ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างรุนแรงในสังคมไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา มิตรภาพระหว่าง “เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ” อดีตพระเอกที่ผันตัวเข้าสู่เส้นทางการเมืองในนามพรรคประชาชน และ “น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกหยิบยกมาเป็นตัวอย่างของคำว่ามิตรภาพที่ยั่งยืน ทั้งคู่คบหากันมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการบันเทิงมาด้วยกันมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้คนสังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษคือการที่ทั้งสองคนมี “จุดยืนทางการเมือง” ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ซึ่งบ่อยครั้งความเห็นที่ต่างกันนี้ก็นำไปสู่การโต้เถียงกันผ่านโลกโซเชียลจนแฟนคลับหลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะมาถึงทางตันหรือไม่
ในการเปิดใจครั้งล่าสุด ทั้งเพชรและน็อตได้แสดงให้เห็นว่า แม้อุดมการณ์ในการมองโลกหรือการเมืองจะเดินไปคนละเส้นทาง แต่ในความเป็นเพื่อนนั้นพวกเขายังคงมีความปรารถนาดีต่อกันเสมอ เพชร กรุณพล เคยให้สัมภาษณ์ว่าแม้ตนเองจะยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตยและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาต้องเลิกคบกับเพื่อนที่มีมุมมองต่างออกไป เพราะพื้นฐานของความเป็นเพื่อนคือความเข้าใจในตัวตนของกันและกันมากกว่าเรื่องความคิดเห็นทางการเมือง ขณะที่น็อต วรฤทธิ์ เองก็เคยระบุว่าการถกเถียงกันเรื่องการเมืองเป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากๆ เพราะต่างฝ่ายต่างกล้าที่จะพูดความจริงในมุมของตนเองโดยไม่ต้องประดิษฐ์คำพูด
มิตรภาพกว่าสองทศวรรษของทั้งคู่พิสูจน์ให้เห็นว่า ความเป็นมนุษย์และความผูกพันที่สร้างกันมานานนั้นมีค่ามากกว่าความขัดแย้งทางความคิดที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพยายามจะยัดเยียดให้ พวกเขายังคงไปมาหาสู่ ปรึกษาปัญหาส่วนตัว และร่วมงานกันได้ตามปกติ โดยมีกฎเหล็กที่เข้าใจตรงกันคือ “เถียงกันในเรื่องหลักการได้ แต่ห้ามโกรธกันในเรื่องส่วนตัว” เรื่องราวของเพชรและน็อตจึงเป็นบทเรียนสำคัญให้กับสังคมไทยในยุคปัจจุบันว่า เราสามารถอยู่ร่วมกันได้แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากเราเริ่มที่จะรับฟังด้วยความเข้าใจและรักษาพื้นที่ของความสัมพันธ์ที่มีค่าไว้เหนืออารมณ์ชั่ววูบจากการถกเถียงเรื่องการเมืองที่อาจจะผ่านไปตามกาลเวลา
