นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตกเป็นเป้าสนใจอีกครั้งหลังจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอขณะลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยในช่วงหนึ่งของการสนทนา นายอนุทินถึงกับหลุดปากบ่นว่า "เฮงซวย" เมื่อได้รับทราบข้อมูลจากชาวบ้านรายหนึ่งที่มาร้องเรียนเรื่องอุปสรรคในการใช้สิทธิ์สวัสดิการของรัฐ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการย้ายที่อยู่อาศัยแล้วไม่สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมในสถานพยาบาลใกล้บ้านใหม่ได้ทันที หรือมีความล่าช้าในระบบเอกสารจนส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็น ซึ่งปัญหานี้เป็นสิ่งที่ชาวบ้านต้องแบกรับความเสี่ยงด้านสุขภาพมาอย่างยาวนาน นายอนุทินระบุว่าระบบสวัสดิการควรจะอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ไม่ใช่สร้างภาระหรือความยุ่งยากเกินจำเป็น พร้อมกันนี้ยังได้ย้อนอดีตไปถึงสมัยที่ตนเองดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยกล่าวชื่นชมระบบการจัดการในช่วงนั้นว่าตนมีนโยบายที่ชัดเจนและเด็ดขาดคือ "ไปที่ไหนก็ต้องจ่ายยา" หมายถึงประชาชนควรเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ทุกที่โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องสิทธิบัตรหรือพื้นที่มาเป็นอุปสรรคในการรักษาพยาบาลเบื้องต้น การที่ปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องสิทธิ์ประกันสังคมที่ไม่ครอบคลุมหรือล่าช้าเมื่อมีการย้ายที่อยู่ จึงเป็นเรื่องที่เจ้าตัวมองว่าสะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ยังไม่ดีพอและควรได้รับการแก้ไขโดยด่วน คำพูดของนายอนุทินในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง...
Read morehttps://www.youtube.com/watch?v=_jbH1P5iPbA https://www.youtube.com/watch?v=oDjz-OxNMJc https://www.youtube.com/watch?v=AbKK1P6iKTc แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ไทย 2569: ท่ามกลางการปรับฐานสู่สมดุลใหม่ เน้นย้ำดีมานด์จริง ทำเลศักยภาพ และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวงจรขึ้นลงของตลาดมาหลายครั้ง แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้ในปี 2568-2569 นี้ มีความพิเศษในแง่ของการปรับฐานที่ชัดเจน และการแสวงหาจุดสมดุลใหม่ที่แตกต่างจากอดีต ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำที่สนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง ได้วิเคราะห์ภาพรวมตลาดอย่างรอบด้าน...
Read moreความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญกรณีคนร้ายบุกสังหารโหดนายจ้างคาบ้านพักหรู ก่อนจะขโมยทรัพย์สินมีค่าและรถยนต์หลบหนีไปอย่างลอยนวล ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัดและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติออกหมายจับ "นางบัว" (นามสมมติ) หญิงสาวสัญชาติลาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นแม่บ้านในบ้านที่เกิดเหตุ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยหลักฐานสำคัญที่มัดตัวคือภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพนาทีนางบัวหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระออกจากบ้านหลังเกิดเหตุไม่นาน รวมถึงร่องรอยลายนิ้วมือแฝงในจุดเกิดเหตุที่ตรงกับประวัติการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวของเจ้าตัวอย่างชัดเจน จากการสืบสวนเชิงลึกของชุดคลี่คลายคดีพบว่า หลังจากก่อเหตุนางบัวได้ใช้เส้นทางธรรมชาติหลบหนีมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ตะเข็บชายแดนรอยต่อระหว่างไทยและสปป.ลาว โดยมีรายงานว่าพบความเคลื่อนไหวล่าสุดของเธอในพื้นที่จังหวัดทางภาคอีสานที่ติดกับแม่น้ำโขง คาดว่าพยายามจะหาช่องทางข้ามฝั่งกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไทย ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจึงได้ประสานงานไปยังตำรวจตระเวนชายแดนและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและจุดข้ามแดนอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งจัดส่งชุดปฏิบัติการพิเศษปูพรมค้นหาตามแหล่งกบดานที่คาดว่าจะมีผู้ให้การช่วยเหลือในการหลบหนี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานไปยังทางการลาวผ่านช่องทางความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้ช่วยติดตามตัวและตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในฝั่งลาวที่คาดว่านางบัวจะไปกบดานอยู่กับเครือญาติ แรงจูงใจในการก่อเหตุเบื้องต้นตำรวจมุ่งเป้าไปที่เรื่องความขัดแย้งส่วนตัวและการหวังในทรัพย์สินเนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลมีฐานะและมักเก็บทรัพย์สินมีค่าไว้ในบ้านบ่อยครั้ง คดีนี้เป็นที่สนใจของสังคมอย่างมากเนื่องจากเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมและทรยศต่อความไว้วางใจของนายจ้าง...
Read moreสถานการณ์ความตึงเครียดภายในสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ทะลุขีดจำกัด เมื่อ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนฝ่ายผู้ประกันตน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดเผยถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมภายในกลุ่มไลน์ของคณะกรรมการประกันสังคม หรือ "บอร์ด สปส." เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากการแถลงข่าวชี้แจงกรณีที่กองทุนประกันสังคมได้นำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ "TU Dome" ซึ่งเป็นประเด็นอื้อฉาวว่ามูลค่าหุ้นที่เคยลงทุนไว้กว่า 800 ล้านบาท ปัจจุบันกลับดิ่งเหวเหลือมูลค่าไม่ถึง 100...
Read moreกลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงและประชาชนทั่วไป เมื่อมีการจับกุมรถกระบะป้ายแดงยี่ห้อดังคันหนึ่งที่พยายามตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยการสวมป้ายทะเบียนแดงเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ แต่สุดท้ายกลับไม่รอดสายตาอันเฉียบคมของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ตำรวจกำลังตั้งด่านตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายตามปกติ และพบรถกระบะคันดังกล่าวมีลักษณะท่าทางพิรุธขณะขับเข้าใกล้ด่านตรวจ แม้ภายนอกจะดูเหมือนรถใหม่แกะกล่องที่เพิ่งออกมาจากโชว์รูม แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ขออนุญาตเรียกตรวจและสังเกตรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน กลับพบความผิดปกติที่ปิดไม่มิด จุดที่ทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่ารถคันนี้ไม่ใช่รถใหม่ป้ายแดงจริงๆ คือการตรวจสอบ "เลขไมล์" บนหน้าปัดรถ ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายมักจะมองข้าม เมื่อเจ้าหน้าที่ชะโงกหน้าเข้าไปดูพบว่าตัวเลขระยะทางการวิ่งของรถพุ่งสูงไปหลายหมื่นกิโลเมตร ซึ่งขัดแย้งกับสภาพของรถที่พยายามพรางตัวเป็นรถใหม่ นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบสมุดคู่มือประจำรถป้ายแดง (เล่มน้ำตาล) กลับพบว่าไม่มีการลงบันทึกการใช้งานตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก รวมถึงตัวเลขในเล่มไม่ตรงกับข้อมูลจริงในระบบ ทำให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานได้ทันทีว่าเป็นการนำป้ายแดงปลอมมาสวมสิทธิ์เพื่อใช้ในการกระทำความผิดหรือหลบเลี่ยงภาษี...
Read moreท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างรุนแรงในสังคมไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา มิตรภาพระหว่าง "เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ" อดีตพระเอกที่ผันตัวเข้าสู่เส้นทางการเมืองในนามพรรคประชาชน และ "น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์" นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกหยิบยกมาเป็นตัวอย่างของคำว่ามิตรภาพที่ยั่งยืน ทั้งคู่คบหากันมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการบันเทิงมาด้วยกันมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้คนสังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษคือการที่ทั้งสองคนมี "จุดยืนทางการเมือง" ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ซึ่งบ่อยครั้งความเห็นที่ต่างกันนี้ก็นำไปสู่การโต้เถียงกันผ่านโลกโซเชียลจนแฟนคลับหลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะมาถึงทางตันหรือไม่...
Read moreกลายเป็นประเด็นร้อนฉ่ากลางทำเนียบรัฐบาล เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาตอบโต้กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และทวงถามถึงความล่าช้าในการจ่ายเงินค่าซ่อมแซมบ้านเรือนให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยนายอนุทินระบุด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า การออกมาทวงถามในลักษณะนี้ "ไม่ใช่หน้าที่ของนักการเมือง" ที่จะมาชี้นิ้วสั่งหรือกดดันผ่านสื่อ แต่เป็นหน้าที่ของกลไกส่วนราชการที่ต้องดำเนินการตามระเบียบงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งมีความละเอียดอ่อนและต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอนเพื่อป้องกันการทุจริตหรือการจ่ายเงินซ้ำซ้อน ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามเร่งรัดอย่างเต็มที่มาโดยตลอด ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายอนุทินยอมรับว่าในทางปฏิบัติอาจมีประชาชนบางส่วนที่ "ตกหล่น" จากการสำรวจจริง...
Read moreบรรยากาศการหาเสียงที่จังหวัดอุดรธานีคึกคักถึงขีดสุด เมื่อพรรคเพื่อไทยนำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค พร้อมด้วยทีมงานและผู้สมัคร สส. ลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ ทุ่งศรีเมือง ใจกลางเมืองอุดรธานี โดยมีประชาชนหลั่งไหลมาฟังการปราศรัยอย่างล้นหลามจนเต็มพื้นที่สะท้อนถึงฐานเสียงที่แข็งแกร่งของพรรคในพื้นที่นี้ นายยศชนันได้กล่าวปราศรัยขอบคุณพี่น้องชาวอุดรธานีที่ให้การสนับสนุนพรรคมาโดยตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ต้องการยกระดับจังหวัดอุดรธานีให้กลายเป็น "ศูนย์กลางรอบด้านของภาคอีสาน" อย่างแท้จริง หัวใจสำคัญของนโยบายที่นายยศชนันนำเสนอในครั้งนี้ คือการปักหมุดให้อุดรธานีเป็นศูนย์กลางใน 4 ด้านหลัก...
Read moreบรรยากาศทางการเมืองที่จังหวัดลำปางกลับมาลุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ "เท้ง" หัวหน้าพรรคประชาชน ได้นำทีมแกนนำพรรคบุกแลนด์มาร์คสำคัญอย่างห้าแยกหอนาฬิกาใจกลางเมืองลำปาง เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงในการเลือกตั้งซ่อมที่กำลังจะมาถึง ท่ามกลางมวลชนที่มารอต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง โดยนายณัฐพงษ์ได้กล่าวปราศรัยอย่างดุเดือด ปลุกระดมให้พี่น้องชาวลำปางกล้าที่จะก้าวออกจากร่มเงาของ "บ้านใหญ่" หรือกลุ่มการเมืองท้องถิ่นที่ผูกขาดอำนาจมาอย่างยาวนาน โดยเขามองว่าถึงเวลาแล้วที่ลำปางจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และนโยบายที่เน้นความเท่าเทียมได้เข้ามาบริหารจัดการท้องถิ่นอย่างแท้จริง แทนที่จะยึดติดอยู่กับระบบอุปถัมภ์แบบเดิมที่ทำให้จังหวัดก้าวไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร นายณัฐพงษ์ได้ใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอจุดเด่นของผู้สมัครจากพรรคประชาชน โดยระบุว่าเป็นบุคคลที่มีความ "ซื่อตรง" ต่อประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่...
Read moreยุทธการขุดรากถอนโคนขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจบุกเข้าจับกุมกลุ่มข้าราชการระดับสูงและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่พัวพันกับการทุจริตสวมสิทธิสัญชาติให้กับกลุ่มทุนจีนสีเทา ผลการปฏิบัติการสามารถรวบตัวผู้ต้องหาสำคัญได้หลายราย ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ 2 ราย และเจ้าหน้าที่เทศบาลอีก 4 ราย ซึ่งทั้งหมดถูกกล่าวหาว่าร่วมกันใช้ช่องว่างทางกฎหมายและอำนาจหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกเพื่อออกบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านปลอมให้กับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มคนจีนที่ต้องการแฝงตัวเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน https://www.youtube.com/watch?v=QblgSfpxVrM ความน่าสะพรึงกลัวของคดีนี้อยู่ที่ความซับซ้อนของการ "สวมสิทธิ" เพราะจากการขยายผลพบว่าผู้ต้องหากลุ่มทุนจีนเทาที่ได้รับการช่วยเหลือนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่สัญชาติไทยปลอมเท่านั้น แต่ยังมีชื่อในระบบทะเบียนของประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและเวียดนามอีกด้วย หรือที่เรียกว่าเป็นบุคคล...
Read more