• Sample Page
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท

admin79 by admin79
February 6, 2026
in Uncategorized
0
ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท

ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ เผยมาเข้าฝัน ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภูมิใจไทยอย่างเดียว แบ่งใจให้ใครไม่ได้

เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 5 ก.พ. 2569 ที่ลานหน้าเมือง จ.นครศรีธรรมราช นายธนกร วังบุญคงชนะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า เคยได้ยินเรื่องสมบัติพ่อเฒ่าหรือไม่ เมื่อคืนตนจุดธูปไปถามพ่อเฒ่า ก็มาเข้าฝันว่า ให้มันไปกับพ่อเฒ่าเลย

พลิกเกมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2568: สินค้าทางเลือกและการปรับตัวสู่ยุคใหม่

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดที่ขึ้นลงมาหลายครั้ง แต่สถานการณ์ในปี 2568 นี้ มีความท้าทายที่แตกต่างออกไปอย่างมีนัยสำคัญ การชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ลดลงอย่างน่าใจหาย ไม่ใช่แค่สถิติบนกระดาษ แต่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องปรับกลยุทธ์ และมองหา “สินค้าทางเลือก” ที่จะช่วยขับเคลื่อนตลาดให้เดินหน้าต่อไปได้

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2568: ยอดเปิดตัวต่ำสุดในรอบ 23 ปี

ข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อต่างๆ ชี้ให้เห็นถึงสภาวะตลาดที่น่ากังวล การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในปี 2568 ทั่วประเทศ คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ราว 39,540 หน่วย มูลค่ารวม 251,371 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2567 ถึง 39.2% ในแง่ของจำนวนหน่วย และ 35.7% ในแง่ของมูลค่าโครงการ ตัวเลขเหล่านี้ถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 23 ปี นับตั้งแต่ปี 2545 อันเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง และต่ำกว่าช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เสียอีก

เมื่อเจาะลึกในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สถานการณ์ยิ่งสะท้อนความซบเซาของการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2568 มีเพียง 15,452 หน่วย มูลค่า 110,820 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มที่จะแย่ลงกว่านี้ในครึ่งปีหลัง

ปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์

การชะลอตัวนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว แต่มาจากแรงกดดันรอบด้าน ทั้งสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงเปราะบาง กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐ และต้นทุนการก่อสร้างที่ยังคงเป็นภาระ ส่งผลให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องระมัดระวังในการลงทุน และชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ออกไป

สินค้าที่ยังคงขายได้: ภาพสะท้อนกำลังซื้อที่แตกต่าง

แม้ภาพรวมจะดูหดตัว แต่เมื่อพิจารณาประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดตัวในครึ่งปีแรกของ 2568 ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่า “บ้านเดี่ยว” ยังคงเป็นสินค้าหลักที่มีมูลค่าสูงสุดถึง 66,474 ล้านบาท คิดเป็น 60% ของมูลค่าการพัฒนาทั้งหมด รองลงมาคือ “ห้องชุด” (คอนโดมิเนียม) ที่ 22,931 ล้านบาท (20.7%) และ “ทาวน์เฮาส์” ที่ 12,257 ล้านบาท (11.1%)

สิ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับ “ลักชัวรี” โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป แม้จะมีสัดส่วนอุปทานใหม่เพียง 5.3% แต่กลับคิดเป็นมูลค่าการพัฒนาถึง 33.2% ของทั้งหมด กรณีนี้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า สินค้าในกลุ่มนี้ยังคงมีความต้องการจากผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ในขณะที่อสังหาริมทรัพย์ราคา “ประหยัด” หรือ “ราคาถูก” กลับเผชิญความท้าทายในการขาย เนื่องจากกำลังซื้อของประชาชนทั่วไปที่ลดน้อยลง

เศรษฐกิจคือตัวกำหนดตลาดอสังหาริมทรัพย์: บทเรียนที่ต้องจดจำ

สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำเตือนเสมอคือ “เศรษฐกิจ” คือปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้เป็น “ตัวนำ” ของเศรษฐกิจ แต่เป็น “ผลลัพธ์” ของสภาวะเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและครัวเรือนแข็งแกร่ง ผู้คนย่อมมีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แต่เมื่อเศรษฐกิจซบเซา การซื้ออสังหาริมทรัพย์ย่อมถูกชะลอออกไป

กลไกตลาดปรับตัว: สัญญาณบวกที่ซ่อนอยู่

ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องการเปิดตัวโครงการที่ลดลง กลับมีสัญญาณบวกที่น่าสนใจ ในทางตรงกันข้ามของหน่วยที่เปิดตัวใหม่ (15,452 หน่วย) กลับมีหน่วยอสังหาริมทรัพย์ที่ “ระบายขายออก” ได้ถึง 23,305 หน่วย ซึ่งมากกว่าจำนวนหน่วยเปิดใหม่ถึง 50.8% นี่คือข้อพิสูจน์ว่าตลาดมีการปรับตัวที่ดี การระบายสต็อกที่ค้างอยู่ทำให้จำนวนหน่วยคงค้างในตลาดลดลงจาก 234,478 หน่วยเมื่อสิ้นปี 2567 เหลือ 223,019 หน่วยในปัจจุบัน หากไม่มีการปรับตัวนี้ เปิดโครงการใหม่เป็นแสนหน่วยต่อปี ปัญหาฟองสบู่ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ภาวะปัจจุบันยังห่างไกลจากจุดนั้น

ทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ปี 2568-2569: สู่ยุคของ “สินค้าทางเลือก”

เมื่อพิจารณาแนวโน้มตลาดในช่วงปี 2568-2569 หากเศรษฐกิจยังคงไม่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง กำลังซื้อที่จำกัดจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยทั่วไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าตลาดจะหยุดนิ่งเสียทีเดียว ผมมองเห็นโอกาสในการพัฒนา “สินค้าทางเลือก” ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด ดังนี้

เจาะกลุ่มผู้มีรายได้สูงอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องปรับกลยุทธ์: แม้กลุ่มผู้มีรายได้สูงจะยังคงเป็นฐานลูกค้าสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดบ้านเดี่ยวระดับหรู (20 ล้านบาทขึ้นไป) แต่ผู้ประกอบการเองก็เริ่มเห็นสัญญาณว่าตลาดกลุ่มนี้ก็เริ่มอิ่มตัว และมีการแข่งขันสูงขึ้น การลดราคาเพื่อระบายสต็อกเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้น การพัฒนาโครงการที่เน้นคุณภาพ ทำเลที่โดดเด่น และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ

โอกาสทองของอสังหาริมทรัพย์ราคาประหยัด (ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท): นโยบายส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่มุ่งเน้นการสร้างที่อยู่อาศัยราคาประหยัด (ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท) ทั้งห้องชุดและทาวน์เฮาส์ กำลังจะทยอยออกสู่ตลาดหลังจากการออกแบบและขออนุญาตต่างๆ เสร็จสิ้น สินค้ากลุ่มนี้มีศักยภาพที่จะตอบโจทย์ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังมีช่องว่างทางการตลาด นอกจากนี้ ยังเป็นสินค้าที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะสั้นเพื่อเก็งกำไร อย่างไรก็ตาม สินค้าในกลุ่มนี้ต้องมีการวางแผนการตลาดและการขายที่ดี เพื่อให้สามารถระบายสต็อกได้จริง

ความท้าทายของตลาดระดับกลาง: สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง หรือปานกลางค่อนข้างน้อย (ราคา 2-4 ล้านบาท) ตลาดนี้อาจยังคงเผชิญความท้าทาย เนื่องจากกำลังซื้อที่อาจยังไม่มากพอเมื่อเทียบกับราคา และความต้องการที่อาจไม่สูงเท่ากับสองกลุ่มแรก การพัฒนาโครงการใน segment นี้ต้องอาศัยการวิเคราะห์ความต้องการของตลาดอย่างละเอียด และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าที่สุด

การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ:
อสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยว: ตลาดท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้กับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักตากอากาศ พูลวิลล่า หรือคอนโดมิเนียมสำหรับปล่อยเช่าระยะสั้น สินค้ากลุ่มนี้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีจากการท่องเที่ยวได้
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการปล่อยเช่า (Rental Yield Properties): การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าอย่างสม่ำเสมอ กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในทำเลที่มีความต้องการเช่าสูง เช่น ใกล้แหล่งงาน แหล่งการศึกษา หรือศูนย์กลางธุรกิจ
Co-living และ Co-working Spaces: เทรนด์การทำงานที่ยืดหยุ่น และการอยู่อาศัยร่วมกันกำลังได้รับความนิยม การพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ จะเป็นอีกหนึ่งโอกาส

การแตกไลน์สู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและต่างประเทศ:
ธุรกิจบริการหลังการขาย (After-Sales Services): ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อาจหันมาให้ความสำคัญกับธุรกิจบริการหลังการขายมากขึ้น เช่น การบริหารจัดการอาคาร การซ่อมแซม บำรุงรักษา การตกแต่งภายใน ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจการเกษตร: ในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความผันผวน การลงทุนในธุรกิจอื่นที่มั่นคงอย่างการเกษตร หรือธุรกิจอาหาร อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการกระจายความเสี่ยง
การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ: การมองหาโอกาสในการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพ ก็เป็นกลยุทธ์ที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น

บทสรุป: การปรับตัวคือหนทางสู่ความอยู่รอด

จากสถิติของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่คาดการณ์ว่าขนาดเศรษฐกิจของไทยอาจจะต่ำกว่าสิงคโปร์ในปี 2568 และมีแนวโน้มที่จะตามหลังฟิลิปปินส์และเวียดนามในอนาคตอันใกล้ ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับตัวของภาคเศรษฐกิจไทย รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ การแข่งขันระหว่างประเทศจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน

ดังนั้น การปรับกลยุทธ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่เป็น “ทางรอด” ผู้ประกอบการต้องมีความยืดหยุ่น เข้าใจถึงพลวัตของตลาด และพร้อมที่จะนำเสนอ “สินค้าทางเลือก” ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน การลงทุนในเทคโนโลยี นวัตกรรม และการสร้างความยั่งยืน จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะพาอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ไปสู่การเติบโตในอนาคต

หากคุณคือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมองหาแนวทางการปรับกลยุทธ์ หรือนักลงทุนที่ต้องการค้นหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย มาพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำปรึกษาเชิงลึก หรือสำรวจโอกาสในการร่วมทุนที่อาจพลิกโฉมธุรกิจของคุณได้ในวันนี้

Previous Post

นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ

Next Post

“ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”

Next Post
“ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”

“ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน "ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่"

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “ธรรมนัส” หาเสียงเชียงใหม่ ชูสโลแกน “ของเก่าไม่เอา-เอาของใหม่”
  • ธนกร ลั่น “สมบัติพ่อเฒ่า” คือ ‘อนุทิน’ ไม่อยากอยู่ดักดาน อย่าเชื่อสีฟ้า ขอคนนครฯ เลือกภท
  • นาทีระทึก สุนัขจรจัดวิ่งตัดหน้า ไรเดอร์เบรกสุดตัว สุดท้ายรถล้มกลิ้ง เกือบถูกรถเก๋งสวนชนซ้ำ
  • สาวผวา “ดวงไฟประหลาด” ลอยวูบวาบคืนวันโกน-วันพระ ไม่กล้าออกบ้านช่วงกลางคืน
  • “เท้ง-ทิม” ปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาส้ม 2 ใบ มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.