Uncategorized

หัวอกคนเป็นลูก! สาวจีนป่วยมะเร็งกระดูกสุดช็อก ถูกแม่แท้ๆ ด่าเป็น “ภาระ” ก่อนทิ้งให้สู้เพียงลำพังจนต้องตัดขา ชาวเน็ตแห่ส่งกำลังใจปนสาปแช่งครอบครัวไร้ใจ

เรื่องราวสุดสะเทือนใจที่กำลังเป็นไวรัลบีบคั้นน้ำตาคนทั่วโลกเกิดขึ้นที่ประเทศจีน เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งที่กำลังเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่หลังถูกวินิจฉัยว่าเป็น "มะเร็งกระดูก" ระยะลุกลาม ซึ่งนอกจากเธอจะต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดทางร่างกายแล้ว เธอยังต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทางจิตใจที่แสนสาหัสยิ่งกว่า เมื่อครอบครัวที่ควรจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายกลับตัดสินใจหันหลังให้เธอในยามที่เธอต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด โดยเฉพาะแม่แท้ๆ ของเธอที่เอ่ยปากออกมาอย่างเลือดเย็นว่าเธอคือ "ภาระ" ของบ้านที่ทำให้ทุกคนต้องลำบากและสูญเสียเงินทองไปกับการรักษาที่ดูเหมือนจะไร้ความหวัง ท่ามกลางความอ้างว้างในโรงพยาบาล หญิงสาวรายนี้ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตเพียงลำพัง คือการเซ็นยินยอมให้แพทย์ "ตัดขา" เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้และป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่น ภาพของเธอบนเตียงคนไข้ที่มีเพียงร่างกายซูบผอมและขาที่หายไปหนึ่งข้างถูกแชร์ออกไปในสื่อสังคมออนไลน์ของจีน (Weibo) สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก หลายคนตั้งคำถามถึงสถาบันครอบครัวและคุณธรรมของผู้เป็นแม่ที่สามารถทอดทิ้งลูกในไส้ได้อย่างลงคอเพียงเพราะปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายและความเหนื่อยยากในการดูแลรักษา...

Read more

ออร่าจับ! “ยศชนัน” ขนทัพเพื่อไทยบุกร้อยเอ็ด ลุยตลาดทุ่งเจริญชิมข้าวจี่ แฟนคลับรุมล้อมกรี๊ดสนั่นชม “หล่อมาก” เจ้าตัวอ้อนขอคะแนนยึดหัวเมืองอีสาน

บรรยากาศการหาเสียงในพื้นที่ภาคอีสานของพรรคเพื่อไทยยังคงเข้มข้นและเต็มไปด้วยสีสัน ล่าสุด นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ "อาจารย์เชน" ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยทีมงานและผู้สมัคร สส. ในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าอย่างใกล้ชิด โดยจุดแรกที่คณะเดินทางไปถึงคือ "ตลาดทุ่งเจริญ" ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใจกลางเมืองร้อยเอ็ด ทันทีที่นายยศชนันปรากฏตัวได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย โดยมีการเข้ามาขอถ่ายรูปและมอบดอกไม้ให้กำลังใจตลอดเส้นทางเดินตลาด ในระหว่างการเดินตลาด นายยศชนันได้แวะทักทายพ่อค้าแม่ค้าตามแผงต่างๆ สอบถามถึงสภาพเศรษฐกิจและราคาสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นหัวใจหลักของคนในพื้นที่...

Read more

ขิงแก่เดือด! “ชูวิทย์” ฟาดแรงเด็กต่ำกว่า 30 สมองไม่ถึงการเมือง ปรามาสสนใจแค่เปลือก ลั่นน้ำตาคลอ “ส้ม” ไม่มา “น้ำเงิน” กินรวบแน่

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล เมื่อนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองจอมแฉที่เพิ่งกลับมามีบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองอย่างเผ็ดร้อนในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ได้ไปร่วมรายการ "ถกไม่เถียง" ทางช่อง ONE โดยในช่วงหนึ่งของการสนทนา นายชูวิทย์ได้ระเบิดอารมณ์และแสดงทัศนคติที่รุนแรงต่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี โดยเขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "คนอายุต่ำกว่า 30 ไม่ต้องไปคุยกับมันหรอก เพราะสมองมันการเมืองไม่ถึง" ซึ่งเป็นการสบประมาททางความคิดต่อกลุ่มคนที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคการเมืองรุ่นใหม่ในปัจจุบัน สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมรายการและกลายเป็นไวรัลในเวลาเพียงไม่กี่นาที...

Read more

ศึกชิงผลงาน! “เพื่อไทย” ฟาดเดือด “ศุภจี” สั่งหยุดเคลม FTA-EFTA แจงชัดเจรจาจบและลงนามสำเร็จในยุครัฐบาลเพื่อไทย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจ เมื่อพรรคเพื่อไทยออกมาตอบโต้อย่างรุนแรงต่อกรณีที่มีการนำเสนอข้อมูลหรือการแสดงความคิดเห็นจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้บริหารระดับสูงที่ถูกระบุว่ามีความพยายามในการ "เคลมผลงาน" เกี่ยวกับความสำเร็จในการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรียุโรป หรือ FTA-EFTA โดยทางโฆษกพรรคเพื่อไทยได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันความสับสนของสาธารณชน โดยระบุว่ากระบวนการเจรจาที่สำคัญทั้งหมด จนถึงขั้นตอนการลงนามในข้อตกลงนั้น เกิดขึ้นและสำเร็จลุล่วงภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มีการผลักดันนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกมาอย่างต่อเนื่อง พรรคเพื่อไทยเน้นย้ำว่า การเจรจา FTA-EFTA ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายตลาดการค้าของไทยไปสู่กลุ่มประเทศยุโรปที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันได้ทุ่มเททรัพยากรและบุคลากรในการเจรจาอย่างหนักเพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ จนสามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมและเอื้อต่อการส่งออกของไทยได้ในที่สุด การที่มีบุคคลภายนอกหรือผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในกระบวนการตัดสินใจระดับนโยบายออกมากล่าวอ้างในลักษณะที่ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของกลุ่มตนหรือพรรคพวกของตนนั้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและขาดมรรยาททางการเมืองอย่างยิ่ง...

Read more

บทเรียนสุดท้าย? “อำนาจ รื่นเริง” อดีตแชมป์โลกดัง ยกมือไหว้ขอโอกาสสังคมหลังเมาคลั่งรอบที่ 4 สัญญาจะกลับตัวเป็นคนใหม่ ขอโทษทำแฟนหมัดมวยผิดหวังซ้ำซาก

ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญที่อดีตนักมวยแชมป์โลกชื่อดัง "อำนาจ รื่นเริง" ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวเนื่องจากอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนักและก่อความวุ่นวายทุบทำลายทรัพย์สินชาวบ้าน ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่เขาต้องเผชิญกับคดีความในลักษณะเดิม ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาหลังจากที่เจ้าตัวเริ่มสงบสติอารมณ์และสร่างเมาภายในห้องควบคุมตัว อำนาจได้มีโอกาสออกมาเปิดใจต่อสื่อมวลชนด้วยสีหน้าเศร้าสลดและเต็มไปด้วยความสำนึกผิด โดยเขาได้ยกมือไหว้ขอโทษพี่น้องประชาชนชาวไทย แฟนหมัดมวยที่เคยให้การสนับสนุน และเจ้าของรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากอารมณ์ชั่ววูบของตนเองในครั้งนี้ อำนาจยอมรับว่าต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดมาจาก "สุรา" ที่ทำให้เขาขาดสติและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จนนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและทำลายเกียรติประวัติที่เคยสร้างมาอย่างยากลำบากในอดีต เขากล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่ารู้สึกละอายใจอย่างยิ่งที่ทำให้ชื่อเสียงของนักมวยไทยต้องมัวหมอง และเข้าใจดีว่าความเชื่อมั่นที่สังคมมีให้เขานั้นอาจจะหมดสิ้นลงไปแล้วจากการทำผิดซ้ำซาก อย่างไรก็ตามเขายังคงมีความหวังและอยากขอโอกาสเป็นครั้งสุดท้ายจากสังคมเพื่อที่จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง โดยสัญญาอย่างหนักแน่นว่าหลังจากนี้จะเดินเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอาการติดสุราอย่างจริงจัง...

Read more

ปิดตำนานเจ้าแม่โคเคน! ตร.แกะรอย 3 เดือน บุกรวบต้นตอผงขาวในเงามืด ช็อกหลักฐานสมุดบัญชีรายชื่อ “ลูกค้าไฮโซ-คนดัง” เพียบ

ยุทธการกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติมาถึงจุดสำคัญ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดได้แถลงผลการจับกุมตัวหญิงสาวรายใหญ่ที่ถูกขนานนามว่าเป็น "เจ้าแม่โคเคนเมืองไทย" หลังจากใช้เวลาในการ "แกะรอยนานกว่า 3 เดือน" เพื่อสืบสวนหาความเชื่อมโยงของเครือข่ายยาเสพติดระดับบนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมานาน การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการทลายต้นตอสำคัญของการแพร่ระบาดของผงสีขาวในกลุ่มสังคมชั้นสูง ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแก๊งชาวไนจีเรียที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำเข้าและกระจายยาได้จำนวนหนึ่ง จนนำไปสู่การขยายผลและตรวจพบว่ามีหญิงไทยรายนี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและคอยบริหารจัดการเส้นทางการเงินทั้งหมด ปฏิบัติการบุกจู่โจมเกิดขึ้นที่คอนโดมิเนียมหรูใจกลางย่านสุขุมวิท ซึ่งถูกใช้เป็นที่พักและฐานบัญชาการลับ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบของกลางเป็นโคเคนบริสุทธิ์น้ำหนักหลายกิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ แต่สิ่งที่สร้างความตกตะลึงให้กับชุดจับกุมมากที่สุดคือ การค้นพบ "สมุดบันทึกรายชื่อลูกค้า" ซึ่งภายในมีการลงรายละเอียดการสั่งซื้อและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อของบุคคลในแวดวงสังคมชั้นสูง ไฮโซชื่อดัง รวมถึงคนในวงการบันเทิงจำนวนมาก...

Read more

“เต้น ณัฐวุฒิ” ฟาดเดือดกลางพารากอน! แฉกับดักสกัดพรรคประชาชนตั้งรัฐบาลไม่ได้ ปลุกกระแสกาเพื่อไทย 2 ใบ ดึงอำนาจคืนจาก “ขบวนการฮั้วสีน้ำเงิน-เขากระโดง”

บรรยากาศการเมืองใจกลางกรุงเทพมหานครกลับมาลุกเป็นไฟ เมื่อนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ณ ลานพาร์คพารากอน เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา โดยเนื้อหาการปราศรัยเต็มไปด้วยความดุเดือดและตรงไปตรงมา นายณัฐวุฒิได้กล่าววิเคราะห์ถึงฉากทัศน์ทางการเมืองที่น่ากังวล โดยระบุว่าแม้พี่น้องประชาชนจะตัดสินใจเลือกพรรคประชาชนจนมาเป็นอันดับที่หนึ่ง แต่ในความเป็นจริงทางพรรคก็จะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ เนื่องจากมี "กับดัก" ทางกฎหมายและกลไกอำนาจมืดที่ถูกวางไว้หมดแล้วอย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งจะกลายเป็นทางตันทางการเมืองที่ทำให้เสียงของประชาชนไม่มีความหมายในเชิงปฏิบัติหากผลลัพธ์ออกมาเป็นเช่นนั้น https://www.youtube.com/shorts/JaDrInDOkbI นายณัฐวุฒิได้ชี้ให้เห็นถึง...

Read more

ใจสลายช็อกวงการ! “กระติ๊บ ชวัลกร” ประกาศล้มงานแต่งกะทันหันหลังรู้ความจริงจากหญิงอีกคน ปิดฉากรักมาราธอน 15 ปี เผยคำพูดสุดเศร้า “ขอโทษที่ไม่ได้เห็นหนูใส่ชุดเจ้าสาว”

กลายเป็นข่าวช็อกวงการบันเทิงที่สร้างความโศกเศร้าและเห็นใจให้กับแฟนคลับเป็นอย่างมาก เมื่อนักแสดงสาวมากความสามารถ "กระติ๊บ ชวัลกร" ได้ออกมาเปิดเผยผ่านพื้นที่ส่วนตัวถึงการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่ทำเอาหลายคนคาดไม่ถึง โดยเธอระบุว่าต้องประกาศยกเลิกงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้อย่างกะทันหัน ทั้งที่ทุกอย่างถูกเตรียมความพร้อมไว้เกือบหมดแล้ว สาเหตุเกิดจากการที่เธอได้รับรู้ "ความจริงที่เจ็บปวด" จากผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาเปิดเผยข้อมูลบางอย่างที่เธอไม่เคยรับรู้มาก่อนตลอดระยะเวลาความสัมพันธ์ที่ยาวนาน ทำให้ความเชื่อใจที่สะสมมานานกว่า 15 ปีต้องพังทลายลงในชั่วข้ามคืน และนำไปสู่การปิดฉากรักมาราธอนที่ทุกคนเคยลุ้นให้ถึงฝั่งฝัน กระติ๊บได้ระบุข้อความสั้นๆ แต่บีบหัวใจว่า ตนเองตัดสินใจที่จะพักเรื่องความรักไว้เพียงเท่านี้และขอใช้เวลาอยู่กับตัวเองเพื่อดูแลสภาพจิตใจที่บอบช้ำอย่างหนัก โดยเธอได้กล่าวคำขอโทษต่อครอบครัว เพื่อนฝูง...

Read more

การเมืองเดือด! “สุริยะ” ประกาศลั่น “ยศชนัน” คือนายกฯ คนต่อไป เหน็บเจ็บพวกสาดโคลนตะโกนด่าคนเทาแต่ตัวเอง “เทากว่าเพื่อน” แถมตามหลังเหมือนหลานตามลุง!

สมรภูมิการเมืองไทยเริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นทุกขณะ เมื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย ได้ออกมากล่าวปราศรัยแสดงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมต่อทิศทางของพรรคในศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยนายสุริยะระบุว่าจากการลงพื้นที่สัมผัสกับพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัด พบว่ากระแสตอบรับที่มีต่อพรรคเพื่อไทยยังคงเหนียวแน่นและประชาชนต่างเรียกร้องอยากให้พรรคกลับมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้งเพื่อแก้ปัญหาปากท้องที่เรื้อรัง นายสุริยะยืนยันว่า "เข็มทิศการเมือง" ในขณะนี้ชี้ชัดไปในทิศทางเดียวกันว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ คือบุคคลที่มีความพร้อมและเหมาะสมที่สุดที่จะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เพื่อนำพาประเทศก้าวข้ามวิกฤตเศรษฐกิจด้วยนโยบายที่ทำได้จริง ไฮไลท์สำคัญของการปราศรัยในครั้งนี้คือนายสุริยะได้ใช้ฝีปากกล้าในการ "เหน็บแนม" พรรคการเมืองคู่แข่งบางพรรคที่พยายามใช้กลยุทธ์สาดโคลนโจมตีผู้อื่น โดยเขาระบุว่ามีกลุ่มการเมืองที่มักจะตะโกนเสียงดังป่าวประกาศว่าตนเองใสสะอาดและไม่เอาคนสีเทา แต่ในความเป็นจริงพฤติกรรมเบื้องหลังกลับมีความด่างพร้อยหรือ "เทากว่าเพื่อน"...

Read more

ของขึ้น! “อนุทิน” บ่นเฮงซวย หลังเจอชาวบ้านร้องย้ายที่อยู่แต่ใช้สิทธิ์ประกันสังคมไม่ได้ ย้อนอดีตสมัยคุม สธ. สั่งเด็ดขาดไปที่ไหนต้องได้ยา!

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตกเป็นเป้าสนใจอีกครั้งหลังจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอขณะลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยในช่วงหนึ่งของการสนทนา นายอนุทินถึงกับหลุดปากบ่นว่า "เฮงซวย" เมื่อได้รับทราบข้อมูลจากชาวบ้านรายหนึ่งที่มาร้องเรียนเรื่องอุปสรรคในการใช้สิทธิ์สวัสดิการของรัฐ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการย้ายที่อยู่อาศัยแล้วไม่สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมในสถานพยาบาลใกล้บ้านใหม่ได้ทันที หรือมีความล่าช้าในระบบเอกสารจนส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็น ซึ่งปัญหานี้เป็นสิ่งที่ชาวบ้านต้องแบกรับความเสี่ยงด้านสุขภาพมาอย่างยาวนาน นายอนุทินระบุว่าระบบสวัสดิการควรจะอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ไม่ใช่สร้างภาระหรือความยุ่งยากเกินจำเป็น พร้อมกันนี้ยังได้ย้อนอดีตไปถึงสมัยที่ตนเองดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยกล่าวชื่นชมระบบการจัดการในช่วงนั้นว่าตนมีนโยบายที่ชัดเจนและเด็ดขาดคือ "ไปที่ไหนก็ต้องจ่ายยา" หมายถึงประชาชนควรเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ทุกที่โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องสิทธิบัตรหรือพื้นที่มาเป็นอุปสรรคในการรักษาพยาบาลเบื้องต้น การที่ปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องสิทธิ์ประกันสังคมที่ไม่ครอบคลุมหรือล่าช้าเมื่อมีการย้ายที่อยู่ จึงเป็นเรื่องที่เจ้าตัวมองว่าสะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ยังไม่ดีพอและควรได้รับการแก้ไขโดยด่วน คำพูดของนายอนุทินในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง...

Read more
Page 3 of 21 1 2 3 4 21