• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

ล่าระทึกชายแดน! ออกหมายจับ “บัว” แม่บ้านแสบฆ่าโหดนายจ้างก่อนกวาดทรัพย์หนีซุกตะเข็บฝั่งลาว ตำรวจส่งชุดหนุมานปูพรมไล่ล่าตัว

admin79 by admin79
January 23, 2026
in Uncategorized
0
ล่าระทึกชายแดน! ออกหมายจับ “บัว” แม่บ้านแสบฆ่าโหดนายจ้างก่อนกวาดทรัพย์หนีซุกตะเข็บฝั่งลาว ตำรวจส่งชุดหนุมานปูพรมไล่ล่าตัว

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญกรณีคนร้ายบุกสังหารโหดนายจ้างคาบ้านพักหรู ก่อนจะขโมยทรัพย์สินมีค่าและรถยนต์หลบหนีไปอย่างลอยนวล ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัดและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติออกหมายจับ “นางบัว” (นามสมมติ) หญิงสาวสัญชาติลาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นแม่บ้านในบ้านที่เกิดเหตุ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยหลักฐานสำคัญที่มัดตัวคือภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพนาทีนางบัวหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระออกจากบ้านหลังเกิดเหตุไม่นาน รวมถึงร่องรอยลายนิ้วมือแฝงในจุดเกิดเหตุที่ตรงกับประวัติการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวของเจ้าตัวอย่างชัดเจน

จากการสืบสวนเชิงลึกของชุดคลี่คลายคดีพบว่า หลังจากก่อเหตุนางบัวได้ใช้เส้นทางธรรมชาติหลบหนีมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ตะเข็บชายแดนรอยต่อระหว่างไทยและสปป.ลาว โดยมีรายงานว่าพบความเคลื่อนไหวล่าสุดของเธอในพื้นที่จังหวัดทางภาคอีสานที่ติดกับแม่น้ำโขง คาดว่าพยายามจะหาช่องทางข้ามฝั่งกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไทย ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจึงได้ประสานงานไปยังตำรวจตระเวนชายแดนและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและจุดข้ามแดนอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งจัดส่งชุดปฏิบัติการพิเศษปูพรมค้นหาตามแหล่งกบดานที่คาดว่าจะมีผู้ให้การช่วยเหลือในการหลบหนี

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานไปยังทางการลาวผ่านช่องทางความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้ช่วยติดตามตัวและตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในฝั่งลาวที่คาดว่านางบัวจะไปกบดานอยู่กับเครือญาติ แรงจูงใจในการก่อเหตุเบื้องต้นตำรวจมุ่งเป้าไปที่เรื่องความขัดแย้งส่วนตัวและการหวังในทรัพย์สินเนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลมีฐานะและมักเก็บทรัพย์สินมีค่าไว้ในบ้านบ่อยครั้ง คดีนี้เป็นที่สนใจของสังคมอย่างมากเนื่องจากเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมและทรยศต่อความไว้วางใจของนายจ้าง เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะต้องนำตัวผู้ต้องหารายนี้กลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด แม้จะหนีข้ามพรมแดนไปแล้วก็ตาม

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2569: ปรับฐานสู่สมดุล ท่ามกลางโอกาสใหม่จากนโยบายรัฐและเทรนด์ยั่งยืน

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดนี้มาแล้วหลายครั้ง และวันนี้ ผมขอพาทุกท่านเจาะลึกถึงแนวโน้ม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2569 ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการปรับฐานเพื่อฟื้นฟู โดยมีปัจจัยบวกจากนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เป็นแรงหนุนสำคัญ แม้ว่าภาพรวมยังคงเผชิญกับความท้าทาย แต่สัญญาณของการกลับมาอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ปี 2568: การปรับฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการปรับฐานอย่างแท้จริงของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยประเมินว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศจะอยู่ที่ราว 300,000 หน่วย ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี และยังคงต่ำกว่าระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เคยทำได้ราว 400,000 หน่วยต่อปี ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงกำลังซื้อที่ยังอ่อนแรง และอุปทานคงค้างในระบบที่ยังมีปริมาณสูง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับหรูและคอนโดมิเนียม

สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนคือ การเปิดตัวโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าตลอดทั้งปี 2568 จะมีจำนวนหน่วยเปิดขายเพียงประมาณ 41,160 หน่วย ลดลงกว่า 33% หรือประมาณ 20,000 หน่วยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงจาก 4.18 แสนล้านบาท เหลือเพียง 2.4 แสนล้านบาท โดยกลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบได้รับผลกระทบหนักที่สุด สังเกตได้จากตัวเลขการเปิดโครงการใหม่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี ซึ่งบ้านเดี่ยวลดลง 46% บ้านแฝดลดลง 45% และทาวน์เฮาส์ลดลง 36% ขณะที่คอนโดมิเนียมได้รับผลกระทบน้อยกว่า โดยลดลง 11%

สำหรับยอดขายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็พบสัญญาณการลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 46,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 2.6 แสนล้านบาท ลดลง 21% หรือประมาณ 12,000 หน่วย เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งมียอดขายสูงถึง 58,258 หน่วย ตัวเลขนี้ส่งผลโดยตรงต่อแนวโน้มการเปิดโครงการใหม่ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะค่อยๆ ลดลงตามกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

สิ่งที่น่ากังวลคือ ตลาดคอนโดมิเนียม ที่มียอดขายหดตัวมากที่สุดในปี 2568 ถึง 28% รองลงมาคือกลุ่มบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดที่ลดลง 15% ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำถึงผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อรายได้และกำลังซื้อของผู้บริโภคในวงกว้าง นอกจากนี้ การที่ผู้ประกอบการหลายรายปรับเปลี่ยนสัดส่วนการพัฒนาโครงการไปเน้นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดมากขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะ บ้านเหลือขาย ในตลาดเพิ่มสูงขึ้นตามมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านเดี่ยว แม้จะมียอดขายลดลงเพียง 13% ในปี 2568 แต่จำนวนยูนิตที่เหลือขายกลับมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับที่อยู่อาศัยประเภทอื่นที่เริ่มเห็นการปรับลดลงของสต็อก คาดว่าสิ้นปี 2568 จะมีบ้านเดี่ยวเหลือขายสูงถึง 53,000 ยูนิต โดยเฉพาะกลุ่มราคา 25-50 ล้านบาท ที่มีจำนวนยูนิตเหลือขายรวมถึง 3,000 หน่วย ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะอาจกลายเป็นความเสี่ยงของตลาดในระยะต่อไป หากการดูดซับยังคงชะลอตัว

ปี 2569: แนวโน้มการฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพท่ามกลางโอกาสใหม่

ก้าวสู่ปี 2569 แม้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ จะยังคงชะลอตัว แต่ในอัตราที่ลดลง คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 6% โดยได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ที่จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ

ปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนตลาดในปี 2569 ได้แก่:

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่: การออกมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้ง จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่: โครงการลงทุนภาครัฐ เช่น เส้นทางรถไฟฟ้าส่วนขยาย การลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า และการพัฒนาศูนย์ราชการแห่งใหม่ จะส่งผลต่อการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่รอบนอก และเพิ่มมูลค่าให้กับทำเลที่ตั้ง
การลงทุนภาคเอกชน: โครงการพัฒนาต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะช่วยกระตุ้นการจ้างงานและเศรษฐกิจในภาพรวม

ภายใต้สภาวะตลาดที่ผู้ประกอบการมีความระมัดระวังมากขึ้น รูปแบบการพัฒนาโครงการจะเปลี่ยนไปสู่ขนาดเล็กลง เน้นการเจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะ และให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า เพื่อบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับระดับกำลังซื้อ แนวโน้มนี้จะช่วยให้ตลาดปรับเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น โดยคาดว่าจำนวน บ้านเหลือขาย ทั่วประเทศในปี 2569 จะลดลงเหลือประมาณ 207,998 หน่วย หรือลดลงราว 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน

แม้ภาพรวมยังคงท้าทาย แต่หลายทำเลยังมีโอกาสเติบโตได้ดี โดยเฉพาะ:

พื้นที่ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายใหม่: เช่น สายสีม่วงใต้ สีชมพู และสีส้ม ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงและความสะดวกสบายในการเดินทาง
โซนที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ: เช่น รัชดาฯ, ลาดพร้าว, สุขุมวิท, บางนา รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์ ที่มียอดขายที่ดี
ทำเลที่มีปัจจัยสนับสนุน: เช่น โรงเรียนนานาชาติ, อาคารสำนักงาน, โรงพยาบาล, ห้างสรรพสินค้าที่เปิดใหม่ หรือกำลังปรับปรุง ส่งผลให้ธุรกิจโดยรอบเติบโตและสร้างยอดขายที่แตกต่าง

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะ กลุ่มทาวน์เฮาส์ ในระดับราคา 2-3 ล้านบาท และ 3-5 ล้านบาท ซึ่งยังมีจำนวนยูนิตเหลือขายค่อนข้างสูงถึง 115,000 หน่วย หรือคิดเป็น 57% ของยูนิตเหลือขายทั้งหมด กระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ เช่น รังสิต-นครนายก, กรุงเทพ-ปทุมธานี, ลำลูกกา, คู้บอน-วงแหวน, บางนาตอนปลาย, บางบ่อ, ประชาอุทิศ, แสมดำ, เพชรเกษม และบางบัวทอง ผู้ประกอบการในโซนเหล่านี้จำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เนื่องจากอาจเกิดภาวะ สงครามราคา และการแข่งขันที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ บ้านเดี่ยวราคาสูง ในช่วง 25-50 ล้านบาท ยังคงเป็นเซกเมนต์ที่ต้องจับตา เนื่องจากมีจำนวนยูนิตเหลือขายเพิ่มขึ้นมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 3,000 หน่วย ซึ่งต้องใช้เวลาในการระบายค่อนข้างนานถึง 5-6 ปี ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2569 ผลกระทบจากภาคส่งออกและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาจส่งผลต่อผู้ประกอบการในโซนอุตสาหกรรม และส่งผลกระทบต่อยอดขายบ้านราคาสูงด้วย

ตลาดอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติ: ยังมีช่องว่างให้เติบโต

เมื่อพิจารณา ตลาดคอนโดมิเนียมสำหรับชาวต่างชาติ พบว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 14,638 หน่วย และคาดว่าปี 2568 จะลดลงเล็กน้อยเหลือประมาณ 550 หน่วย หรือลดลง 4% ปัจจัยนี้มีส่วนทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมในหลายพื้นที่ชะลอตัว

จังหวัดที่มียอดโอนลดลงมากที่สุด ได้แก่ ชลบุรี (-15%), เชียงใหม่ (-28%), และสมุทรปราการ (-34%) ในทางกลับกัน กรุงเทพฯ ยังคงแสดงการเติบโต โดยยอดโอนเพิ่มขึ้น 9%, ประจวบคีรีขันธ์ เพิ่มขึ้น 66%, และสุราษฎร์ธานี เพิ่มขึ้นถึง 220% ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ยังคงมีอยู่ แต่ศักยภาพของแต่ละพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องปรับแผนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก

ภูเก็ต ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยยอดโอนในปี 2568 เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 และ 2570 จากกลุ่มชาวต่างชาติที่นิยมซื้อคอนโดในลักษณะสัญญาเช่าระยะยาว (Leasehold) ซึ่งมียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หลังปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 800-1,000 หน่วยต่อปี ประกอบกับการขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างความต้องการที่อยู่อาศัยระยะยาวสำหรับครอบครัว ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคจากความต้องการระยะสั้น มาเป็นการมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง

ภาพรวมการให้สินเชื่อโครงการ: การปรับตัวเพื่อความยั่งยืน

สำหรับ สินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2568 ภาพรวมการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 12,000 ล้านบาท ลดลงประมาณ 20% จาก 15,000 ล้านบาทในปี 2567 การชะลอตัวนี้สอดคล้องกับภาวะตลาด และสะท้อนพฤติกรรมของผู้ประกอบการที่ระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อโครงการใหม่ส่วนใหญ่เป็นการให้วงเงินเพื่อซื้อที่ดินหรือการเริ่มพัฒนาโครงการใหม่ ในสภาวะที่ตลาดมีสต็อกคงเหลือจำนวนมาก ผู้ประกอบการจึงเลือกที่จะชะลอการซื้อที่ดินและเลื่อนการเปิดโครงการ เพื่อบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับภาวะ ดีมานด์จริง

ทิศทางสินเชื่อปี 2569: การเติบโตอย่างระมัดระวัง ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับทำเลและดีมานด์เฉพาะ

สำหรับปี 2569 ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ยังคงดำเนินนโยบายสินเชื่อที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ไม่เร่งปล่อยสินเชื่อสวนทางตลาด โดยตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ไว้ที่ 12,000 ล้านบาท เช่นเดียวกับปี 2568

เรายังคงให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มเดิม ทั้งกลุ่มบริษัทมหาชน (บมจ.) และกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มีความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ธนาคารมีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า โดยมีทีม Relationship Manager (RM) คอยให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับข้อมูลตลาดเชิงลึกที่ธนาคารมี

สำหรับแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการ สิ่งสำคัญที่สุดในสภาวะการณ์นี้ คือ การคัดเลือกทำเล และ การออกแบบรูปแบบสินค้า ให้เชื่อมโยงกับกลุ่มดีมานด์เฉพาะ เช่น โครงการที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งงาน, โรงเรียน, หรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ หากโครงการไม่สามารถหาทำเลที่มีศักยภาพดังกล่าวได้ ผู้ประกอบการควรพิจารณา ลดขนาดโครงการ เพื่อควบคุมความเสี่ยงในการลงทุน

นอกจากนี้ แนวโน้มการพัฒนาโครงการคาร์บอนต่ำ จะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ประกอบการเริ่มปรับตัวสู่มาตรฐาน Green & Sustainable Living โดยมีการเลือกใช้วัสดุคาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยคาร์บอนตลอดวงจรของการก่อสร้างจนถึงการอยู่อาศัย เน้นการออกแบบเพื่อประหยัดพลังงาน เช่น ระบบ Passive Design, การติดตั้ง Solar Roof, ระบบหมุนเวียนอากาศภายในอาคาร ไปจนถึงเทคโนโลยี Smart Living ที่ใช้เทคโนโลยี IoT ในการบริหารพลังงานอัตโนมัติ เพื่อลดการสิ้นเปลืองไฟฟ้าและน้ำ รวมถึงนวัตกรรมการอยู่อาศัยเพื่อสุขอนามัยที่ดี ซึ่งเป็นทิศทางใหม่ที่ตอบโจทย์กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนสำคัญของการสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดอนาคต

มองไปข้างหน้า: โอกาสในการปรับตัวและเติบโต

ปี 2569 จึงเป็นปีที่ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เน้นการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของ ดีมานด์จริง และให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มจากปัจจัยภายนอก เช่น โครงสร้างพื้นฐานและเทรนด์ความยั่งยืน จะเป็นผู้ที่สามารถคว้าโอกาสและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

หากท่านคือผู้ประกอบการที่กำลังมองหาแนวทางการลงทุนที่เหมาะสม หรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับ สินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างมีทิศทาง ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อธุรกิจของธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) พร้อมเสมอที่จะรับฟังและนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของท่าน อย่ารอช้าที่จะก้าวสู่โอกาสใหม่ไปพร้อมกับเรา.

Previous Post

บอร์ดเดือด! “ษัษฐรัมย์” แฉแชตหลุดกลุ่มไลน์บอร์ด สปส. ให้กำลังใจกันชื่นมื่น พร้อมจวกรีพอร์ต “สื่อเฮงซวย” หลังถูกขยี้ปมลงทุน TU Dome ทำเงินหายวับ

Next Post

หมดสภาพตำนาน! รวบ “อดีตนักมวยแชมป์โลก” เมาคลั่งอาละวาดทุบรถชาวบ้านพังยับ ชาวเน็ตสุดเอือมโดนจับซ้ำซากเป็นครั้งที่ 4 ลั่นอย่าให้มีครั้งที่ 5!

Next Post
หมดสภาพตำนาน! รวบ “อดีตนักมวยแชมป์โลก” เมาคลั่งอาละวาดทุบรถชาวบ้านพังยับ ชาวเน็ตสุดเอือมโดนจับซ้ำซากเป็นครั้งที่ 4 ลั่นอย่าให้มีครั้งที่ 5!

หมดสภาพตำนาน! รวบ "อดีตนักมวยแชมป์โลก" เมาคลั่งอาละวาดทุบรถชาวบ้านพังยับ ชาวเน็ตสุดเอือมโดนจับซ้ำซากเป็นครั้งที่ 4 ลั่นอย่าให้มีครั้งที่ 5!

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.