• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

คัมแบ็กอย่างเป็นทางการ! “พิธา” คืนสนามปราศรัยแรก ปลุกพลังส้มบุกทำเนียบฯ ชูยุทธศาสตร์ “ชัยชนะ 3 ชั้น” มั่นใจส่ง “เท้ง ณัฐพงษ์” นั่งเก้าอี้นายกฯ คนที่ 31!

admin79 by admin79
January 26, 2026
in Uncategorized
0

บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักถึงขีดสุดเมื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ปรากฏตัวบนเวทีปราศรัยเป็นครั้งแรกในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน เพื่อช่วยรณรงค์หาเสียงในการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้องจากมวลชนเสื้อส้มที่มารอต้อนรับอย่างล้นหลาม นายพิธาเริ่มต้นด้วยการย้ำว่าภารกิจสำคัญที่สุดในรอบนี้คือการรวมพลังประชาชนส่ง “เท้ง” นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลในฐานะนายกรัฐมนตรี เพื่อสานต่อเจตนารมณ์และความฝันของคนไทยที่ถูกสกัดกั้นมาโดยตลอด โดยเขามั่นใจว่าพรรคประชาชนมีความพร้อมมากกว่าครั้งไหนๆ ทั้งในแง่ของนโยบายและบุคลากรที่พร้อมทำงานทันทีตั้งแต่วันแรกที่ได้รับโอกาส

ไฮไลท์สำคัญของการปราศรัยครั้งนี้คือนายพิธาได้นำเสนอยุทธศาสตร์สู่ความสำเร็จที่เรียกว่า “ยุทธศาสตร์ชัยชนะ 3 ชั้น” เพื่อสื่อสารกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าชัยชนะครั้งนี้ต้องไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข สส. เท่านั้น โดยชั้นแรกคือ “ชัยชนะในเชิงปริมาณ” คือการกวาดที่นั่งในสภาให้ได้มากที่สุดจนไม่มีใครกล้าปฏิเสธเสียงของประชาชน ชั้นที่สองคือ “ชัยชนะในเชิงคุณภาพ” หรือการชนะใจคนไทยด้วยนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างแท้จริง และชั้นสุดท้ายที่เป็นหัวใจสำคัญคือ “ชัยชนะในเชิงการนำ” เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคประชาชนสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและสามารถนำพาประเทศก้ามข้ามความขัดแย้งแบบเดิมๆ ไปได้

นายพิธายังได้กล่าวถึงนายณัฐพงษ์ว่า เป็นผู้นำที่มีความซื่อตรง มีความรู้ความสามารถทางเทคโนโลยีที่จะเข้ามาปฏิรูประบบราชการไทยให้โปร่งใส และเป็นคนที่ทำงานหนักในฐานะ สส. มาโดยตลอด การกลับมาของพิธาในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการเติมเต็ม “จิ๊กซอว์” ชิ้นสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นฐานเสียงเดิมให้กลับมาคึกคักและดึงดูดกลุ่มผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจให้หันมามองพรรคประชาชนในฐานะทางเลือกหลักที่มีความหวัง นายพิธาทิ้งท้ายด้วยการขอให้ทุกคนช่วยกันกากบาทในวันเลือกตั้งเพื่อทำลายกำแพงที่ขวางกั้นอนาคต และร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่มีนายกรัฐมนตรีมาจากเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

อนาคตอสังหาริมทรัพย์ 2026: ไขรหัสโอกาสและความท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ข้าพเจ้าได้เห็นวัฏจักรตลาดที่ผันผวน การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 ที่กำลังก้าวเข้าสู่ปี 2569 โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์แนวโน้มที่แม่นยำ เพื่อให้คุณมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ และเตรียมพร้อมรับมือกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2568: สัญญาณแห่งการชะลอตัวที่ชัดเจน

ปี 2568 เป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยโดยรวมเผชิญกับภาวะชะลอตัวในทุกเซกเมนต์อย่างเห็นได้ชัด ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบคือภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงผันผวน อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง และหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเป็นภาระ ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น

เจาะลึกตลาดคอนโดมิเนียม: การปรับกลยุทธ์สู่ตลาดบนและความท้าทายในทำเลเมือง

ดีมานด์อ่อนแรง ยกเว้นกลุ่ม Mass-Premium และ Luxury: ตลาดคอนโดมิเนียมโดยรวมพบสัญญาณดีมานด์ที่อ่อนแรงลงในเกือบทุกกลุ่ม ยกเว้นกลุ่ม Mass-Premium และ Luxury ที่ยังคงมียอดขายที่ทรงตัวและเติบโตเล็กน้อย เหตุผลสำคัญคือฐานลูกค้าในกลุ่มนี้มีกำลังซื้อที่มั่นคงและไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเท่ากลุ่มอื่น ๆ
ผู้พัฒนาปรับทัพ สู่โครงการระดับบน: ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายจึงหันมาให้ความสำคัญกับการเปิดตัวโครงการใหม่ในระดับบนมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการชะลอตัวอย่างรุนแรงของตลาดระดับล่าง
ทำเล CBD: โอกาสในตลาด Mass: เมื่อพิจารณาเฉพาะตลาดคอนโดในเขตใจกลางธุรกิจ (CBD) พบว่ายังคงมีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มราคาที่ขายดีคือกลุ่ม Mass ที่มีราคาไม่เกิน 150,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลใจกลางเมืองที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหา คอนโด CBD ราคาไม่เกิน 150,000 บาท/ตร.ม.
โซน Urban: การระบายสต็อกและการพึ่งพากลุ่ม Eco-Mass: ในทางกลับกัน โซน Urban หรือพื้นที่รอบนอกใจกลางเมือง กลับพบการเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่ “ต่ำมาก” โดยปีนี้เป็นปีที่ผู้พัฒนาเน้นการระบายสต็อกยูนิตคงเหลือ ซึ่งมีจำนวนถึง 11,700 หน่วย มียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9.3 ยูนิตต่อเดือน โดยดีมานด์หลักมาจากกลุ่ม Eco-Mass ที่มียอดขายเฉลี่ยสูงถึง 12 ยูนิตต่อเดือน บ่งชี้ถึงความต้องการคอนโดราคาเข้าถึงได้ในย่านชานเมือง
ทำเลทองคอนโด: ใกล้รถไฟฟ้าและสถาบันการศึกษา: ทำเลคอนโดที่น่าจับตามองและมียอดขายดีในปีนี้ กระจุกตัวอยู่รอบโซนที่ใกล้ระบบขนส่งมวลชน (รถไฟฟ้า) และสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของกลุ่มเป้าหมาย
ศักยภาพทำเล จตุจักร-ประชาชื่น และ รัชดา-ห้วยขวาง: แม้ว่าโซนจตุจักร-ประชาชื่น และรัชดา-ห้วยขวาง จะมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงกว่าทำเลอื่น แต่ยอดขายกลับใกล้เคียงกับพื้นที่อื่น ๆ โดยโครงการที่ทำยอดขายได้ดีในทำเลเหล่านี้ มักจะเป็นโครงการที่มีราคา “เข้าถึงได้” ซึ่งสะท้อนว่า แม้จะอยู่ในทำเลที่มีราคาสูง แต่โครงการที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อในวงกว้างยังคงสามารถทำยอดขายได้ดี

ตลาดทาวน์เฮาส์: ความเปราะบางในตลาด Economy-Mass และความนิ่งในตลาด Luxury

แนวโน้มลดลงในกลุ่ม Economy-Mass: ตลาดทาวน์เฮาส์เผชิญกับแนวโน้มที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่ม Economy-Mass ที่กำลังซื้อถูกกดดันอย่างหนักจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงและภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การเปิดตัวโครงการใหม่และยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง
ตลาด Luxury คงที่ แต่มีขนาดเล็ก: ในทางตรงกันข้าม กลุ่ม Luxury ซึ่งมีขนาดตลาดที่เล็กกว่าและดีมานด์ค่อนข้างคงที่ ยังคงรักษาระดับยอดขายได้ค่อนข้างนิ่ง แม้จะเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ
ทำเลเพชรเกษม-บางแค-พุทธมณฑล: ฮอตดีมานด์ชัดเจน: ทำเลเพชรเกษม-บางแค-พุทธมณฑล แสดงให้เห็นถึงยอดขายและราคาขายเฉลี่ยที่สูงที่สุดในตลาดทาวน์เฮาส์ สะท้อนถึงดีมานด์และกำลังซื้อที่แข็งแรงอย่างชัดเจนในย่านนี้
โซนปริมณฑล: แรงหนุนจากโครงข่ายรถไฟฟ้า: สำหรับโซนชานเมืองอย่าง ปทุมธานี สมุทรปราการ และลาดกระบัง มียอดขายใกล้เคียงกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของโครงข่ายระบบขนส่งมวลชน (รถไฟฟ้า) ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ทำให้ย่านเหล่านี้เป็นที่น่าสนใจสำหรับการอยู่อาศัย

ตลาดบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด: การลงทุนที่ระมัดระวังและการปรับตัวตามทำเล

การเปิดตัวใหม่ลดลง ความระมัดระวังของผู้พัฒนา: จำนวนการเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดใหม่ลดลงในทุกระดับราคา สะท้อนถึงความระมัดระวังในการลงทุนของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อันเนื่องมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงเปราะบาง
กลุ่ม High-End และ Luxury ยังคงทรงตัว: แม้กำลังซื้อโดยรวมจะอ่อนแรงลง แต่กลุ่ม High-End และ Luxury ยังคงมียอดขายที่ค่อนข้างทรงตัว ซึ่งบ่งชี้ถึงเสถียรภาพของกำลังซื้อในระดับบน อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนายังคงเลือกเปิดตัวโครงการเฉพาะในทำเลที่มั่นใจในดีมานด์จริง ๆ เท่านั้น
CBD: ตลาด Niche ที่ต้องใช้เวลา: ตลาดบ้านในโซน CBD (Central Business District) เหลือขายเพียง 46 ยูนิต และมียอดขายเฉลี่ยต่ำเพียง 0.3 ยูนิตต่อเดือน ถือเป็นตลาด Niche ที่ต้องใช้เวลาในการปิดการขายยาวนาน
โซน Urban: กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท ขายดี: บ้านในโซน Urban มีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยกลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท เป็นเซกเมนต์ที่ขายดีที่สุด และเป็นกลุ่มที่มีซัพพลายเหลือขายน้อย
บ้านราคาสูง (50-100 ล้านบาท): ตลาดที่ต้องใช้เวลา: สำหรับบ้านราคา 50-100 ล้านบาท แทบไม่เห็นความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้น เป็นกลุ่มราคาที่ต้องใช้เวลาในการปิดการขายที่นานกว่าปกติ
การแบ่งระดับราคาตามทำเล: ตลาดบ้านเดี่ยวมีการแบ่งระดับราคาตามทำเลอย่างชัดเจน โดยโซนปริมณฑลอย่างเมืองปทุมธานี, บางใหญ่, บางบัวทอง และสมุทรปราการ เติบโตอย่างโดดเด่นในตลาดบ้านราคาจับต้องได้ (Affordable Housing) ในขณะที่ทำเลในกรุงเทพฯ เช่น เพชรเกษม-บางแค-พุทธมณฑล และวัชรพล-สายไหม เป็นที่โดดเด่นในกลุ่มบ้านมูลค่าสูง (High-Value Homes)

ผลประกอบการบริษัทอสังหาริมทรัพย์: กำไรสุทธิลดลงสะท้อนแรงกดดันรอบด้าน

ภาพรวมของตลาดในแต่ละเซกเมนต์ที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยข้อมูลจาก 35 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มีรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือประมาณ 191,854 ล้านบาท เทียบกับ 222,879 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2567 หรือคิดเป็นการลดลง 16%

ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ อัตรากำไรสุทธิที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยอัตรากำไรเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 7.5% และตัวเลขกำไรรวมลดลงมาอยู่ที่ 14,304 ล้านบาท เทียบกับ 20,794 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2567 หรือลดลงถึง 30% สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งจากต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง

ปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายในปี 2569: มองไปข้างหน้าด้วยความเข้าใจ

นางสาวปิยะพร เลิศวิสุทธิไพบูลย์ ยังได้กล่าวถึงปัจจัยที่จะส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ว่า ตลาดจะยังคงเผชิญกับความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศที่คาดเดาได้ยาก

ยอดโอนกรรมสิทธิ์และแรงกดดันหนี้ครัวเรือน: ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ลดลงภายใต้แรงกดดันจากระดับหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 86 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อ
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ: เหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ แม้ว่าความต้องการที่อยู่อาศัยจะยังคงมีอยู่ก็ตาม
ผู้พัฒนาชะลอการเปิดโครงการใหม่: ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายเลือกที่จะชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ เพื่อประเมินสถานการณ์ตลาดและรอความชัดเจนของปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ
การจับตาทิศทางดอกเบี้ยและมาตรการภาครัฐ: สิ่งที่ผู้พัฒนาและผู้บริโภคจะจับตามองอย่างใกล้ชิด คือ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐ ซึ่งอาจเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตลาด

โอกาสใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ 2026: กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในภาวะที่ท้าทาย

แม้ว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการ ผมมองว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่งการปรับกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาลงทุนหรือซื้อที่อยู่อาศัย

การลงทุนที่เน้นคุณค่า (Value Investing): มองหาโครงการที่มีศักยภาพทำเลที่ดี มีการพัฒนาสาธารณูปโภคโดยรอบ และอยู่ในกลุ่มราคาที่สมเหตุสมผล การมองหา คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ราคาดี หรือ บ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ในทำเลที่มีแนวโน้มการเติบโต จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
การให้ความสำคัญกับตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market): สำหรับผู้พัฒนา การเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อแน่นอน เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ (Silver Age Property), กลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติที่มองหา คอนโดเพื่อการลงทุนในกรุงเทพฯ หรือโครงการที่ตอบโจทย์เทรนด์ Work from Home ที่ยังคงมาแรง จะเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จ
เทคโนโลยีและการสร้างประสบการณ์: การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการขายและการบริหารจัดการ เช่น การใช้ AI ในการวิเคราะห์ตลาด, การสร้าง Virtual Tour, หรือแพลตฟอร์มการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
การให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainability): ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับโครงการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและมีมาตรการประหยัดพลังงานมากขึ้น การพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Property) จะเป็นจุดขายสำคัญในระยะยาว
การบริหารจัดการหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ: สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหรือคอนโด การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ การคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระ และการมองหา สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ จากสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและสร้างความมั่นคงทางการเงิน

บทสรุป: ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

ปี 2569 เป็นปีแห่งการปรับตัวและเตรียมความพร้อมสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การทำความเข้าใจแนวโน้มตลาดปัจจุบัน การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง และการมองหาโอกาสที่ซ่อนอยู่ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการหาบ้านในฝันที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของคุณ ผมขอแนะนำให้คุณศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ ปรึกษาธนาคารเพื่อวางแผนสินเชื่อ และพิจารณาทำเลที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

ถึงเวลาแล้วที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ร่วมกันสร้างอนาคตที่อยู่อาศัยที่แข็งแกร่งและยั่งยืนไปด้วยกัน

Previous Post

ที่แท้ ส.ท.คนดัง บุกร้านทองใช้ปืนจี้พนักงาน สุดท้ายลนลานไม่ได้ทองสักเส้น เปิดปากสารภาพ หนี้สินรุมเร้า ไร้ทางออก

Next Post

อนุทิน ชาญวีรกูล เมินกระแสพรรคส้ม มั่นใจประชาชนตอบรับ พรรคภูมิใจไทย ดี ไม่ล่อเป้าทำเสียคะแนนโค้งสุดท้าย

Next Post
อนุทิน ชาญวีรกูล เมินกระแสพรรคส้ม มั่นใจประชาชนตอบรับ พรรคภูมิใจไทย ดี ไม่ล่อเป้าทำเสียคะแนนโค้งสุดท้าย

อนุทิน ชาญวีรกูล เมินกระแสพรรคส้ม มั่นใจประชาชนตอบรับ พรรคภูมิใจไทย ดี ไม่ล่อเป้าทำเสียคะแนนโค้งสุดท้าย

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.