม่ได้มีโอกาสต่อสู้ หรือ ป้องกันตัว น้องนอนอยู่เฉย ๆ อยากให้ประหารชีวิต ถ้ากฎหมายยังอ่อน คนร้ายก็ไม่กลัว เหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดขึ้นซ้ำอีก “

Next Post

กล้าจัดชัดเจน! “พี่เต้ 007” เขย่าวงการสายสยิว ดันนโยบายสื่อโป๊-เซ็กส์ทอยถูกกฎหมาย ลั่นทำได้จริงไม่ใช่แค่ฝัน พร้อมเปลี่ยนส่วยเป็นภาษีบำรุงชาติ

Next Post
กล้าจัดชัดเจน! “พี่เต้ 007” เขย่าวงการสายสยิว ดันนโยบายสื่อโป๊-เซ็กส์ทอยถูกกฎหมาย ลั่นทำได้จริงไม่ใช่แค่ฝัน พร้อมเปลี่ยนส่วยเป็นภาษีบำรุงชาติ

กล้าจัดชัดเจน! "พี่เต้ 007" เขย่าวงการสายสยิว ดันนโยบายสื่อโป๊-เซ็กส์ทอยถูกกฎหมาย ลั่นทำได้จริงไม่ใช่แค่ฝัน พร้อมเปลี่ยนส่วยเป็นภาษีบำรุงชาติ

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.