• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

นายกฯ ชี้เหตุเผากว่าหมื่นไร่เกิดจากบริหารบกพร่อง โวถ้าเลือกกลับไป เรื่องแบบนี้ไม่เกิดขึ้นแน่นอน

admin79 by admin79
January 30, 2026
in Uncategorized
0
นายกฯ ชี้เหตุเผากว่าหมื่นไร่เกิดจากบริหารบกพร่อง โวถ้าเลือกกลับไป เรื่องแบบนี้ไม่เกิดขึ้นแน่นอน

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569: การฟื้นตัวอย่างรอบคอบ ท่ามกลางความท้าทายที่ต้องจับตา

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดขึ้นลงมาหลายครั้ง แต่ปี 2568 นี้ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับภาวะที่ซบเซาอย่างรุนแรง แตะจุดต่ำสุดในรอบ 20 ปี สะท้อนจากกำลังซื้อที่อ่อนแรง ภาคธุรกิจที่ชะลอตัว และอุปทานที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ความหวังได้ถูกจับจ้องไปยังปี 2569 และรัฐบาลชุดใหม่ ที่คาดหวังว่าจะสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน และนำพาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไปสู่การฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง

ปี 2568: บทเรียนจากจุดต่ำสุดของตลาดอสังหาริมทรัพย์

คุณอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้สะท้อนภาพสถานการณ์ปี 2568 ได้อย่างชัดเจนว่า เป็นปีที่ปัจจัยบวกอันเป็นแรงส่งหลักของตลาดหายไปพร้อมๆ กัน ทั้งในด้านอุปทาน (Supply) อุปสงค์ (Demand) และสินเชื่อ (Credit) ส่งผลให้มูลค่าตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม ซึ่งเคยสูงถึงระดับ 9 แสนล้านบาท ถึง 1 ล้านล้านบาทต่อปี อาจหดตัวลงเหลือประมาณ 7 แสนล้านบาท นี่คือการหดตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ผู้ประกอบการหลายรายจำเป็นต้องปรับตัวอย่างหนัก โดยการลดขนาดโครงการ การชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ และบางส่วนอาจต้องยอมรับอัตรากำไรที่ลดลง เพื่อประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

เมื่อพิจารณาข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ จะเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น:

กรุงเทพฯ และปริมณฑล: จำนวนโครงการใหม่ที่เปิดตัวในปี 2568 ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี
หน่วยสร้างเสร็จจดทะเบียน: ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 21 ปี และทั่วประเทศก็ต่ำสุดในรอบ 8 ปี
การโอนกรรมสิทธิ์: ทั้งหน่วยและมูลค่าทั่วประเทศ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี
สินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังโอน (Post Finance): มีแนวโน้มต่ำสุดในรอบ 12 ปี โดยมีมูลค่าประมาณ 5.47 แสนล้านบาท
สินเชื่อใหม่: ในปี 2568 หดตัวต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าถึงประมาณ 6.6%

ภาพรวมนี้บ่งชี้ว่าการชะลอตัวในปี 2568 ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นการหดตัวพร้อมกันทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้ประกอบการ ธนาคาร ไปจนถึงผู้ซื้อ ความอ่อนแรงของกำลังซื้อเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราต่ำ ประกอบกับการที่สถาบันการเงินมีแนวโน้มเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

ความหวังและปัจจัยขับเคลื่อนสู่ปี 2569

แม้ว่าปี 2568 จะเป็นปีที่หนักหน่วง แต่ก็มีสัญญาณบวกหลายประการที่อาจช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี 2569:

ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว: การกลับมาคึกคักของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายนักท่องเที่ยว 36 ล้านคนในปี 2569 จะช่วยสร้างดีมานด์ใหม่ๆ จากกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property) และที่อยู่อาศัยในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ

การลงทุนภาคอุตสาหกรรม: ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่แสดงถึงคำขอส่งเสริมการลงทุนในครึ่งปีแรกของปี 2568 ที่มีมูลค่ากว่า 1.05 ล้านล้านบาท และแผนการเร่งรัด 70 โครงการ มูลค่า 3 แสนล้านบาท บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ การลงทุนภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นนี้ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม และอาจสร้างความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับบุคลากรที่จะเข้ามาทำงานในพื้นที่

งบประมาณภาครัฐปี 2569: การเดินหน้าเต็มปีของงบประมาณปี 2569 จะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค หากรัฐบาลใหม่สามารถผลักดันการเบิกจ่ายงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ติดขัด และสามารถออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ก็จะเป็นปัจจัยบวกอย่างยิ่งต่อภาคอสังหาริมทรัพย์

อุปทานที่ต่ำสุดในรอบ 20 ปี: การที่ผู้ประกอบการได้ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2568 ในระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี จะช่วยให้ตลาดกลับเข้าสู่สภาวะสมดุล (Market Equilibrium) ได้เร็วขึ้น เมื่ออุปทานลดลง ความกดดันด้านราคาก็จะลดลงตามไปด้วย

ต้นทุนที่ทรงตัว: แนวโน้มราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้างที่ทรงตัว หรือมีโอกาสปรับลดลงเล็กน้อย จะช่วยลดต้นทุนการพัฒนาโครงการของผู้ประกอบการ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการกำหนดราคาขายที่สามารถแข่งขันได้มากขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

แม้จะมีสัญญาณเชิงบวก แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ยังคงมีความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ:

กำลังซื้อที่ยังเปราะบาง: แม้เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคจำนวนมากยังคงเปราะบ

าง จากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่องมาหลายปี และอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง

มาตรการกระตุ้นภาครัฐที่หมดอายุ: มาตรการสำคัญที่เคยช่วยกระตุ้นตลาดในช่วงที่ผ่านมา เช่น มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อ (LTV: Loan to Value) และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง จะสิ้นสุดลงในช่วงกลางปี 2569 หากไม่มีการต่ออายุหรือออกมาตรการทดแทน ก็อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

การเติบโตของ GDP ที่คาดการณ์ต่ำ: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้คาดการณ์การเติบโตของ GDP ในปี 2569 ไว้ที่ระดับ 1.6% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างต่ำ และอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกำลังซื้อให้ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง

ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก: ความผันผวนทางการค้าระหว่างประเทศ นโยบายการค้าของมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม

อัตราการจ้างงานและค่าแรง: การขยายตัวของตำแหน่งงานใหม่ที่ยังอยู่ในอัตราต่ำ และการเติบโตของค่าแรงที่อาจไม่สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนค่าครองชีพ จะส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของครัวเรือน

ราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้น: ในขณะที่อุปทานโครงการใหม่ลดลง แต่ราคาที่ดินในทำเลศักยภาพหลายแห่งยังคงมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการพัฒนาโครงการ และอาจส่งผลต่อราคาขายสุดท้าย

อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate): ตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงบ่งชี้ว่าผู้บริโภคจำนวนมากยังคงไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการซื้ออสังหาริมทรัพย์

การคาดการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: การฟื้นตัวที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

จากปัจจัยบวกและปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวมาข้างต้น ผมคาดการณ์ว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่ง “การฟื้นตัวอย่างรอบคอบ” (Cautious Recovery) โดยมีทิศทางสำคัญดังนี้:

การเปิดตัวโครงการใหม่: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% จากฐานที่ต่ำสุดในปี 2568 ซึ่งแสดงถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการในการกลับมาสู่ตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป
การโอนกรรมสิทธิ์: ทั้งในส่วนของจำนวนหน่วยและมูลค่า มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นประมาณ 5-10% สะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยที่ยังมีอยู่ และการคลายตัวของกำลังซื้อในบางกลุ่ม
การปรับตัวของประเภทที่อยู่อาศัย: ทาวน์เฮ้าส์ราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท อาจถูกแทนที่ด้วยคอนโดมิเนียมระดับราคา 1-1.5 ล้านบาทมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้างและข้อจำกัดด้านที่ดิน อาจทำให้ผู้ประกอบการหันไปพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลเมือง
การฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียมกัน: พื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค จะมีการฟื้นตัวในอัตราที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับศักยภาพทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละเมือง เมืองที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและมีปัจจัยดึงดูดการลงทุน จะมีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีกว่า
ราคาอสังหาริมทรัพย์: ราคาอสังหาริมทรัพย์โดยรวมอาจไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่การที่ราคาคงที่หรือปรับขึ้นในอัตราที่เหมาะสมจะเป็นผลดีต่อผู้ซื้อ ทำให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
ตลาดบ้านมือสอง (Second-hand Property): คาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในตลาด โดยอาจมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% เนื่องจากผู้บริโภคหลายกลุ่มมองหาบ้านมือสองที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า และมีทำเลที่ตั้งที่คุ้นเคย
ความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ: ด้วยโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ความต้องการที่อยู่อาศัยที่ปรับปรุงให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ (Senior-friendly Housing) และบริการที่เกี่ยวข้อง จะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

กลยุทธ์ฝ่าวิกฤต: ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

เพื่อประคองตลาดไม่ให้ทรุดหนักไปกว่าเดิม และนำพาไปสู่การฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง:

ภาครัฐ:
ขยายมาตรการกระตุ้น: พิจารณาต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ซึ่งเป็นมาตรการที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ: ส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ซื้อที่มีศักยภาพแต่ยังขาดสภาพคล่อง
มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ: สนับสนุนมาตรการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ซื้อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.):
พิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย: การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินโดยรวมลดลง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและลดภาระของผู้กู้
ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV: พิจารณาผ่อนคลายเกณฑ์ Loan to Value (LTV) ในบางเงื่อนไขที่เหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น

ธนาคารพาณิชย์:
ผ่อนคลายกระบวนการสินเชื่อ: ปรับปรุงกระบวนการอนุมัติสินเชื่อให้มีความรวดเร็วและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ปิดภาระหนี้สินอื่นๆ แล้ว
โครงการสินเชื่อค้ำประกัน-ซื้อคืน: ร่วมมือกันพัฒนาและนำเสนอโครงการสินเชื่อค้ำประกัน หรือการซื้อคืนสินเชื่อ (Loan Purchase) เพื่อเป็นทางเลือกในการบริหารจัดการหนี้สิน
“ซื้อบ้านแก้หนี้”: นำเสนอทางเลือก “ซื้อบ้านแก้หนี้” โดยการรวมภาระหนี้สินที่ไม่มีหลักประกัน (เช่น หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล) เข้ากับสินเชื่อที่อยู่อาศัย ภายใต้กรอบ LTV ที่เหมาะสม (อาจถึง 110% ของมูลค่าหลักประกัน) เพื่อช่วยลดภาระหนี้สินของผู้ซื้อ ลดโอกาสการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว

อนาคตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: การปรับตัวสู่ความยั่งยืน

แม้ว่าปี 2568 จะเป็นปีแห่งจุดต่ำสุดในรอบ 20 ปีของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่โครงสร้างตลาดที่เริ่มกลับเข้าสู่สมดุลมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยหนุนทางเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินที่คาดว่าจะมีการปรับปรุง จะทำให้ปี 2569 มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากทุกภาคส่วนสามารถร่วมประคองตลาดไปในทิศทางเดียวกัน ตลาดที่อยู่อาศัยไทยก็ยังมีพื้นที่ในการเติบโต ท่ามกลางความท้าทายต่างๆ ที่รออยู่

จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่ประเมินว่าในปี 2568 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีอุปทานใหม่เพียง 52,000 หน่วย ซึ่งลดลงถึง 17% ใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตโควิด-19 ยิ่งตอกย้ำว่าผู้ประกอบการได้ปรับกลยุทธ์การพัฒนาโครงการอย่างรอบคอบแล้ว อย่างไรก็ตาม สินค้ากลุ่มที่ยังคงเป็นที่น่ากังวลคือ ยูนิตสร้างเสร็จในระดับราคา 2-3 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนถึง 17,268 หน่วย หรือคิดเป็นกว่า 27% ของยอดคงค้าง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องวางแผนกลยุทธ์ด้านทำเล ราคา และการตลาด ให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของผู้ซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจาก “สต็อกล้น” และ “รอบการขายที่ยาวนานขึ้น”

สัญญาณทั้งหมดนี้ชี้ชัดว่า ปี 2568 ไม่ใช่ปีแห่งการเร่งเกมรุก แต่เป็นปีแห่ง “การรักษาสมดุล” ของอุปทานและอุปสงค์ ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่สามารถเดินเกมช้าลง คิดอย่างรอบคอบ และมีความแม่นยำในการตัดสินใจ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน (Liquidity) และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว

ก้าวต่อไปของคุณ:

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย หรือนักลงทุนที่สนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2569 อาจเป็นโอกาสในการค้นหาทรัพย์สินที่มีศักยภาพในราคาที่สมเหตุสมผล หากคุณกำลังพิจารณาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดล่าสุด เพื่อประกอบการตัดสินใจ เราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาคุณไปสู่เป้าหมายอย่างมั่นคงและยั่งยืน ติดต่อเราวันนี้ เพื่อเริ่มต้นวางแผนอนาคตอสังหาริมทรัพย์ของคุณ.

Previous Post

“ชูวิทย์” ซัด พรรคส้ม “ไม่หยุดเทา” เปิดเอกสารแฉ ผู้สมัคร สส.ขาดคุณสมบัติ-จริยธรรม ลั่น มีผู้สมัครแค่ 500 คน ยังดูแลเลอะเทอะแบบนี้ จะมีปัญญาดูแล“ผู้ประกันตน” 20 กว่าล้านคนได้ยังไง? อ่านข่าวต่อ:

Next Post

ศึกนี้มีหนาว! “เท้ง” มั่นใจอะไรบางอย่าง? หลังประกาศท้าชนเจ้าถิ่นสุพรรณฯ เย็นนี้… จับตาความลับที่เตรียมจะเปิดเผยบนเวทีที่อาจทำให้อีกพรรคถึงกับจุก!

Next Post
ศึกนี้มีหนาว! “เท้ง” มั่นใจอะไรบางอย่าง? หลังประกาศท้าชนเจ้าถิ่นสุพรรณฯ เย็นนี้… จับตาความลับที่เตรียมจะเปิดเผยบนเวทีที่อาจทำให้อีกพรรคถึงกับจุก!

ศึกนี้มีหนาว! "เท้ง" มั่นใจอะไรบางอย่าง? หลังประกาศท้าชนเจ้าถิ่นสุพรรณฯ เย็นนี้... จับตาความลับที่เตรียมจะเปิดเผยบนเวทีที่อาจทำให้อีกพรรคถึงกับจุก!

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.