เรื่องราวสุดสะเทือนใจที่กำลังเป็นไวรัลบีบคั้นน้ำตาคนทั่วโลกเกิดขึ้นที่ประเทศจีน เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งที่กำลังเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่หลังถูกวินิจฉัยว่าเป็น “มะเร็งกระดูก” ระยะลุกลาม ซึ่งนอกจากเธอจะต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดทางร่างกายแล้ว เธอยังต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทางจิตใจที่แสนสาหัสยิ่งกว่า เมื่อครอบครัวที่ควรจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายกลับตัดสินใจหันหลังให้เธอในยามที่เธอต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด โดยเฉพาะแม่แท้ๆ ของเธอที่เอ่ยปากออกมาอย่างเลือดเย็นว่าเธอคือ “ภาระ” ของบ้านที่ทำให้ทุกคนต้องลำบากและสูญเสียเงินทองไปกับการรักษาที่ดูเหมือนจะไร้ความหวัง
ท่ามกลางความอ้างว้างในโรงพยาบาล หญิงสาวรายนี้ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตเพียงลำพัง คือการเซ็นยินยอมให้แพทย์ “ตัดขา” เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้และป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่น ภาพของเธอบนเตียงคนไข้ที่มีเพียงร่างกายซูบผอมและขาที่หายไปหนึ่งข้างถูกแชร์ออกไปในสื่อสังคมออนไลน์ของจีน (Weibo) สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก หลายคนตั้งคำถามถึงสถาบันครอบครัวและคุณธรรมของผู้เป็นแม่ที่สามารถทอดทิ้งลูกในไส้ได้อย่างลงคอเพียงเพราะปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายและความเหนื่อยยากในการดูแลรักษา
อย่างไรก็ตาม พลังของโลกออนไลน์ก็ได้ทำหน้าที่เป็นประดุจครอบครัวใหม่ให้กับเธอ เมื่อมีชาวเน็ตจำนวนมากร่วมกันบริจาคเงินและส่งข้อความให้กำลังใจเพื่อให้เธอมีแรงสู้ต่อไป รวมถึงมีการวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของครอบครัวเธออย่างเผ็ดร้อน หญิงสาวระบุว่าแม้เธอจะเสียเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เธอก็เลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อตัวเองและเพื่อพิสูจน์ว่าเธอมิได้เป็นภาระของใครอย่างที่ถูกกล่าวหา คดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวของอาการป่วย แต่เป็นบทสะท้อนความจริงอันโหดร้ายของสังคมในบางแง่มุมที่ค่าของเงินถูกนำมาตีราคาเหนือกว่าคุณค่าของความเป็นมนุษย์และความผูกพันระหว่างแม่ลูก
การคาดการณ์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2569: เจาะลึกโอกาสใหม่และปัจจัยท้าทาย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 10 ปี ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดมานับครั้งไม่ถ้วน แต่สำหรับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงเวลานี้และแนวโน้มสู่ปี 2569 นั้น มีความพิเศษและน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง จากข้อมูลเชิงลึกและประสบการณ์ตรง ผมขอนำเสนอภาพรวมที่ครอบคลุมและเจาะลึกถึงแก่น เพื่อให้ผู้ที่สนใจใน อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ หรือ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2568: สัญญาณชะลอตัวที่ต้องทำความเข้าใจ
ปี 2568 เป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยโดยรวมแสดงสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในภาคส่วนของที่อยู่อาศัย แม้ว่า “ที่ดินเปล่า” หรือ “บ้านราคาถูก” อาจยังคงมีความต้องการอยู่บ้าง แต่ภาพรวมการซื้อขายโดยรวมกลับอ่อนแรงลง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากปัจจัยมหภาคหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
เจาะลึกแต่ละเซกเมนต์: คอนโดมิเนียม, ทาวน์เฮาส์, และบ้านเดี่ยว/บ้านแฝด
ตลาดคอนโดมิเนียม: การแบ่งขั้วของความต้องการ
ตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2568 แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่อ่อนแรงลงในเกือบทุกกลุ่ม ยกเว้นเพียงกลุ่ม คอนโด Mass-Premium และ คอนโด Luxury ที่ยังคงทรงตัวและเติบโตได้เล็กน้อย ปัจจัยสำคัญคือฐานลูกค้าในกลุ่มนี้มีกำลังซื้อที่มั่นคงและไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเท่ากลุ่มอื่น ส่งผลให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายหันมาให้ความสำคัญกับการเปิดตัวโครงการใหม่ในระดับบนมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดระดับล่างที่เผชิญภาวะชะลอตัวรุนแรง
เมื่อพิจารณาแยกตามทำเล:
คอนโดใน CBD (Central Business District): แม้ว่าราคาคอนโดในย่านศูนย์กลางธุรกิจจะสูงกว่าพื้นที่อื่น แต่กลับพบว่ามีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า กลุ่มราคาที่ขายดีที่สุดคือกลุ่ม Mass ที่มีราคาไม่เกิน 150,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งสะท้อนว่า แม้ทำเลทองจะมีราคาสูง แต่ก็ยังมีช่องว่างสำหรับผู้ที่มองหา คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ในราคาที่ “เข้าถึงได้”
คอนโดในโซน Urban: การเปิดตัวโครงการใหม่ในโซนเมืองรอบนอก (Urban) นั้น “ต่ำมาก” เป็นปีที่ผู้พัฒนาส่วนใหญ่เน้นการระบายสต็อกยูนิตคงเหลือ ซึ่งมีจำนวนประมาณ 11,700 ยูนิต โดยมียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 9.3 ยูนิตต่อเดือน ความต้องการหลักมาจากกลุ่ม Eco-Mass ที่มียอดขายเฉลี่ยสูงถึง 12 ยูนิตต่อเดือน แสดงให้เห็นว่าตลาดคอนโดระดับเริ่มต้นในทำเลที่เดินทางสะดวกยังคงมีศักยภาพ
ทำเลคอนโดฯ ที่น่าจับตามอง: ยอดขายที่ดีในปีนี้กระจุกตัวอยู่รอบโซนใกล้ระบบขนส่งมวลชน (รถไฟฟ้า) และสถาบันการศึกษา ทำเลอย่าง จตุจักร-ประชาชื่น และ รัชดา-ห้วยขวาง แม้จะมีราคาเฉลี่ยที่สูง แต่ยอดขายกลับใกล้เคียงกับพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าโครงการที่ประสบความสำเร็จมักเป็นโครงการราคา “เข้าถึงได้” ในทำเลนั้นๆ
ตลาดทาวน์เฮาส์: แรงกดดันจากต้นทุนและภาระหนี้
ตลาดทาวน์เฮาส์มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม Economy-Mass ที่กำลังซื้อถูกกดดันอย่างหนักจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และภาระหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการเปิดตัวโครงการใหม่และการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ทำให้ยอดขายลดลง
ในทางตรงกันข้าม กลุ่ม Luxury ซึ่งมีขนาดตลาดเล็กและมีความต้องการที่ค่อนข้างคงที่ ยังคงรักษาระดับยอดขายได้ค่อนข้างนิ่ง แม้จะอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนก็ตาม
ทำเลทาวน์เฮาส์ที่โดดเด่น:
เพชรเกษม-บางแค-พุทธมณฑล: ทำเลนี้มียอดขายและราคาขายเฉลี่ยสูงสุดอย่างชัดเจน สะท้อนถึงดีมานด์และกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง
โซนชานเมือง: ปทุมธานี, สมุทรปราการ, และลาดกระบัง มียอดขายใกล้เคียงกัน ได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อ ทาวน์เฮาส์ชานเมือง
ตลาดบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด: การลงทุนที่รอบคอบและความต้องการที่แตกต่าง
จำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่ของบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดลดลงในทุกระดับราคา ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคมีความเปราะบางอย่างเห็นได้ชัด
กลุ่ม High-End และ Luxury: แม้ว่ากลุ่มนี้จะมียอดขายที่ค่อนข้างทรงตัว ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อระดับบนที่ยังมีเสถียรภาพ แต่ผู้พัฒนายังคงเลือกเปิดตัวเฉพาะโครงการที่ตนเองมั่นใจในดีมานด์จริง หรือมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่แข็งแกร่ง
เมื่อพิจารณาตามทำเล:
บ้านเดี่ยวใน CBD: เหลือยูนิตขายเพียง 46 ยูนิต และมียอดขายเฉลี่ยเพียง 0.3 ยูนิตต่อเดือน ถือเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการปิดการขายยาวนาน
บ้านเดี่ยวในโซน Urban: มีการเปิดตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท เป็นเซกเมนต์ที่ขายดีที่สุด และมีซัพพลายเหลือขายน้อย ในขณะที่บ้านราคา 50-100 ล้านบาท แทบไม่มียอดขายขยับ ซึ่งเป็นราคาที่ต้องใช้เวลาปิดการขายนานเช่นกัน
บ้านเดี่ยวในโซนปริมณฑล: เมืองปทุมธานี, บางใหญ่, บางบัวทอง, และสมุทรปราการ มีการเติบโตที่โดดเด่นในตลาด บ้านราคาจับต้องได้
บ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ: ทำเลเพชรเกษม-บางแค-พุทธมณฑล และวัชรพล-สายไหม โดดเด่นในกลุ่ม บ้านมูลค่าสูง
แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ 2569: โอกาสใหม่ท่ามกลางความท้าทาย
สำหรับ การคาดการณ์อสังหาริมทรัพย์ 2569 นั้น ผมมองว่า ตลาดจะยังคงเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ แต่ก็จะมีโอกาสใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจแนวโน้มและปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569:
อัตราดอกเบี้ย: ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อกำลังซื้อ การลดลงของอัตราดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่หากยังคงอยู่ในระดับสูง จะเป็นแรงกดดันต่อเนื่อง
ภาวะเศรษฐกิจมหภาค: การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุน จะส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกำลังซื้อ
หนี้ครัวเรือน: ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง (ประมาณ 86% ของ GDP) เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลต่อความสามารถในการกู้ยืมและการผ่อนชำระของผู้ซื้อ
มาตรการภาครัฐ: นโยบายส่งเสริมภาคอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษี หรือการสนับสนุนสินเชื่อ จะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นตลาด
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร: สังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น และรูปแบบครอบครัวที่เปลี่ยนไป จะส่งผลต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในระยะยาว
ผลประกอบการบริษัทอสังหาริมทรัพย์: ตัวสะท้อนสถานการณ์ตลาด
ผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์สะท้อนภาพรวมของตลาดได้อย่างชัดเจน ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 พบว่า
รายได้รวม ของ 35 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 222,879 ล้านบาทในปี 2567 เหลือประมาณ 191,854 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 16%
อัตรากำไรสุทธิ ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากค่าเฉลี่ยเดิม เหลือเพียง 7.5% โดยตัวเลขกำไรลดลงถึง 30% จาก 20,794 ล้านบาท เหลือ 14,304 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันที่หนักหน่วงที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เผชิญ ทั้งจากต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น และกำลังซื้อที่อ่อนตัวลง
โอกาสใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ 2569: การปรับตัวคือหัวใจสำคัญ
แม้จะมีความท้าทาย แต่ปี 2569 ก็ยังมีโอกาสใหม่ๆ สำหรับผู้ที่เข้าใจตลาดอย่างถ่องแท้
การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม: แทนที่จะเน้นตลาด Mass ทั่วไป การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น บ้านสำหรับผู้สูงอายุ, คอนโดสำหรับนักลงทุน, หรือ ที่พักอาศัยสำหรับคนรุ่นใหม่ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย
ทำเลศักยภาพใหม่: มองหาทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต จากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน หรือการย้ายถิ่นฐานของผู้คน
เทคโนโลยีและนวัตกรรม: การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการออกแบบ การก่อสร้าง และการตลาด เช่น การใช้ PropTech หรือการพัฒนา บ้านอัจฉริยะ (Smart Home) จะช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับโครงการ
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์: สำหรับนักลงทุน การมองหา อสังหาริมทรัพย์ปล่อยเช่า หรือ อสังหาริมทรัพย์ราคาดี ในทำเลที่มีแนวโน้มเติบโต อาจเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
การร่วมทุนและการควบรวมกิจการ: ในภาวะตลาดที่ท้าทาย การร่วมทุนระหว่างผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือการควบรวมกิจการ อาจเป็นทางออกในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและลดความเสี่ยง
บทสรุปและคำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังมองหา “บ้านในฝัน” หรือ “การลงทุนที่ใช่”
ในปี 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะยังคงเป็นสมรภูมิที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง การชะลอตัวในปี 2568 เป็นเพียงสัญญาณเตือนให้เราต้องปรับตัว และมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่ซ่อนอยู่
สำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหา ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ หรือ อสังหาริมทรัพย์ชานเมือง ผมแนะนำให้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน เปรียบเทียบราคา ทำเล และปัจจัยต่างๆ ให้ดี การซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ อย่ารีบร้อน แต่ให้ใช้โอกาสนี้ในการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
สำหรับนักลงทุน การวิเคราะห์แนวโน้มตลาดอย่างต่อเนื่อง และการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
หากคุณกำลังมองหา บ้านใหม่ หรือ คอนโดสวย ที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณของคุณ หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ผมขอเชิญชวนให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ของเรา เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกและการวางแผนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกโอกาสสำคัญใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ 2569 นี้

