• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

แค้นต้องชำระด้วยคะแนน! “ธนาธร” บุกนครปฐม ปลุกชาวบ้านเปลี่ยนความผิดหวังปี 66 เป็นพลังกาส้มท่วมทลาย โต้ข่าวลือขาลง ลั่นดึง “พิธา” เสริมทัพตอกย้ำกระแสยังแรงไม่มีแผ่ว

admin79 by admin79
January 27, 2026
in Uncategorized
0
แค้นต้องชำระด้วยคะแนน! “ธนาธร” บุกนครปฐม ปลุกชาวบ้านเปลี่ยนความผิดหวังปี 66 เป็นพลังกาส้มท่วมทลาย โต้ข่าวลือขาลง ลั่นดึง “พิธา” เสริมทัพตอกย้ำกระแสยังแรงไม่มีแผ่ว

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน เดินหน้าลุยพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่างจังหวัดนครปฐม เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและรณรงค์ให้คนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ โดยนายธนาธรได้กล่าวปราศรัยท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุนที่มารอรับฟังอย่างคึกคัก โดยเน้นย้ำถึงบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาในปี 2566 ที่แม้ฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะการเลือกตั้ง แต่กลับถูกกลไกที่ไม่เป็นธรรมสกัดกั้นไม่ให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ นายธนาธรวอนขอให้ชาวนครปฐมอย่าปล่อยให้ความเสียใจหรือความผิดหวังในครั้งนั้นกลายเป็นความท้อถอย แต่ขอให้เปลี่ยนมันเป็นพลังแห่งความโกรธแค้นที่สร้างสรรค์ด้วยการออกไปกากบาทเลือกพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ เพื่อส่งสัญญาณว่าอำนาจที่แท้จริงต้องเป็นของประชาชนเท่านั้น

นอกจากนี้ นายธนาธรยังได้ใช้โอกาสนี้ในการตอบโต้กระแสข่าวลือจากฝ่ายตรงข้ามที่พยายามนำเสนอว่าความนิยมของพรรคประชาชนกำลังอยู่ในช่วงขาลง โดยเขายืนยันว่าจากการลงพื้นที่ทั่วประเทศ ความต้องการความเปลี่ยนแปลงของประชาชนยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่มีวี่แววว่าจะลดลงแต่อย่างใด การที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กลับมาช่วยหาเสียงในครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะกระแสพรรคตกลงตามที่มีการกล่าวอ้าง แต่เป็นการระดมสรรพกำลังที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อทำให้ชัยชนะในรอบนี้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่สุด นายธนาธรกล่าวว่าการมีพิธามาร่วมทัพเปรียบเสมือนการเติมเชื้อไฟให้กับการต่อสู้ครั้งนี้ให้โชติช่วงยิ่งขึ้น และเป็นการยืนยันความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของกลุ่มคนทำงานที่จะไม่ทิ้งกันในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน

ในส่วนของนโยบาย นายธนาธรได้เน้นย้ำเรื่องการกระจายอำนาจและการทำลายทุนผูกขาด ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่กดทับเศรษฐกิจของจังหวัดนครปฐมมาอย่างยาวนาน เขาเชื่อมั่นว่าหากพรรคประชาชนได้รับความไว้วางใจให้เป็นรัฐบาลเพียงพรรคเดียว หรือเป็นแกนนำหลักที่มีเสียงข้างมากอย่างท่วมท้น ประเทศไทยจะเกิดการปฏิรูปครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน นายธนาธรทิ้งท้ายด้วยคำอ้อนวอนต่อชาวนครปฐมว่า “8 กุมภาพันธ์นี้ คือโอกาสสุดท้ายที่เราจะร่วมกันปิดสวิตช์การเมืองเก่าอย่างถาวร” และขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่พร้อมรับใช้ประชาชนด้วยความซื่อสัตย์และกล้าหาญอย่างที่สุด

ปี 2569: ท่ามกลางความท้าทาย อสังหาริมทรัพย์ไทย มองหาการฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มายาวนานกว่าทศวรรษ การได้เห็นภาพรวมของตลาดที่กำลังเผชิญกับความผันผวนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรากำลังจะก้าวเข้าสู่ปี 2569 สถานการณ์ในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดครั้งหนึ่งของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ในรอบเกือบสองทศวรรษ แนวโน้มชะลอตัวที่ปรากฏชัดในทุกมิติ ตั้งแต่กำลังซื้อที่อ่อนแรง หดตัวของอุปทาน ไปจนถึงความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความเปราะบางที่เราไม่อาจมองข้าม

ปี 2568: จุดต่ำสุดแห่งทศวรรษ

หากพิจารณาข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ จะพบว่าตัวเลขที่ปรากฏในปี 2568 นั้น สะท้อนภาพของการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวนโครงการใหม่ที่เปิดตัวนับเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 20 ปี ขณะที่จำนวนหน่วยสร้างเสร็จที่จดทะเบียนก็อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 21 ปี ทั่วประเทศเองก็ไม่ต่างกัน ตัวเลขหน่วยสร้างเสร็จที่จดทะเบียนทั่วประเทศ และมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ ต่างก็ตกต่ำสุดในรอบ 8 ปี

ไม่เพียงเท่านั้น สัญญาณที่น่ากังวลยังลามไปถึงภาคสินเชื่อ โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังการโอน (Post Finance) มีแนวโน้มแตะจุดต่ำสุดในรอบ 12 ปี ด้วยมูลค่าประมาณ 5.47 แสนล้านบาท และสินเชื่อใหม่ในปี 2568 เองก็หดตัวต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าถึงราว 6.6% ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสถิติ แต่สะท้อนถึงภาพรวมของระบบที่กำลังเผชิญแรงกดดันพร้อมกัน ทั้งผู้ประกอบการที่ต้องรัดเข็มขัด ธนาคารที่ต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ และผู้ซื้อที่มีกำลังซื้ออ่อนแรงจากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราต่ำ

อิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้สะท้อนภาพนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า ปี 2568 เป็นปีที่ปัจจัยบวกซึ่งเคยเป็นแรงขับเคลื่อนตลาดหายไปเกือบทั้งหมด ทั้งในมิติของอุปทาน อุปสงค์ และสินเชื่อ ส่งผลให้มูลค่าตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งเคยสูงถึง 9 แสนล้านบาท ถึง 1 ล้านล้านบาทต่อปี อาจลดลงเหลือราว 7 แสนล้านบาท นี่ถือเป็นการหดตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ภาวะวิกฤติต้มยำกุ้ง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์อย่างเร่งด่วน ทั้งการลดอุปทาน ลดขนาดโครงการ และอาจต้องยอมรับผลกำไรที่ลดลง เพื่อให้ภาพรวมของตลาดกลับสู่ภาวะสมดุล

ปัจจัยบวกที่มองเห็นในปลายปี 2568 และความหวังสำหรับปี 2569

แม้ว่าปี 2568 จะเป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญความท้าทายอย่างหนัก แต่เมื่อมองไปข้างหน้า ปี 2569 ก็มีสัญญาณบวกบางประการที่อาจช่วยผลักดันให้ตลาดเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายนักท่องเที่ยว 36 ล้านคน ซึ่งจะช่วยสร้างดีมานด์ใหม่จากกลุ่มชาวต่างชาติ อีกทั้งการลงทุนภาคอุตสาหกรรมที่กำลังคึกคัก ผ่านคำขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ที่มีมูลค่ากว่า 1.05 ล้านล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก และแผนการเร่งรัด 70 โครงการลงทุนมูลค่า 3 แสนล้านบาท เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณที่ดี

ที่สำคัญที่สุดคือ งบประมาณรัฐปี 2569 ที่จะเดินหน้าเต็มปี ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการกระตุ้นกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เรามีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามา จะสามารถบริหารจัดการการเบิกจ่ายงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ และออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้บริโภคและนักลงทุน

ในมุมมองของผู้ประกอบการ การที่ ซัพพลายในปี 2568 อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ตลาดกลับสู่ภาวะสมดุลได้เร็วขึ้น ประกอบกับแนวโน้มราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างที่ทรงตัว ก็จะช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้

ความท้าทายที่ยังคงต้องจับตา

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายก็ยังคงมีอยู่มาก การฟื้นตัวของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2569 จะต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ เช่น การคาดการณ์การเติบโตของ GDP ที่ค่อนข้างต่ำเพียง 1.6% จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ความไม่แน่นอนในตลาดการค้าระหว่างประเทศ ผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความตึงเครียดตามชายแดน ล้วนเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ การจ้างงานใหม่ที่ขยายตัวในอัตราต่ำ ราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่ยังคงเป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วง ล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

อีกประเด็นที่สำคัญคือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐที่เคยมีผลบังคับใช้ เช่น มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อ (LTV : Loan to Value) และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ซึ่งจะหมดอายุในช่วงกลางปี 2569 หากไม่มีการต่ออายุหรือมาตรการใหม่เข้ามาทดแทน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในระยะยาวได้

ปี 2569: การฟื้นตัวแบบระมัดระวัง และการปรับตัวของผู้ประกอบการ

เมื่อประเมินจากปัจจัยบวกและปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดที่กล่าวมา อิสระ บุญยัง ได้ให้มุมมองว่า ปี 2569 จะเป็นปีแห่ง “การฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง” โดยมีทิศทางที่คาดการณ์ไว้ดังนี้

การเปิดตัวโครงการใหม่: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% จากฐานที่ต่ำสุดในปี 2568
การโอนกรรมสิทธิ์: ทั้งในแง่ของจำนวนหน่วยและมูลค่า คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10%
ประเภทที่อยู่อาศัย: ทาวน์เฮาส์ราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท อาจถูกแทนที่ด้วยคอนโดมิเนียมในระดับราคา 1-1.5 ล้านบาทมากขึ้น
การกระจายตัวของการฟื้นตัว: พื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค จะมีการฟื้นตัวที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับศักยภาพของเมืองและอุตสาหกรรมในแต่ละพื้นที่
ราคาอสังหาริมทรัพย์: ราคาโดยรวมอาจไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้มากนัก ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภค
ตลาดบ้านมือสอง: คาดว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 50%
ความต้องการที่อยู่อาศัย: ความต้องการที่อยู่อาศัยและการปรับปรุงบ้านสำหรับผู้สูงอายุจะมีความสำคัญมากขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการ การวางกลยุทธ์อย่างรอบคอบกลายเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์คาดการณ์ว่าจะมีซัพพลายใหม่เพียง 52,000 หน่วย ลดลงถึง 17% ใกล้เคียงกับช่วงวิกฤติโควิด-19 สินค้าที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ยูนิตสร้างเสร็จในระดับราคา 2-3 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 17,268 หน่วย หรือคิดเป็นกว่า 27% ของทั้งหมด ผู้ประกอบการต้องพิจารณาด้านทำเล ราคา และความต้องการที่แท้จริงของผู้ซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจาก “สต็อกล้น” และ “รอบการขายที่ยาวนานขึ้น”

กลยุทธ์สู่การประคองตลาด: ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

เพื่อให้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย สามารถประคองตัวและก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ภาคธุรกิจ ภาครัฐ สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การลดอุปทานและขนาดโครงการ การปรับราคาให้เหมาะสม และการเน้นกำไรที่สมเหตุสมผล คือแนวทางสำคัญ

บทบาทของภาครัฐ: ในฐานะผู้ขับเคลื่อนหลัก รัฐบาลควรพิจารณาขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินของรัฐ และส่งเสริมมาตรการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ซื้อ

บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.): ควรพิจารณาทบทวนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และขยายกรอบการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับผู้ซื้อ

บทบาทของธนาคารพาณิชย์: ควรผ่อนคลายกระบวนการอนุมัติสินเชื่อสำหรับลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดี และร่วมมือกับภาครัฐในการเปิดโครงการสินเชื่อค้ำประกัน หรือสินเชื่อซื้อคืน นอกจากนี้ การนำเสนอทางเลือก “ซื้อบ้านแก้หนี้” ซึ่งเป็นการรวมหนี้ที่ไม่มีหลักประกันเข้ากับสินเชื่อที่อยู่อาศัย ภายใต้เพดาน LTV 110% อาจเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยลดโอกาสเกิด NPL และเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินให้กับผู้ซื้อในระยะยาว

โอกาสในการเติบโตท่ามกลางความท้าทาย

แม้ว่าปี 2568 จะเป็นปีที่ อสังหาริมทรัพย์ไทย เผชิญภาวะตกต่ำสุดในรอบ 20 ปี แต่โครงสร้างตลาดที่กำลังปรับตัวเข้าสู่สมดุลมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยหนุนทางเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อาจทำให้ปี 2569 เป็นปีที่เราจะได้เห็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

สัญญาณที่น่าสนใจคือ การที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการ “เร่งเกมรุก” ในอดีต มาเป็นการ “รักษาสมดุล” ของอุปทานและอุปสงค์ โดยเดินเกมช้าลงและแม่นยำมากขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ในภาพรวม แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะยังคงเผชิญความท้าทาย แต่หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันประคองตลาดไปในทิศทางเดียวกัน ตลาดที่อยู่อาศัยไทยก็ยังมีพื้นที่สำหรับการเติบโต และศักยภาพในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

หากท่านเป็นผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การทำความเข้าใจแนวโน้มเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง และการวางแผนกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคต ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและแนวทางในการลงทุนที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดปัจจุบัน

Previous Post

‘ชูวิทย์’ ตั้งคำถาม ‘พิธา-ทหาร’ ใครคือฮีโรตัวจริง?

Next Post

ระยองแตกของจริง! “พิธา” บุกช่วยหาเสียง ทะเลดาวพรึ่บเต็มพื้นที่ อ้อนชาวระยองกาส้มยกจังหวัด ตอกย้ำแลนด์สไลด์เหมือนสมัยก้าวไกล

Next Post
ระยองแตกของจริง! “พิธา” บุกช่วยหาเสียง ทะเลดาวพรึ่บเต็มพื้นที่ อ้อนชาวระยองกาส้มยกจังหวัด ตอกย้ำแลนด์สไลด์เหมือนสมัยก้าวไกล

ระยองแตกของจริง! "พิธา" บุกช่วยหาเสียง ทะเลดาวพรึ่บเต็มพื้นที่ อ้อนชาวระยองกาส้มยกจังหวัด ตอกย้ำแลนด์สไลด์เหมือนสมัยก้าวไกล

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.