• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

บอร์ดเดือด! “ษัษฐรัมย์” แฉแชตหลุดกลุ่มไลน์บอร์ด สปส. ให้กำลังใจกันชื่นมื่น พร้อมจวกรีพอร์ต “สื่อเฮงซวย” หลังถูกขยี้ปมลงทุน TU Dome ทำเงินหายวับ

admin79 by admin79
January 23, 2026
in Uncategorized
0
บอร์ดเดือด! “ษัษฐรัมย์” แฉแชตหลุดกลุ่มไลน์บอร์ด สปส. ให้กำลังใจกันชื่นมื่น พร้อมจวกรีพอร์ต “สื่อเฮงซวย” หลังถูกขยี้ปมลงทุน TU Dome ทำเงินหายวับ

สถานการณ์ความตึงเครียดภายในสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ทะลุขีดจำกัด เมื่อ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนฝ่ายผู้ประกันตน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดเผยถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมภายในกลุ่มไลน์ของคณะกรรมการประกันสังคม หรือ “บอร์ด สปส.” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากการแถลงข่าวชี้แจงกรณีที่กองทุนประกันสังคมได้นำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ “TU Dome” ซึ่งเป็นประเด็นอื้อฉาวว่ามูลค่าหุ้นที่เคยลงทุนไว้กว่า 800 ล้านบาท ปัจจุบันกลับดิ่งเหวเหลือมูลค่าไม่ถึง 100 ล้านบาท หรือหายไปกว่า 90% จนทำให้ผู้ประกันตนทั่วประเทศแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการบริหารจัดการเงินออมของพวกเขา

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ แฉว่าในขณะที่ประชาชนและผู้ประกันตนกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธแค้นและรอคอยความชัดเจนในการตรวจสอบ แต่ภายในกลุ่มไลน์ที่มีคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงอยู่นั้น บรรยากาศกลับเป็นไปอย่าง “ชื่นมื่น” โดยมีการส่งข้อความให้กำลังใจกันเองอย่างคึกคัก นอกจากนี้ยังมีการใช้ถ้อยคำรุนแรงโจมตีสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวนี้ โดยระบุว่าเป็น “สื่อเฮงซวย” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของคนในบอร์ดบางส่วนที่มองว่าการทำหน้าที่ตรวจสอบของสื่อคือการจ้องทำลายชื่อเสียง มากกว่าการยอมรับข้อผิดพลาดและเร่งแก้ไขปัญหาความเสี่ยงของกองทุนที่มีผลประโยชน์ของคนทำงานกว่า 24 ล้านคนเป็นเดิมพัน

การออกมาเปิดโปงครั้งนี้ของนายษัษฐรัมย์ไม่ได้เป็นเพียงการแฉพฤติกรรมในที่ลับเท่านั้น แต่เขายังส่งสารไปยัง “กลุ่มนายจ้าง” และ “ผู้ประกันตน” ทั่วประเทศให้ช่วยกันตรวจสอบที่มาและพฤติกรรมของบอร์ดที่แต่ละฝ่ายเลือกเข้าไปทำหน้าที่แทนตนเอง ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษามูลค่าของกองทุนและผลประโยชน์ส่วนรวมจริงหรือไม่ หรือเพียงแค่เข้าไปเพื่อรักษาสถานะและปกป้องกันเองท่ามกลางความล้มเหลวทางการลงทุน คดี “TU Dome” จึงเปรียบเสมือนยอดภูเขาน้ำแข็งที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบประกันสังคมให้มีความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบจากภายนอกได้อย่างแท้จริง เพื่อป้องกันไม่ให้เงินน้ำพักน้ำแรงของแรงงานต้องมลายหายไปกับการลงทุนที่ไร้ประสิทธิภาพในอนาคต

การผงาดของทุนจีนในอสังหาริมทรัพย์ไทย: โอกาสและความท้าทายสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดมานับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตาเป็นพิเศษ การหลั่งไหลเข้ามาของทุนจีนในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว แต่ทว่า ด้วยปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกที่ผันผวนในปัจจุบัน ได้เร่งกระแสนี้ให้รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะกลุ่มรายกลางถึงรายเล็ก ที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน

แรงขับเคลื่อนจากภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก: สัญญาณที่ชัดเจน

ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กระแสข่าวเกี่ยวกับการหวนคืนสู่ตำแหน่งผู้นำสหรัฐอเมริกาของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก นักลงทุนและภาคธุรกิจต่างประเมินถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการค้าและมาตรการภาษีที่เข้มงวด ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะจีน ต้องมองหาฐานการผลิตและตลาดใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี

ประเทศไทย ซึ่งมีศักยภาพทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบ เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับทุนต่างชาติ ตัวเลขจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สะท้อนให้เห็นภาพที่ชัดเจน ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 มูลค่าคำขอส่งเสริมการลงทุนจากนักลงทุนจีนพุ่งสูงถึง 146,356 ล้านบาท ไม่เพียงเท่านั้น จำนวนนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นส่วนหนึ่งเป็นชาวจีนในประเทศไทย ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 ก็มีจำนวนถึง 29,913 ราย คิดเป็นมูลค่าเงินจดทะเบียนทั้งหมด 409,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 9.82% และแนวโน้มในปี 2568 คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก จากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา

การเข้ามาของนักธุรกิจและนักลงทุนจีนที่เพิ่มมากขึ้น ย่อมส่งผลให้จำนวนชาวจีนที่ได้รับใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยมีจำนวนสูงขึ้นตามไปด้วย จากข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2567 มีชาวจีนที่ได้รับใบอนุญาตทำงานในไทยกว่า 41,752 คน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากที่สุด เมื่อเทียบกับนักลงทุนจากประเทศอื่นๆ แซงหน้าประเทศญี่ปุ่นที่เคยครองอันดับสูงสุดมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ปัจจัยเหล่านี้ทำให้กลุ่มประชากรจีนที่เข้ามาในประเทศไทยด้วยหลากหลายวัตถุประสงค์ กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มกำลังซื้อสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปัจจุบัน

การวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ความคาดหวังในปี 2568

ฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย ได้วิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่จำนวนชาวจีนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในปี 2568 จะมีปริมาณสูงกว่าปี 2567 ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมีความคึกคักมากขึ้น ทั้งในตลาดคอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยแนวราบ ทั้งในส่วนของการเช่าและการซื้อขาย ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เป็นไปในทิศทางที่ดี ประกอบกับผลกระทบจากนโยบายทางการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีต่อการส่งออกสินค้าจากประเทศจีน

แม้ว่าเศรษฐกิจจีนอาจได้รับผลกระทบจากนโยบายของสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยเครือข่ายคู่ค้าที่กว้างขวางทั่วโลก และการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ของภาคธุรกิจในจีนที่ได้เตรียมการมาล่วงหน้า ทำให้คาดการณ์ได้ว่าผลกระทบโดยรวมอาจไม่รุนแรงนัก ธุรกิจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยว การค้า การนำเข้า-ส่งออก หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมาย กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับบริบทใหม่ของโลก ที่ซึ่งการลงทุน การทำธุรกิจ หรือการย้ายถิ่นฐานเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกปิดกั้น

กลยุทธ์การลงทุนครบวงจรของทุนจีน: มิติใหม่ของตลาด

ในทางกลับกัน การเข้ามาของกลุ่มทุนจีนในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังนำมาซึ่งรูปแบบการลงทุนที่ครอบคลุมและครบวงจร นักลงทุนเหล่านี้ไม่ได้มาเพียงแค่เงินทุน แต่มาพร้อมกับการนำพาทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นผู้พัฒนาโครงการ (Developer) ผู้รับเหมา วิศวกร แรงงาน ไปจนถึงเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัย ซึ่งส่งผลให้กระบวนการก่อสร้างมีความรวดเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การนำเข้าวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านจากประเทศจีน ซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่าอย่างมาก ได้กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้สินค้าเหล่านี้สามารถทะลักเข้าสู่ตลาดไทยได้อย่างต่อเนื่อง

ภายใต้กรอบกฎหมายไทย กลุ่มทุนเหล่านี้มักจะจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมายไทย โดยมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยเพื่อให้ถูกต้องตามข้อกำหนด แต่ในทางปฏิบัติ ผู้บริหารสูงสุดมักเป็นชาวจีน ทำให้เกิดประเด็นที่ประเทศไทยอาจเสียเปรียบในเชิงการตัดสินใจและทิศทางการดำเนินธุรกิจ ที่สำคัญคือ กลุ่มทุนจีนเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนชาติเดียวกันเป็นหลัก ซึ่งหมายความว่า ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยอาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในการช่วงชิงลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทำเลที่ตั้งซึ่งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น บริเวณนิคมอุตสาหกรรม โรงงาน หรือเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

มุมมองจากผู้ประกอบการไทย: การปรับตัวคือหัวใจสำคัญ

นายสุนทร สถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด (SE) และในฐานะนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ได้สะท้อนภาพสถานการณ์ในปัจจุบันว่า นอกเหนือจากภาวะชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยและกำลังซื้อที่หายไป การแข่งขันกับทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศจีน ซึ่งเดินทางเข้ามาเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ถือเป็นความท้าทายที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยไม่สามารถมองข้ามได้ สำหรับกลุ่มทุนจีนขนาดใหญ่ พวกเขามักจะเข้ามาในรูปแบบของการเป็นพันธมิตรกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยมากขึ้น

นายสุนทร ย้ำว่า นอกเหนือจากข้อได้เปรียบด้านต้นทุนวัสดุที่ถูกกว่าแล้ว การที่ทุนจีนเข้ามาเป็นผู้พัฒนาโครงการเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลาง และการร่วมมือกับนักลงทุนไทยเพื่อพัฒนาโครงการระดับบนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป โดยนำเข้าวัสดุจากจีน ลงทุนเอง ก่อสร้างเอง และขายเองทั้งหมด ถือเป็นรูปแบบธุรกิจที่น่าจับตา

สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษ คือการนำเข้าเทคโนโลยีการก่อสร้าง วิศวกร แรงงาน และผู้รับเหมาอย่างครบวงจร ซึ่งทำให้รอบการก่อสร้างรวดเร็วขึ้น โครงการต่างๆ จึงสามารถออกสู่ตลาดได้เร็วกว่าเดิม นอกจากนี้ สินค้าจีนที่มีต้นทุนต่ำกว่าของไทยอย่างเห็นได้ชัด อาจสร้างความเสียเปรียบให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ SMEs ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัว โดยการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน จริยธรรมทางธุรกิจที่ถูกต้อง การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนได้ การพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสมาร์ทโฮมที่ใช้เทคโนโลยีของไทยเอง

แนวทางการรับมือในระยะยาวและโอกาสที่ซ่อนอยู่

ในระยะยาว หากทุนจีนยังคงรุกคืบเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างต่อเนื่อง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แม้ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทยอาจจะไม่น่าห่วงมากนัก แต่กลุ่มรายกลางและรายเล็ก จำเป็นต้องสร้างแบรนด์ของตนเองให้แข็งแกร่ง และมุ่งเน้นการพัฒนาที่เข้มข้น โดยเฉพาะในด้านความรวดเร็วในการก่อสร้าง ซึ่งเป็นจุดแข็งของฝั่งจีน

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม ประเทศไทยยังคงมีข้อได้เปรียบในหลายด้าน ทั้งในเรื่องของคุณภาพ การบริการ และการสร้างแบรนด์ดิ้ง ซึ่งสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคได้ แม้กระทั่งผู้บริโภคชาวจีนเอง ก็ยังคงนิยมซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย ด้วยปัจจัยด้านคุณภาพและทำเลที่ตั้ง เหนือสิ่งอื่นใด ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) และเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน ภาคอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบจากการอ่อนตัวของกำลังซื้อภายในประเทศ

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้กล่าวเสริมว่า การหวนคืนสู่อำนาจของโดนัลด์ ทรัมป์ ในสหรัฐอเมริกา เป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้ทุนจีนไหลบ่าเข้าสู่ประเทศไทย ไม่เพียงแต่เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี แต่กลุ่มทุนเหล่านี้ยังเล็งเห็นโอกาสในการเข้าซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์

ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการและรัฐบาลไทยต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดมาตรการรับมือที่รัดกุม เราเริ่มเห็นโรงงานจีนที่เข้ามาดำเนินกิจการอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายปรากฏมากขึ้น ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเร่งตรวจสอบและสั่งปิดไปหลายแห่ง รวมถึงโรงงานที่เข้ามาทำการค้าโดยใช้ความได้เปรียบด้านต้นทุนอย่างเหล็กเส้นและวัสดุก่อสร้าง แนวโน้มเช่นนี้มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นมากขึ้นในอนาคต ซึ่งหากไม่มีมาตรการรองรับที่ดี ประเทศไทยอาจตกอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบ

การสร้างความแตกต่างและการคว้าโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องกล้าที่จะแตกต่าง สร้างสรรค์ และปรับตัวอย่างไม่หยุดนิ่ง การมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และคุณค่าระยะยาว จะเป็นอาวุธสำคัญในการแข่งขัน

การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ยั่งยืน การออกแบบที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม หรือการนำเสนอเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมาก

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย การทำความเข้าใจถึงพลวัตของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การประเมินความเสี่ยงและโอกาสอย่างรอบด้าน รวมถึงการเลือกสรรพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ จะเป็นกุญแจสำคัญในการประสบความสำเร็จ

หากคุณคือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยที่กำลังเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ หรือนักลงทุนที่สนใจในศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการให้คำปรึกษาและร่วมสร้างสรรค์กลยุทธ์ที่เหมาะสม เพื่อให้คุณก้าวข้ามผ่านอุปสรรคและคว้าโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดที่มีการแข่งขันสูงนี้

Previous Post

โป๊ะแตกคาด่าน! รวบกระบะป้ายแดงสอดไส้ เห็นเลขไมล์ถึงกับผงะ เผยจุดพิรุธที่คนร้ายพลาดอย่างแรงจนตำรวจรู้ทัน

Next Post

ล่าระทึกชายแดน! ออกหมายจับ “บัว” แม่บ้านแสบฆ่าโหดนายจ้างก่อนกวาดทรัพย์หนีซุกตะเข็บฝั่งลาว ตำรวจส่งชุดหนุมานปูพรมไล่ล่าตัว

Next Post
ล่าระทึกชายแดน! ออกหมายจับ “บัว” แม่บ้านแสบฆ่าโหดนายจ้างก่อนกวาดทรัพย์หนีซุกตะเข็บฝั่งลาว ตำรวจส่งชุดหนุมานปูพรมไล่ล่าตัว

ล่าระทึกชายแดน! ออกหมายจับ “บัว” แม่บ้านแสบฆ่าโหดนายจ้างก่อนกวาดทรัพย์หนีซุกตะเข็บฝั่งลาว ตำรวจส่งชุดหนุมานปูพรมไล่ล่าตัว

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.