• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

ระยองแตกของจริง! “พิธา” บุกช่วยหาเสียง ทะเลดาวพรึ่บเต็มพื้นที่ อ้อนชาวระยองกาส้มยกจังหวัด ตอกย้ำแลนด์สไลด์เหมือนสมัยก้าวไกล

admin79 by admin79
January 27, 2026
in Uncategorized
0
ระยองแตกของจริง! “พิธา” บุกช่วยหาเสียง ทะเลดาวพรึ่บเต็มพื้นที่ อ้อนชาวระยองกาส้มยกจังหวัด ตอกย้ำแลนด์สไลด์เหมือนสมัยก้าวไกล

ปรากฏการณ์ส้มรักพ่อกลับมาเขย่าขวัญคู่แข่งอีกครั้ง เมื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงพื้นที่จังหวัดระยองเพื่อช่วยผู้สมัคร สส. หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักจนเรียกได้ว่า “ระยองแตก” โดยมีพี่น้องประชาชนและกลุ่มแฟนคลับสวมเสื้อสีส้มมารอต้อนรับอย่างเนืองแน่นจนเต็มพื้นที่จัดกิจกรรม ทันทีที่นายพิธาปรากฏตัว เสียงเชียร์ “นายกฯ พิธา” และ “พรรคประชาชน” ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับการเปิดไฟมือถือจนกลายเป็น “ทะเลดาว” ที่สวยงามตระการตา เพื่อเป็นการแสดงพลังสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเป็นปึกแผ่นเหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

นายพิธาได้ขึ้นเวทีปราศรัยด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยพลัง โดยกล่าวขอบคุณชาวระยองที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน และยังคงรักษาความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของพรรคสีส้มมาอย่างต่อเนื่อง เขาเน้นย้ำว่าจังหวัดระยองคือยุทธศาสตร์สำคัญและเป็นพื้นที่ที่พรรคก้าวไกลเคยสร้างประวัติศาสตร์ “ชนะยกจังหวัด” มาแล้ว ดังนั้นในการเลือกตั้งภายใต้ชื่อพรรคประชาชนครั้งนี้ เขาจึงอยากขอแรงสนับสนุนจากทุกคนอีกครั้งเพื่อให้เกิดภาพ “ส้มยกจังหวัด” อีกรอบ เพื่อเป็นแรงส่งสำคัญในการผลักดันให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” ได้ก้าวเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อสานต่อนโยบายที่เคยสัญญากับประชาชนไว้ โดยเฉพาะการยกระดับสวัสดิการและการแก้ปัญหามลพิษในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

นอกจากเรื่องการเมือง นายพิธายังได้หยิบยกประเด็นเศรษฐกิจปากท้องของชาวระยองขึ้นมาพูด โดยระบุว่าพรรคประชาชนมีพิมพ์เขียวในการสร้างอุตสาหกรรมสะอาดและเพิ่มรายได้ให้กับแรงงานในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำกระแสความนิยมในตัวนายพิธาที่ยังคงแรงไม่มีตก แต่ยังเป็นการเช็คขุมกำลังและสร้างความมั่นใจให้กับผู้สมัครในพื้นที่ว่า เสียงตอบรับจากประชาชนชาวระยองยังคงเหนียวแน่นและพร้อมที่จะเป็น “หัวหอก” ในการนำชัยชนะมาสู่พรรคประชาชนทั่วประเทศ นายพิธาทิ้งท้ายด้วยการอ้อนขอคะแนนเสียงว่า “ระยองเคยทำได้มาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ขอให้ทำอีกครั้งเพื่ออนาคตที่กินได้จริงของพวกเราทุกคน”

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569: การฟื้นตัวอย่างรอบคอบท่ามกลางความท้าทาย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มายาวนานกว่า 10 ปี ข้าพเจ้าได้ประจักษ์ถึงวัฏจักรที่ผันผวนของตลาดนี้มาโดยตลอด และจากข้อมูลล่าสุดในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา บ่งชี้ให้เห็นถึงสภาวะที่น่ากังวลเป็นพิเศษ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับจุดต่ำสุดในรอบสองทศวรรษ ด้วยกำลังซื้อที่อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับการหดตัวอย่างรุนแรงของอุปทานทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อมูลค่าตลาดรวมที่อาจลดลงเหลือประมาณ 7 แสนล้านบาท จากระดับ 9 แสนล้านบาทถึง 1 ล้านล้านบาทต่อปีที่เคยเป็นมา

สถานการณ์นี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่ภาวะวิกฤติต้มยำกุ้ง การที่ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ทั้งการลดขนาดโครงการ ควบคุมอุปทาน และยอมรับกำไรที่ลดลง เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอด ท่ามกลางปัจจัยลบที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ทั้งกำลังซื้อที่ซบเซา เงื่อนไขสินเชื่อที่เข้มงวด และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ปี 2568: ตัวเลขชี้วัดทุกมิติสู่จุดต่ำสุด

หากพิจารณาข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ จะพบว่าปี 2568 เป็นปีที่ตัวเลขต่างๆ ลดลงในทุกมิติ:

โครงการเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล: อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี
หน่วยสร้างเสร็จจดทะเบียนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล: ต่ำสุดในรอบ 21 ปี
หน่วยสร้างเสร็จจดทะเบียนทั่วประเทศ: ต่ำสุดในรอบ 8 ปี
มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ: ต่ำสุดในรอบ 8 ปี
สินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังโอน (Post Finance): มีแนวโน้มต่ำสุดในรอบ 12 ปี มูลค่าประมาณ 5.47 แสนล้านบาท
สินเชื่อใหม่ในปี 2568: หดตัวต่อเนื่องจากปีก่อนราว 6.6%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงภาวะชะลอตัวที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่เป็นการหดตัวที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้ประกอบการที่ชะลอการลงทุน ธนาคารที่เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ไปจนถึงผู้บริโภคที่มีกำลังซื้ออ่อนแรง อันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราต่ำ

ความหวังปี 2569: สัญญาณบวกและความท้าทายที่ต้องเผชิญ

แม้ปี 2568 จะเป็นปีที่หนักหนาสาหัส แต่ก็ยังมีสัญญาณบวกหลายประการที่อาจเป็นแรงส่งให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี 2569

ภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก: การบรรลุเป้าหมายนักท่องเที่ยว 36 ล้านคนในปี 2569 จะสร้างดีมานด์ใหม่ๆ โดยเฉพาะจากกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
การลงทุนภาคอุตสาหกรรม: ตัวเลขคำขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ที่มีมูลค่ากว่า 1.05 ล้านล้านบาท และแผนเร่งรัด 70 โครงการลงทุนมูลค่า 3 แสนล้านบาท บ่งชี้ถึงศักยภาพในการสร้างงาน สร้างรายได้ และส่งผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรมและเมืองรอง
งบประมาณรัฐปี 2569: การเดินหน้าเต็มปีของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หากรัฐบาลใหม่สามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ อุปทานที่อยู่อาศัยที่ลดต่ำในรอบ 20 ปี ในปี 2568 ถือเป็นโอกาสอันดีที่ตลาดจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลได้เร็วขึ้น ขณะที่ ราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มทรงตัว จะช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงเป็นที่น่าจับตา ได้แก่ กำลังซื้อที่ยังคงเปราะบาง และ มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐที่กำลังจะหมดอายุ เช่น มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อ (LTV: Loan to Value) และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2569

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจฉุดรั้งการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่:

การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างต่ำ: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ GDP ปี 2569 เติบโตเพียง 1.6% ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
ความผันผวนและไม่แน่นอนในตลาดโลก: โดยเฉพาะด้านการค้าระหว่างประเทศ ผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความตึงเครียดในภูมิภาคต่างๆ
การขยายตัวของอัตราการจ้างงานใหม่ที่อยู่ในระดับต่ำ
ราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในบางทำเล
อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่ยังคงน่าเป็นห่วง

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: การฟื้นตัวที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

เมื่อพิจารณาปัจจัยบวกและปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดแล้ว ข้าพเจ้าประเมินว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่ง “การฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง” โดยมีทิศทางที่สำคัญดังนี้:

การเปิดตัวโครงการใหม่: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% จากฐานที่ต่ำสุดในปี 2568
การโอนกรรมสิทธิ์: ทั้งในแง่ของจำนวนหน่วยและมูลค่า อาจปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10%
ประเภทของที่อยู่อาศัย: ทาวน์เฮ้าส์ราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท อาจถูกแทนที่ด้วยคอนโดมิเนียมระดับราคา 1-1.5 ล้านบาทมากขึ้น สะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยที่ปรับเปลี่ยนไปตามกำลังซื้อ
การฟื้นตัวของแต่ละภูมิภาค: ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค จะมีการฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับศักยภาพทางเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และประเภทอุตสาหกรรมของแต่ละเมือง
ราคาอสังหาริมทรัพย์: โดยรวมแล้ว ราคาสินค้าอสังหาริมทรัพย์ไม่น่าจะปรับตัวสูงขึ้นมากนัก ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ซื้อที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย
ตลาดบ้านมือสอง: จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยคาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่า
ความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ: ความต้องการที่อยู่อาศัยและการปรับปรุงบ้านเพื่อรองรับผู้สูงอายุ จะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

การปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด: ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

เพื่อประคองตลาดไม่ให้ทรุดตัวไปมากกว่านี้ ข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจ ภาครัฐ สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการ ล้วนมีทิศทางที่สอดคล้องกัน นั่นคือการ “ลดอุปทาน” การควบคุมขนาดโครงการ การปรับราคาให้เหมาะสม และการมุ่งเน้นกำไรที่สมเหตุสมผล

บทบาทของภาครัฐ:
พิจารณาขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง: เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อ
สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan): ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย
ส่งเสริมมาตรการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย: เพื่อลดความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ

บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.):
พิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย: เพื่อลดต้นทุนทางการเงินสำหรับภาคธุรกิจและผู้บริโภค
ขยายการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV: เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ซื้อ

บทบาทของธนาคารพาณิชย์:
ผ่อนคลายกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ: โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่มีภาระหนี้สินมาก่อน หรือมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี
ร่วมมือกับภาครัฐในการจัดทำโครงการสินเชื่อค้ำประกัน-ซื้อคืน: เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด
พิจารณาทางเลือก “ซื้อบ้านแก้หนี้” (Debt Consolidation Loan): การรวมหนี้สินที่ไม่มีหลักประกันเข้ากับสินเชื่อที่อยู่อาศัยภายใต้เพดาน LTV ที่เหมาะสม (เช่น 110%) ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการเกิดหนี้เสีย (NPL) และเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินให้กับผู้ซื้อในระยะยาว

การบริหารสต็อกสินค้าและกลยุทธ์การขาย

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ยังบ่งชี้ว่า ในปี 2568 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีอุปทานใหม่เพียง 52,000 หน่วย ลดลงถึง 17% เทียบเท่ากับช่วงวิกฤตโควิด-19 แต่สินค้ากลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ ยูนิตสร้างเสร็จระดับราคา 2-3 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนมากถึง 17,268 หน่วย หรือกว่า 27% ของทั้งหมด

ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทบทวนและปรับกลยุทธ์อย่างรอบคอบ ทั้งในด้านการเลือกทำเล การกำหนดราคาให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่แท้จริงของผู้บริโภค และการบริหารจัดการสต็อกสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจาก “สต็อกล้น” และ “รอบการขายที่ยาวนานขึ้น”

อนาคตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: การปรับตัวสู่ความยั่งยืน

โดยสรุป แม้ปี 2568 จะเป็นปีที่ท้าทายที่สุดสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในรอบ 20 ปี แต่โครงสร้างตลาดที่กำลังปรับตัวเข้าสู่สมดุลมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยหนุนทางเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสม ทำให้ปี 2569 มีแนวโน้มที่จะเห็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ความสำเร็จของการฟื้นตัวนี้จะขึ้นอยู่กับการ “ร่วมมือกันของทุกภาคส่วน” หากทุกฝ่ายสามารถประคองทิศทางตลาดไปในทิศทางเดียวกัน ตลาดที่อยู่อาศัยไทยก็ยังมีศักยภาพในการเติบโต แม้จะเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ในอนาคต

ปี 2568 ไม่ใช่ปีแห่งการเร่งเปิดเกมรุก แต่เป็นปีแห่ง “การรักษาสมดุล” ของอุปสงค์และอุปทาน ผู้ประกอบการต้องดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ชะลอเกมลง แต่เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ เพื่อรักษาเสถียรภาพ สภาพคล่อง และความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดและกลยุทธ์ที่เหมาะสมในปี 2569 อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อวางแผนอนาคตทางการเงินของท่านได้อย่างมั่นคง.

Previous Post

แค้นต้องชำระด้วยคะแนน! “ธนาธร” บุกนครปฐม ปลุกชาวบ้านเปลี่ยนความผิดหวังปี 66 เป็นพลังกาส้มท่วมทลาย โต้ข่าวลือขาลง ลั่นดึง “พิธา” เสริมทัพตอกย้ำกระแสยังแรงไม่มีแผ่ว

Next Post

“ชูวิทย์” ซัด พรรคส้ม “ไม่หยุดเทา” เปิดเอกสารแฉ ผู้สมัคร สส.ขาดคุณสมบัติ-จริยธรรม ลั่น มีผู้สมัครแค่ 500 คน ยังดูแลเลอะเทอะแบบนี้ จะมีปัญญาดูแล“ผู้ประกันตน” 20 กว่าล้านคนได้ยังไง? อ่านข่าวต่อ:

Next Post
“ชูวิทย์” ซัด พรรคส้ม “ไม่หยุดเทา” เปิดเอกสารแฉ ผู้สมัคร สส.ขาดคุณสมบัติ-จริยธรรม ลั่น มีผู้สมัครแค่ 500 คน ยังดูแลเลอะเทอะแบบนี้ จะมีปัญญาดูแล“ผู้ประกันตน” 20 กว่าล้านคนได้ยังไง? อ่านข่าวต่อ:

“ชูวิทย์” ซัด พรรคส้ม “ไม่หยุดเทา” เปิดเอกสารแฉ ผู้สมัคร สส.ขาดคุณสมบัติ-จริยธรรม ลั่น มีผู้สมัครแค่ 500 คน ยังดูแลเลอะเทอะแบบนี้ จะมีปัญญาดูแล“ผู้ประกันตน” 20 กว่าล้านคนได้ยังไง? อ่านข่าวต่อ:

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.