• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

ศึกนี้มีหนาว! “เท้ง” มั่นใจอะไรบางอย่าง? หลังประกาศท้าชนเจ้าถิ่นสุพรรณฯ เย็นนี้… จับตาความลับที่เตรียมจะเปิดเผยบนเวทีที่อาจทำให้อีกพรรคถึงกับจุก!

admin79 by admin79
February 2, 2026
in Uncategorized
0
ศึกนี้มีหนาว! “เท้ง” มั่นใจอะไรบางอย่าง? หลังประกาศท้าชนเจ้าถิ่นสุพรรณฯ เย็นนี้… จับตาความลับที่เตรียมจะเปิดเผยบนเวทีที่อาจทำให้อีกพรรคถึงกับจุก!

กลายเป็นประเด็นที่คนทั้งประเทศต้องจับตามอง เมื่อ “เท้ง ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาโชว์ความมั่นใจแบบผิดหูผิดตาเกี่ยวกับกระแสตอบรับที่พุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณก่อนถึงวันเลือกตั้งใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนต้องขมวดคิ้วคือการตัดสินใจเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดสุพรรณบุรีเย็นนี้ ซึ่งเป็นการเผชิญหน้ากับพรรคเจ้าถิ่นอย่าง “ภูมิใจไทย” แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

อะไรคือสิ่งที่ทำให้พรรคส้มกล้าบุกรังมังกรในเวลานี้? มีรายงานลึกๆ ว่านายณัฐพงษ์เตรียมไม้เด็ดบางอย่างที่จะนำมาพูดบนเวที ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อฐานเสียงเดิมในพื้นที่ ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่อง “การย้ายขั้ว” และ “พลังเงียบ” ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างลับๆ ในหมู่ชาวสุพรรณบุรี

งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไป? และ “เซอร์ไพรส์” ที่นายณัฐพงษ์แง้มไว้นั้นคืออะไรกันแน่? ต้องรอฟังคำตอบจากปากของเขาบนเวทีเย็นนี้เท่านั้น เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฎการณ์ “ล้มช้าง” ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ไม่มีใครอยากกะพริบตา!

ปี 2569: จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย สู่ยุคฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าสิบปี ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดขึ้นลงมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ปี 2568 ถือเป็นปีที่น่าจับตาเป็นพิเศษ ด้วยสถานการณ์ที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญภาวะชะลอตัวอย่างหนัก สวนทางกับความคาดหวังที่เราเคยมีต่อการเติบโต การหดตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ แต่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางของกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวม ซึ่งมีรากฐานมาจากเศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ปี 2568: สัญญาณแห่งจุดต่ำสุด?

ข้อมูลที่รวบรวมได้จากหลากหลายแหล่ง บ่งชี้ชัดเจนว่า ปี 2568 เป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยแตะจุดต่ำสุดในรอบหลายปี ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในรอบ 20 ปี หรือจำนวนหน่วยสร้างเสร็จที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ต่ำที่สุดในรอบ 21 ปี นอกจากนี้ หน่วยสร้างเสร็จและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศก็อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังโอน (Post Finance) ก็มีแนวโน้มต่ำสุดในรอบ 12 ปี

สถิติเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขทางสถิติ แต่เป็นกระจกสะท้อนภาพความท้าทายที่แท้จริง:

กำลังซื้อที่อ่อนแรง: เศรษฐกิจไทยที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสร้างแรงกดดัน ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่าย โดยเฉพาะการตัดสินใจครั้งใหญ่เช่นการซื้ออสังหาริมทรัพย์
สินเชื่อที่เข้มงวด: สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้การขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยยากขึ้นสำหรับผู้ซื้อบางกลุ่ม
อุปทานที่หดตัว: ผู้ประกอบการจำนวนมากชะลอการลงทุน ลดขนาดโครงการ หรือแม้กระทั่งปรับลดราคาขายลง เพื่อประคองสภาพคล่องและลดความเสี่ยงจากการขายที่ล่าช้า

คุณอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ฯ ได้สะท้อนภาพนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า ปี 2568 เป็นปีที่ปัจจัยบวกที่เป็นแรงส่งของตลาดหายไปพร้อมๆ กัน ส่งผลให้มูลค่าตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งเคยสูงถึง 9 แสนล้านบาทถึง 1 ล้านล้านบาทต่อปี อาจลดลงเหลือเพียงราว 7 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการหดตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง

แนวโน้มปี 2569: การฟื้นตัวอย่างระมัดระวังท่ามกลางปัจจัยแห่งความหวัง

แม้ภาพรวมของปี 2568 จะดูมืดมน แต่ในฐานะนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์ ผมมองเห็นสัญญาณบวกหลายประการที่อาจนำพาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไปสู่การฟื้นตัวในปี 2569 โดยจะเป็นการฟื้นตัวแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” และ “ระมัดระวัง”

ปัจจัยบวกสำคัญที่คาดว่าจะขับเคลื่อนตลาด:

ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว: การกลับมาคึกคักของภาคการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายนักท่องเที่ยว 36 ล้านคน ไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่ยังสร้างอุปสงค์ใหม่จากกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี และคอนโดมิเนียมสำหรับปล่อยเช่า
การลงทุนภาคอุตสาหกรรม: คำขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ที่สูงถึง 1.05 ล้านล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 และแผนเร่งรัด 70 โครงการ มูลค่า 3 แสนล้านบาท บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม และอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง
งบประมาณรัฐปี 2569: การเดินหน้าเต็มปีของงบประมาณภาครัฐ จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม การดำเนินนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และการเบิกจ่ายงบประมาณที่รวดเร็ว จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุน
อุปทานที่ลดลง: การที่ผู้ประกอบการลดการเปิดโครงการใหม่ในปี 2568 ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 20 ปี จะช่วยให้ตลาดกลับสู่ภาวะสมดุลได้เร็วขึ้น เมื่ออุปทานลดลง การแข่งขันที่น้อยลงจะช่วยให้การขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ต้นทุนที่ทรงตัว: แนวโน้มราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้างที่ทรงตัว จะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อราคาขายในอนาคต
เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เข้ามามีบทบาท: การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการโครงการ การตลาด และการขาย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา:

แม้จะมีสัญญาณบวก แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจฉุดรั้งการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569:

การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังไม่แข็งแกร่ง: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์การเติบโตของ GDP ในปี 2569 ไว้ที่ 1.6% ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ การฟื้นตัวที่เปราะบางของเศรษฐกิจมหภาค อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อโดยรวม
ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก: ความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างประเทศ นโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ: แม้จะมีมาตรการผ่อนคลายสินเชื่อบางส่วน แต่ “Reject Rate” หรืออัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง บ่งชี้ว่าการเข้าถึงสินเชื่อยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ซื้อบางกลุ่ม
ผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่หมดอายุ: มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อ (LTV) และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ซึ่งคาดว่าจะหมดอายุในเดือนมิถุนายน 2569 อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในระยะสั้น
ราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น: ในบางพื้นที่ ราคาที่ดินยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการ

กลยุทธ์ของผู้ประกอบการ: การปรับตัวสู่ความยั่งยืน

ในสภาวะตลาดเช่นนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน:

การบริหารจัดการซัพพลายอย่างมีประสิทธิภาพ: การลดขนาดโครงการ การปรับการออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และการเน้นโครงการที่มีอัตราการขายที่รวดเร็ว เป็นสิ่งสำคัญ
การมุ่งเน้นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market): การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อเฉพาะ เช่น บ้านสำหรับผู้สูงอายุ (Active Aging Housing) หรือที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ (Multi-generational Homes) จะเป็นแนวทางที่น่าสนใจ
การพัฒนาตลาดบ้านมือสอง: ด้วยสภาพคล่องที่จำกัด ตลาดบ้านมือสองมีแนวโน้มที่จะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการสามารถเข้ามามีบทบาทในการปรับปรุง ซ่อมแซม และขายบ้านมือสองได้
การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ: การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การตลาดออนไลน์ การบริหารจัดการโครงการ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์: การร่วมมือกับสถาบันการเงิน หรือบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ในการพัฒนาโครงการ หรือการเสนอทางเลือกทางการเงินให้กับลูกค้า จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

บทบาทของภาครัฐและสถาบันการเงิน: การสนับสนุนที่จำเป็น

เพื่อให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืน ภาครัฐและสถาบันการเงินมีบทบาทสำคัญในการเข้ามาสนับสนุน:

ภาครัฐ:
ขยายมาตรการกระตุ้น: พิจารณาขยายระยะเวลาของมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง และมาตรการ LTV
สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ: ออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินของรัฐสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก หรือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
ส่งเสริมมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ: พัฒนาระบบค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีความสามารถในการผ่อนชำระแต่ขาดหลักประกันเพียงพอ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้
เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ: การดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มกำลังซื้อ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.):
พิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย: การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินโดยรวม และกระตุ้นการลงทุน
ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV: การพิจารณาผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด จะช่วยเพิ่มอำนาจซื้อให้กับผู้บริโภค
ธนาคารพาณิชย์:
ผ่อนคลายกระบวนการสินเชื่อ: ปรับปรุงกระบวนการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ประวัติการเงินดีและปิดภาระหนี้สินเดิมแล้ว
นำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลาย: พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า เช่น สินเชื่อค้ำประกัน หรือสินเชื่อรีไฟแนนซ์
พิจารณา “ซื้อบ้านแก้หนี้”: เป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยรวมภาระหนี้สินที่ไม่มีหลักประกันเข้ากับสินเชื่อที่อยู่อาศัยภายใต้เพดาน LTV ที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิดหนี้เสีย (NPL) และเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินให้กับผู้ซื้อในระยะยาว

การวิเคราะห์เจาะลึกทำเลและกลุ่มสินค้า

จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ คาดการณ์ว่าในปี 2568 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีซัพพลายใหม่เพียง 52,000 หน่วย ลดลงถึง 17% ใกล้เคียงกับช่วงวิกฤติโควิด-19 ขณะที่กลุ่มสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด คือ ยูนิตสร้างเสร็จระดับราคา 2-3 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 27% ของทั้งหมด

นี่คือข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า ผู้ประกอบการต้องวางกลยุทธ์อย่างรอบคอบในด้านทำเล ราคา และความต้องการที่แท้จริงของผู้ซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจาก “สต็อกล้น” และ “รอบการขายที่ยาวนานขึ้น”

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ตลาดฟื้นตัวในบางพื้นที่ โดยเฉพาะ:

กรุงเทพฯ และปริมณฑล: ยังคงเป็นตลาดหลักที่มีความต้องการสูง โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับราคา 1-1.5 ล้านบาท ซึ่งจะเข้ามาทดแทนทาวน์เฮ้าส์ราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ที่มีแนวโน้มลดลง
หัวเมืองใหญ่และพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ: เมืองที่มีการลงทุนภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จะมีการฟื้นตัวที่ชัดเจนกว่า
ตลาดบ้านมือสอง: จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เนื่องจากเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายและมีราคาที่สมเหตุสมผล

บทสรุป: ก้าวต่อไปของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

ปี 2568 คือปีแห่งบทเรียนอันล้ำค่าสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย เป็นปีที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคต่างเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นปีที่ทำให้เราได้ทบทวนและปรับตัว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

ปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เราจะไม่ได้เห็นการเติบโตที่ร้อนแรงเหมือนในอดีต แต่จะเป็นการฟื้นตัวที่ค่อยเป็นค่อยไป และตั้งอยู่บนพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ด้วยการร่วมมือกันอย่างจริงจังของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการ หากเราสามารถประคองทิศทางไปในแนวทางเดียวกัน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะสามารถก้าวผ่านความท้าทาย และกลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนได้อีกครั้ง

หากคุณคือนักลงทุน หรือกำลังมองหาที่อยู่อาศัยในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ การทำความเข้าใจแนวโน้มตลาดอย่างลึกซึ้ง และการวางแผนอย่างรอบคอบ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

Previous Post

นายกฯ ชี้เหตุเผากว่าหมื่นไร่เกิดจากบริหารบกพร่อง โวถ้าเลือกกลับไป เรื่องแบบนี้ไม่เกิดขึ้นแน่นอน

Next Post

อยุธยาเดือด! “เท้ง” ท้าพิสูจน์นิยามรักชาติ… พร้อมแฉ “ความลับ กกต.” ที่คุณต้องช็อก!

Next Post
อยุธยาเดือด! “เท้ง” ท้าพิสูจน์นิยามรักชาติ… พร้อมแฉ “ความลับ กกต.” ที่คุณต้องช็อก!

อยุธยาเดือด! "เท้ง" ท้าพิสูจน์นิยามรักชาติ… พร้อมแฉ "ความลับ กกต." ที่คุณต้องช็อก!

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.